ไพโรจน์ พรหมสาส์น หารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเสนอแนะเกี่ยวกับการเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการการเลือกตั้งที่ยืดหยุ่นกว่า
ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านการปกครองท้องถิ่นนะครับ ก่อนที่เราจะพิจารณาข้อพิจารณาของคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) กระผมขอกราบเรียนเบื้องต้นว่า โดยที่กระผมเองนั้นเคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่เรากำลังจะปฏิบัติจัดทำร่วมกันนี้เป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดนะครับ ที่ว่าเราจะต้องทำ ให้สำเร็จตามเป้าหมายหรือตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยลักษณะโครงสร้างของรัฐธรรมนูญนั้น เขาจะมีประเด็นหลัก ๆ ที่จะต้องเอาไปเขียนหรือไปพูดไปทำกันในคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนั้นอยู่ในรัฐธรรมนูญทั้งหมดนะครับ เรื่องหลัก ๆ ก็คือในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ของปวงชนชาวไทย เรื่องรูปแบบของรัฐสภา เรื่องของคณะรัฐมนตรี แล้วก็กระบวนการยุติธรรม แถมท้ายอาจจะเป็นการปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓๖ คนนี้ เวลาเราประชุมกันเราจะแบ่งกันเป็นอนุกรรมาธิการหรือกรอบด้านต่าง ๆ ก่อนที่ผมจะไปถึงสิ่งที่ท่านกรรมาธิการเสนอนะครับ เพื่อที่เราจะเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น เราควรจะได้รู้เสียก่อนว่าจะไปทำอะไรนะครับ ซึ่งบางท่านก็อาจจะรู้ว่าอยู่ในนี้ประมาณ ๑๐ คนนะครับ ก็คงจะกรอบด้านต่าง ๆ คราวที่แล้วมีเพียง ๓ กรอบนะครับ คือ สิทธิเสรีภาพ ของปวงชนชาวไทย แล้วก็เรื่องการเมืองการปกครอง แล้วก็กระบวนการยุติธรรม แต่คราวนี้ เนื่องจากเวลาจำกัดมากนะครับ เราต้องร่างให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน เพราะฉะนั้น ก็คงจะต้องมีอย่างน้อย ๔-๕ กรอบ เพราะฉะนั้นท่านที่ไม่สามารถจะเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของเรา ๒๐ คน ก็ยังจะไปอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการแต่ละด้าน เพื่อที่จะช่วยกันทำงานเชื่อมโยงกับทางสภาและคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของเราที่จะส่ง ความคิดเห็นไป ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องหลัก ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่เราต้องทำโดยเร่งด่วนนั้น ก็คือการที่จะทำอย่างไรนอกเหนือจากเราเลือกสรร กรรมาธิการในสัดส่วนของเรา ๒๐ คนที่จะไปอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็คือจะต้องหาทางที่จะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน จากทุกภาคส่วนให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ นั่นคือต้องตั้งคณะกรรมาธิการฝ่ายรับฟังความคิดเห็นขึ้นมาทันทีเลยครับ คงรอนานไม่ได้พร้อมคณะอื่น เพื่อที่จะรับฟังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อที่จะได้ ทำงานนั้นเลย เพราะว่าเรามีเวลาเพียง ๖๐ วัน ไม่ถึงด้วยซ้ำไปที่จะต้องเสนอแนะสิ่งที่จะไป บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นภายในวันที่ ๑๙ ธันวาคม เดือนเศษ ๆ เท่านั้นเองนะครับ อันนี้เป็นประการแรกที่ผมอยากจะนำเรียนที่ประชุม เพราะฉะนั้นวันนี้เราน่าที่จะได้ตกลงกัน ว่าน่าจะได้สมาชิกจากสัดส่วนของเราทั้ง ๒๐ คน ตามที่คณะกรรมาธิการประสานงานได้ไปทำการบ้าน และเสนอเรามานั้น ส่วนใหญ่ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าเมื่อวานเราตกลงกันแล้วว่าไม่เสนอ เป็นภาค เป็นแต่ละด้าน แต่ว่ายังให้เสนอหรือจะเสนอก็ได้นะครับ แล้วเราในแต่ละกลุ่ม เมื่อตอนบ่ายโมงเราก็ไปประชุมกันแล้วก็มีเสนอบ้างไม่เสนอบ้างก็สุดแล้วแต่ แต่ว่าให้ สามารถแสดงความจำนงที่จะสมัครตรงได้ ก็มีอยู่ประเด็นเดียวว่าเมื่อสมัครไปแล้ว ทำบัญชี รายชื่อแล้ว ตอนก่อนที่จะโหวตกันลงคะแนน ในนี้อาจจะไม่ได้เขียนไว้เพิ่มเติม ผมก็อยากจะ เพิ่มเติมว่าน่าจะเปิดโอกาสให้แสดงตนนะครับ ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ เป็นใครมาจากไหน เห็นรูปร่างหน้าตาหน่อย ก่อนที่เราจะเลือกจากที่สมัคร ๓๐-๔๐ คน เหลือเพียง ๒๐ คนนะครับ
อีกประการหนึ่ง ก็คือที่บอกว่าไม่ให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกไปเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสังกัดไปอยู่ในคณะกรรมาธิการคณะอื่น ผมว่าออกจะแข็งไป นิดหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอไว้สักหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็จากด้านที่เขา อย่างผมอยู่ การปกครองท้องถิ่นถ้าสมมุติผมได้เป็นผมจะได้มาเชื่อมโยงกับคณะกรรมาธิการทางด้าน ท้องถิ่น หรือด้านเศรษฐกิจ หรือด้านไหนก็แล้วแต่ ก็คงไม่เสียหายอะไรนะครับ นี่เป็น ความคิดเห็นที่ว่าส่วนใหญ่เราก็เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ มี ๒ ประเด็นที่อยากเพิ่มเติมคือ ๑. ให้แสดงตัวก่อนที่จะเลือกตั้ง ๒. ไม่ถึงกับเป็นกติกาหรือกฎเหล็กว่าไม่ให้สังกัดอะไรเลย อยากจะขอไว้สักหนึ่งคณะอย่างน้อยนะครับ ขอบคุณครับ