ชัย ชิดชอบ หารือเรื่องการปฏิบัติตามข้อบังคับของสภา โดยเฉพาะข้อ 95 ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณากฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการตกลงกันและรายงานอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลาออกของกรรมาธิการและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบรายชื่อของกรรมาธิการที่ถูกกล่าวหาเป็นมติพรรค และขอให้คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามหลักการและขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา
เชิญนักกฎหมาย ข้างหลังครับ ท่านนักร้อง เชิญครับ
อีกอย่างหนึ่งเพื่อนสมาชิกยกข้อบังคับ ข้อ ๙๕ ในหลักการผมก็อ่านรายงาน การประชุมมาไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่นักกฎหมายอย่างที่ท่านประธานเข้าใจ แต่ผมชอบอ่าน เรื่องของนักกฎหมายนะครับ สิ่งที่อ่านมาโดยหลักการเราก็จะรู้ว่าการเสนอกฎหมายนั้น โดยหลักก็จะมีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรี หรือประชาชน ผ่านหลักการ รับหลักการในวาระที่หนึ่งแล้วก็จะเสนอ ท่านประธานที่ทําหน้าที่ในการประชุมนั้นก็จะถามว่า เมื่อหลักการในวาระที่หนึ่งผ่านแล้วก็จะถามว่าจะตั้งกรรมาธิการกี่คน เห็นไหมครับ เมื่อได้กรรมาธิการแล้วก็จะกําหนดว่าจะแปรญัตติกี่วัน เสร็จแล้วก็จะอ่านรายชื่อ แต่สิ่งที่ปรากฏในขณะนี้ที่เรากําลังไล่เลียงกัน โดยเฉพาะข้อ ๙๕ การพิจารณากฎหมาย รัฐธรรมนูญต้องถือว่าสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เมื่อมีความสําคัญเขาจึงกําหนดสัดส่วนว่า ต้องมีมาจากพรรคการเมือง แต่ถ้ามาโดยถูกต้องแล้วสมาชิกพรรคนั้นเห็นว่าไม่อยากจะเข้าร่วม ตอนนั้นค่อยไปถอน ไม่ใช่อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเขาไม่มาก็ไปยกเว้นข้อบังคับ มันก็ขัดเจตนารมณ์สิครับท่าน เช่นเดียวกับสมัยหนึ่งที่พรรคของท่านบอกว่าไม่ลงสมัครรับ เลือกตั้งจําได้ไหมครับ แล้วก็ไปตีความว่าการเลือกตั้งพรรคเดียวไม่เปึนประชาธิปไตย ฉันใดฉันนั้นกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน ต้องตกลงกันให้ดีก่อนว่าจะเอา ๒๔ คน หรือจะเอา ๔๕ คน จะเอาสัดส่วนจากเพื่อนสมาชิก ส.ว. ๑๑ คน กรรมาธิการ ๒๒ คณะก็ไปตกลงกัน วิปก็รายงาน มาที่กรรมาธิการ ผมก็รับทราบรายงาน วันนี้เพื่อนสมาชิกบอกว่า ๓ ชั่วโมงก่อนขอลด แล้วลดไม่เห็นแจ้งผมละ ผมก็เปึนสมาชิกรัฐสภาตรงนี้คนหนึ่ง เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรี ลงมาพูดข้างล่าง ท่านประธานก็บอกท่านเปึนนายกรัฐมนตรีต้องมาพูดข้างบน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าอย่างไรจําได้ใช่ไหมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ นายกรัฐมนตรีมีสถานะไม่ต่างกัน แต่ที่แน่ ๆ เมื่อเช้านี่ผมต่างแน่ ผมจอดรถไม่ได้ เขาบอกว่า ต้องให้รถรัฐมนตรีจอดนี่ผมฟัองท่านก่อนนะครับ
ตอนนี้กลับมาในเรื่องที่พูดคุยกัน ประเด็นมันอยู่ที่ว่าสิ่งที่ตั้งมานี่เพื่อนสมาชิก พรรคฝ์ายค้านบอกว่าไม่ใช่มติพรรคเขา ผมฟังมาเสร็จผมก็บอกถ้าไม่ใช่มติพรรค สิ่งที่ท่านถืออยู่ในมือก่อนที่จะให้คน ๖-๗ คนลาออก วินิจฉัยสิ่งที่ถืออยู่ก่อนแล้วหรือยังว่า มันเท็จหรือมันจริง เราอยู่กันตรงนี้ เพื่อนสมาชิก ๖๐๐ กว่าคน คณะรัฐมนตรีนั่งอยู่ ข้างบนนั้น ข้างบนเปึนฝ์ายบริหาร ข้างล่างคือฝ์ายนิติบัญญัติ ๒ อํานาจอธิปไตย อีกอํานาจหนึ่ง ก็คือศาลซึ่งเราไม่ก้าวล่วงท่านนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยมาชัดเจน อํานาจอธิปไตย ๓ ฝ์าย ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา เปึนประธานและรองประธาน ก.ร. ก็วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ เหตุที่ผมพูดเรื่องนี้ ก็เพราะว่าอํานาจ ๓ ฝ์ายนั้นคือ อํานาจฝ์ายบริหารเขาเรียกว่าราชการฝ์ายบริหาร ราชการฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อเราเปึนราชการฝ์ายนิติบัญญัติ สิ่งที่ท่านถืออยู่ในมือ ที่เปึนรายชื่อนั้นผมเรียนถามก่อนว่าเท็จหรือจริง ถ้าเท็จเอกสารนั้นเท็จ เอกสารนั้น ปลอมขึ้นมาปลอมมติพรรคขึ้นมา เราจะมาวินิจฉัยต่อว่าให้ลาออกได้หรือ ไม่ใช่นะครับ เอาทีละสเตป (Step) เอาทีละขั้นตอนก่อน หรืออย่างเพื่อนสมาชิกมาอ่านมาตรา ๙๕ ซึ่งผมไม่เห็นพ้องด้วยเมื่อสักครู่อ่านแล้วเราตีความอย่างนี้ไม่เห็นพ้องด้วย ผมไม่อาจก้าวล่วง แนวความคิดของเพื่อนสมาชิก แต่ผมก็มีสิทธิที่จะคิดแล้วก็จะทัก แล้วก็จะท้วง กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กราบเรียนคณะรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีที่ผมรัก และเคารพเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมทํามาอยู่บนหลักการแล้วก็พยายามที่จะมองด้วยว่า เหตุและผลคืออะไร เมื่อสักครู่ฟังมา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประเกียรติถามท่านประธานรัฐสภาว่าท่านให้ขึ้น ญัตติที่ ๔ และผมถามต่อว่าแล้วญัตติที่ ๓ จบแล้วหรือยัง ถูกไหมครับ พอถึงเวลา ท่านก็บอกว่าไม่เปึนไร แต่ท่านนายกรัฐมนตรีมายกมือขอพูด บอกกลับมาญัตติที่ ๓ อีก ตกลงเราจะวนไปวนมาอย่างไรนี่ มันอยู่ในขั้นในตอนหรือเปล่า อย่าให้เหมือนสิ่งที่ ผ่าน ๆ มาแล้วเราก็กําลังจะทําอะไรที่ก้าวล่วง ผมเห็นด้วยที่ท่านประธานบอกว่า ถ้าไม่ถูกไม่ต้องก็เข้าชื่อเสนอศาลรัฐธรรมนูญ อันนั้นเปึนทางเลือกที่ควรจะพิจารณา ในภายหลัง แต่ถ้าวันนี้เราอยู่ในกิจการวงงานสภาตรงนี้ เราแก้ไขกัน ตอนนี้เราอยู่กัน ๒ ฝ์าย ฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติถ้าเราตกลงกันได้เราก็ทําต่อไป แต่ถ้าไม่ใช่เราก็ดูในหลักการ ว่าวันนี้ญัตติที่ ๓ ที่ผ่านไป๓๐๐ กว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งไปแล้วในวาระที่หนึ่ง ในวาระที่สอง รายชื่อของกรรมาธิการตั้งโดยชอบหรือเปล่า เพราะคําว่าต้องมีจํานวนหรือใกล้เคียง นี่คือ เจตนารมณ์ที่เราตราข้อบังคับใช่หรือไม่ ถ้าใช่ เรากําลังจะเอาสิ่งที่เรียกว่าเฉพาะกาลมา เว้นบทถาวรใช่หรือเปล่า เรากําลังจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าใช่หรือไม่ ฝากเพื่อนสมาชิก คิดกันดี ๆ หน่อยนะครับชาวบ้านซึ่งผมก็ไม่รู้จักเขาโทรศัพท์มาบอกผมว่าฟังมาทั้งวัน ๒ วัน ๓ วัน เขาบอกว่าพวกท่านทําอะไรกันอยู่ ผมก็บอกใจเย็น ๆ นะครับ ฟังด้วยสติ และเหตุผล ถ้าเราใช้สติใช้ปัญญา ใช้เหตุผล ผมเชื่อว่ามีทางออก แต่ทางออกนั้นจะเปึน การลาออกหรือยุบสภาหรือเปล่าผมไม่ทราบ ขอบคุณครับ
คุณตวง หักล้างใช่ไหมครับ