เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ระบุว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ๒๕๕๓ มีข้อ ๘๖ วรรคสามที่ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต้องแบ่งเป็นมาตราและต้องมีบันทึกประกอบ ซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๕๑ ที่ไม่มีวรรคสาม
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเรื่องญัตติขึ้นมา แล้วก็เพื่อนสมาชิกจากฝ่ายรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อคืนก็ได้ติดตามในรายการ ที่ไปออกกับท่านสุรชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ทีนี้เรื่องข้อบังคับนี่ผมเข้าใจว่าท่านประธาน ประสพสุขนี่อาจจะเข้าใจในข้อกฎหมายที่วินิจฉัยไปนี่ไม่ตรงกับข้อบังคับ ปัญหาก็คือว่า ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ๒๕๕๓ นั้นในหมวด ๗ การเสนอและการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๘๖ มี ๓ ส่วนหรือ ๓ วรรค วรรคหนึ่ง ข้อ ๘๖ มี (๑) (๒) (๓) เขียนไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต้องแบ่งเป็นมาตราและต้องมีบันทึกประกอบ ดังต่อไปนี้ (๑) หลักการ หลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (๒) เหตุผล คือเหตุผล ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (๓) คือบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วรรคสอง หลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ให้กําหนดโดยชัดแจ้ง ต้องขีดเส้นใต้โดยชัดแจ้งไว้นะครับ และวรรคสามที่เป็นปัญหาที่คุยกัน เพื่อนสมาชิกในการพิจารณามานี่นะครับ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือการยกเลิกมาตราใด ของรัฐธรรมนูญ ให้ระบุมาตราที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกไว้ในหลักการ คําว่า หลักการนี่ก็ต้องกลับไปดูข้อ ๘๖ (๑) แล้วก็เขียนว่า หรือจะระบุไว้ในเหตุผลด้วยก็ได้ นั่นก็คือ (๒) ถ้าอ่านอย่างนี้แปลความอย่างอื่นไม่ได้เลย แต่ว่าในหลักการต้องมี เพื่อนสมาชิกที่ไปคุยกันในสถานีโทรทัศน์นั้นก็ไปกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับก่อน ฉบับอะไรก็แล้วแต่เคยปฏิบัติกันมา แต่นี่ข้อบังคับฉบับปี ๒๕๕๓ ทีนี้ถ้าเราไปดูประกอบกับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๕๑ หมวด ๕ การเสนอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๐๑ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต้องแบ่งเป็นมาตราและต้องมีบันทึกประกอบ ดังต่อไปนี้ เขียนเหมือนกันนะครับ (๑) หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (๒) เหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (๓) บันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เขียนเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาเป็น ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่ข้อ ๑๐๑ มีวรรคสอง หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนั้นให้กําหนดโดยชัดแจ้ง เหมือนกันเลยนะครับ สระอิ สระอา ตัวอะไรเหมือนกันหมด แต่ในข้อ ๑๐๑ ไม่มีวรรคสาม เห็นไหมครับ เมื่อไม่มีแล้วแสดงว่าการประชุมรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมนั้น ข้อ ๘๖ วรรคสามเป็นเรื่องที่จําเป็น จะไปวินิจฉัยว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ การวินิจฉัยของ ประธานนี่นะครับ ถ้าวินิจฉัยโดยชอบเพื่อนสมาชิกก็ต้องรับฟัง แต่ถ้าวินิจฉัยมันขัดต่อ หลักกฎหมายเราก็ต้องทักท้วง ไปดูในหมวด ๖ ต่อนะครับ การเสนอและการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ อันนี้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๕๑ ผมไม่ได้พูดถึงของ วุฒิสภาข้อ ๑๐๙ ข้อ ๑๐๙ บอกว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติให้นําความข้อ ๑๐๑ ข้อ ๑๐๒ และ ข้อ ๑๐๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทีนี้เพื่อนสมาชิกก็บอกว่าอันนี้มันเป็น ข้อบังคับไม่ใช่การผิดรัฐธรรมนูญ แต่ท่านต้องกลับไปอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๕ ด้วย นะครับ ๑๒๕ มีส่วนหนึ่งว่าอย่างไร ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามีอํานาจ หน้าที่ดําเนินกิจการของสภานั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ ก็จะโยงไปว่า การประชุมรัฐสภาหรือประชุมร่วมกัน ๒ สภาก็จะใช้ลักษณะเดียวกันว่า ประธานสภา ผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาทําหน้าที่รองประธาน ก็ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับด้วย ซึ่งเหตุผลนี้ในมาตรา ๑๓๓ ก็มีระบุไว้ชัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ บัญญัติว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภาและการประชุมร่วมกันของ รัฐสภาย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กําหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภา แล้วจะมาบอกว่าเราไม่เอาข้อบังคับมาใช้ได้หรือครับ อันนี้เมื่อฟังดูแล้วเหตุผลเหมือนกับจะ ตะแบงเพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้ผ่านไปนะครับ ผมทักท้วงข้อกฎหมายมาจนท่านประธาน เรียกผมว่านักร้อง วันนี้ก็จําชื่อผมไม่ได้ผมชื่อ เรืองไกร ไม่ใช่ เกรียงไกร ขออนุญาต แซวท่านประธานนิดเดียว มาตรา ๑๓๔ รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน บัญญัติว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจตราข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือก การปฏิบัติ หน้าที่ของประธานสภา เห็นไหมครับท่านต้องทําหน้าที่ตามข้อบังคับ เมื่อไม่ทําแล้วปัญหา ณ วันนี้ก่อนที่เราจะโหวตเราต้องย้อนกลับไปหรือเปล่า เราสามารถที่จะย้อนกลับไปในลักษณะ เดียวกันหรือไม่ มาตรา ๑๓๖ (๑๖) หรืออนุมาตรา ๑๖ หรือที่นักกฎหมายเรียกกันนี้นะครับ ลองไปดูสิครับ มาตรา ๑๓๖ อยู่ในส่วนที่ ๕ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา มาตรา ๑๓๖ บัญญัติว่า ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เห็นไหมครับท่านประธาน มาตรา ๑๓๗ ก็โยงกลับมาที่ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร บอกว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แล้วจะมาบอกว่าข้อบังคับแยกต่างหากจากรัฐธรรมนูญได้อย่างไร รัฐธรรมนูญบังคับอยู่แล้ว ว่าต้องเอาข้อบังคับมาใช้ คราวนี้กลับไปดูมาตรา ๒๙๑ (๒) สิครับ ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่เลย ขออนุญาตท่านประธานเปิดแป๊บหนึ่งนะครับ มาตรา ๒๙๑ อยู่ในหมวด ๑๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ บัญญัติว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) มีสองวรรค (๒) ผมขอข้ามมาเลย ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอ เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้รัฐสภาพิจารณาเป็น ๓ วาระ อันนี้เราพิจารณามา แต่ปัญหาก็คือวาระ ๑ วาระ ๒ เราผิดข้อบังคับไปแล้วเราจะทําอย่างไร นั่นก็คือที่เพื่อน สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติวันนี้ ผมไม่ได้อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญก็นั่งฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายมาตลอดทั้ง ๒ วาระที่ผ่านมา ซึ่งก็มีข้อผิดพลาดค่อนข้างเยอะ แต่วันนี้นะครับ ก่อนที่เราจะทําอะไร แล้วก็นําไปร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ไปดําเนินการโดยท่าน นายกรัฐมนตรีต้องนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย นะครับ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๓ ที่ผมแสดงความเห็นในบทความไปแล้วเรื่องนี้ก็สําคัญ จึงอยากให้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกันแล้วก็ฝากท่านประธานด้วยครับ ถ้าเราเห็นว่ามันมีข้อบกพร่อง มีข้อผิดพลาดเรารีบแก้ไขเถอะครับ อย่าทําให้อะไรมันเป็นรอยด่างไว้ในการพิจารณากฎหมายของเรา โดยเฉพาะกฎหมายสูงสุดของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธานครับ