บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอความเห็นและข้อสังเกตเกี่ยวกับการอภิปรายรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้จัดทำเอกสารรวมความเห็นของคณะกรรมาธิการและสมาชิกสภา และขอให้บันทึกการอภิปรายของสมาชิกสภาไว้เพื่อประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการปฏิรูปและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป รวมถึงแถลงข้อสังเกตเกี่ยวกับข่าวลือที่มีผลกระทบต่อการปฏิรูปและยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ระงับข่าวลือและสอบถามข้อมูลก่อนเชื่อข่าว
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนว่าวันนี้เป็นวันที่สองที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๗ คณะ คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการปฏิรูป ระบบสาธารณสุข คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการพลังงาน และคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ๗ คณะได้กรุณา นำเสนอมา ทั้งข้อคิดและความเห็นอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพิจารณาจัดทำ รัฐธรรมนูญ แล้วก็มีท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายให้ความเห็นเพิ่มเติมอีก ๖๑ ท่าน กระผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประการที่อยากกราบเรียนท่านประธาน
ประการที่ ๑ ก็คือว่า ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำเอกสารชิ้นหนึ่ง คือประมวลความเห็นหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ ที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเรียงตามภาค ทั้ง ๔ ภาค หมวดทุกหมวดและส่วน แล้วก็เอกสารนี้ถ้าท่านสมาชิกสนใจคณะกรรมาธิการ ก็ยินดีที่จะผลิตแจกให้ แล้วก็จะได้นำไปใช้ในเวลาพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญในหมวด มาตราต่าง ๆ แต่ที่อยากกราบเรียนเสนอท่านประธานอีกก็คือว่า การอภิปรายของท่าน สมาชิกแต่ละท่านนั้น บ้างก็มีประเด็นที่เสริมคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ บ้างก็เป็นการตั้งข้อสงวนหรือข้อสังเกต อันควรจะได้รับการบันทึกไว้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านประธานจะเมตตาให้สำนักการประชุมทำสรุปการอภิปรายของท่าน สมาชิกทุกท่านไว้ประกอบการพิจารณาของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเผื่อกันลืม ก็จะเป็นการดี
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ เราได้เห็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากมายหลายเรื่องที่เป็น เรื่องใหม่ ๆ ทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่การปฏิรูปตำรวจ เป็นการปฏิรูปจริง ๆ ถ้าเสนอตามนั้น แล้วก็ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสภากิจการตำรวจ คณะกรรมาธิการกิจการตำรวจระดับภาค ไปจนกระทั่งถึงมีการเสนอให้การนำระบบยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็มีการเสนอระบบงบประมาณประจำปีที่เราเรียกว่า ระบบงบประมาณ ๒ ขา ไม่ใช่ขาเดียว คืองบประมาณรายจ่าย ซึ่งความจริงประเทศในโลกเขาใช้ระบบงบประมาณ ๒ ขากันทั้งนั้น คืองบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่าย และประเทศไทยเรา ก็ใช้ระบบนี้มาจนถึงปี ๒๕๐๐ จนกระทั่ง จอมพล สฤษดิ์มาเอาสำนักงบประมาณออกมาจาก กระทรวงการคลัง แล้วเปลี่ยนพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี เป็น พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี คือมีแต่รายจ่าย แล้วก็มีสมุด ๑ เล่ม อธิบายว่ารายรับ จะมาอย่างไร มีการเสนอให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์เอสอีเอฟังดูก็ใหม่ดี ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกันอีกพอสมควร แต่ที่สำคัญท่านประธานที่เคารพครับ เราได้พบการเสนอองค์กรใหม่ ๆ ขึ้นเป็นอันมาก เราได้พบการเสนอให้มีศาลทุจริต ศาลสิ่งแวดล้อม ศาลคุ้มครองผู้บริโภค ศาลเลือกตั้ง เป็นอันว่าจะมีศาลชำนัญพิเศษตามข้อเสนออันนี้เป็นอันมาก แล้วก็ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ หน่วยงานดูแลเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สำนักงบประมาณรัฐสภา คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังและภาษี อากรแห่งชาติ สภาการปกครองท้องถิ่น สำนักงานสภาการปกครองท้องถิ่น นี่เป็นตัวอย่างที่ กระผมเอ่ยชื่อยกขึ้นมาให้เห็น ซึ่งก็เป็นข้อคิดที่ดี แต่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นได้ชื่อว่าตั้งองค์กรใหม่ ๆ เป็นอันมาก เป็นที่มาของการบัญญัติมาตรา ๓๕ วรรคสุดท้ายว่า ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงความจำเป็นและความคุ้มค่า ที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่จำเป็นต้องมี ให้พิจารณามาตรการที่จะให้การดำเนินการขององค์กรดังกล่าวเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ไปหยิบองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งที่เป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ๗ องค์กร และองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญอีกเป็นอันมากมาทบทวน วันนี้เราก็ได้ข้อเสนอก่อตั้งหน่วยงานขึ้นอีกเป็นอันมาก จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านสมาชิกจะเมตตาไตร่ตรองการก่อตั้งองค์กรเหล่านั้นให้ละเอียดรอบคอบรอบด้าน จริง ๆ แล้วถ้าเห็นความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรจะต้องผลักดัน แต่ถ้ายังไม่มีความแน่ใจ เดี๋ยวรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๗ ก็อาจจะต้องถูกทบทวนเรื่ององค์กรเหล่านี้เสียอีกรอบหนึ่ง ตอนที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญกันในอนาคต ขออนุญาตฝากประเด็นนี้ไว้ให้ท่านสมาชิก ช่วยกันพิจารณาด้วย
ประเด็นสุดท้ายที่เป็นข้อสังเกตครับ วันนี้มีข่าวลือมากมาย ข่าวลือซึ่งเมื่อวานนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในตลาดหลักทรัพย์ มีคนปล่อยข่าวลือไม่เป็นสิริมงคล ทำให้หุ้นตกมหาศาล ในการเขียนรัฐธรรมนูญในการปฏิรูปของเราก็มีคนปล่อยข่าวลือครับ วันนี้มีการปล่อยข่าวลือไปว่ามีการเสนอให้ยุบราชการส่วนภูมิภาค เลิกผู้ว่าราชการจังหวัด เลิกนายอำเภอ เลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหตุให้มีการยกขบวนกันมายื่นข้อร้องเรียน ต่อตัวกระผมและต่ออีกหลายองค์กร ท่านประธานครับ ข่าวลือก็คือข่าวลือ จึงขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทั้งหลายว่า ถ้าเมตตากันช่วยระงับดับทอนข่าวลือเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะสื่อมวลชนด้วยนะครับ ก็จะเป็นบุญคุณกับบ้านเมือง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือเหล่านี้หรอกครับ เพราะเรารู้ว่าอะไรคือความจริง ไม่ใช่สิ่งที่ปล่อยข่าวกัน ก็ขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อสังเกตว่า ข่าวลือทั้งหลายคงจะไม่หมดหรอกครับ ก็จะมีการปล่อยข่าวลือ ก็จะมีการแถลงข่าวกดดันสภาปฏิรูปแห่งชาติ แถลงข่าวกดดัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ต้องรับฟัง แต่ว่าธรรมดาโลกธรรม มียศก็มีเสื่อมยศ มีลาภก็มีเสื่อมลาภ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีทุกข์ก็มีสุข มันคู่กันดังนี้แหละครับ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังผู้ฟังทางบ้านด้วยว่าอย่าตื่นข่าวลือ มีอะไร ก็สอบถามกันก่อน แล้วสอบถามก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ กราบขอบพระคุณมากครับ