กนก วิจารณ์ คทช. แจกโฉนดแค่ภาพลักษณ์ ไม่แก้ที่ดินจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายประเด็นการจัดการที่ดิน โดยตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ วิจารณ์การแจกโฉนดว่าเป็นเพียงภาพลักษณ์ทางการเมือง ไม่แก้ปัญหาที่ดินอย่างแท้จริง และตั้งข้อกังวลต่อโครงการวันแมปที่ถูกใช้เป็นข้ออ้างให้การแก้ปัญหาล่าช้า พร้อมเสนอให้เลือกจังหวัดนำร่องเพื่อกำหนดแนวเขตที่ดินร่วมกันก่อนเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อนำไปสู่แผนที่หนึ่งชุดอย่างแท้จริง เน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งแก้ปัญหาที่ดินเพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ไร้ที่ดินทำกิน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแผนดำเนินการที่ชัดเจนในระยะต่อไป

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในเรื่องรายงานการดำเนินงานและประเมินผล ของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตามที่ได้ท่านเลขาธิการได้พูด ไปแล้วครับ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องสำคัญ ๕ เรื่องครับ

ในเรื่องที่ ๑ ผมคิดว่าเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินี้ ก็ตรงไปตรงมาในตัวมันเองคือแก้ไขปัญหาที่ดินครับ คำถามก็คือว่าคณะกรรมการนี้แก้ไข ปัญหาที่ดินที่เป็นปัญหายาวนานสะสมมาได้หรือไม่ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาที่ท่านทำงาน ท่านแก้ปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนได้มากขึ้นหรือไม่ ตัวเลขที่ท่านแจกโฉนด โฉนดต่าง ๆ เหล่านั้นผมคิดว่ามันเป็นภาพลักษณ์ทางการเมือง แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหาครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาตรงนี้ผมอยากให้คณะกรรมการ คทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเลขาธิการ ได้ตระหนักว่าเราแก้ปัญหาที่ดินนี้เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ของที่ดินต่อการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพราะที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง ของประเทศ และเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากคนจน เมื่อเขาไม่มี ปัจจัยการผลิตเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีผลผลิตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น คทช. จะต้องชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ของ ที่ดินให้ได้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ และในเวลาเดียวกันการแก้ปัญหาที่ดินนี้เราต้องการที่จะสร้าง ความเป็นธรรมในสังคมครับท่านประธาน เพราะที่ดินทำกินเกี่ยวข้องโดยตรงกับศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์ถ้าคนเป็นมนุษย์ไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง เราเรียกว่าเป็นคนเร่ร่อนครับ และวันนี้ในประเทศไทยของเรามีคนเร่ร่อนนับล้านคนครับ เราไม่ต้องการคนไทยเร่รอนครับ เราต้องการคนไทยที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยชัดเจน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสามารถที่จะ ใช้กำลังสติปัญญาและกำลังทางกายของตนเองสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับชาติ บ้านเมืองได้ วันนี้ผมอ่านรายงานของท่าน ผมคิดว่าหน้าที่ของท่านดูเหมือนพยายามที่จะ ค้นหานโยบายที่ดินแห่งชาติ ตรงนั้นผมคิดว่าเป็นภาพลวงตาครับ สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือว่า ท่านจะกำหนดนโยบายอย่างไรที่จะทำให้หน่วยราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน แม้กระทั่งกระทรวงกลาโหมปฏิบัติตาม สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่ แต่เราไม่เห็น ผลการทำงานที่ชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ รูปธรรมชัดเจนครับ ที่ได้พูดไปบ้างแล้วก็คือโครงการวันแมป (One Map) วันนี้ไม่มีความคืบหน้าครับ โครงการวันแมป (One Map) ทุกคนตั้งความหวัง แต่ความจริงแล้วอันนั้นเป็นภาษาไพเราะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนท่าน เลขาธิการผ่านท่านประธานไปนะครับ โครงการวันแมป (One Map) คือคำกล่าวอ้าง เพื่อที่จะชะลอปัญหาการแก้ไขปัญหาที่ดินครับท่านประธาน เพราะวันแมป (One Map) มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริงก็เพราะว่าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การถือครองที่ดินไม่เคยตกลงกันได้เลยว่าแนวเขตที่ดินที่เราเห็นตรงกันนั้นคือแนวไหนครับ ถ้าท่านนำจำนวนของส่วนราชการที่รายงานว่าเขาดูแลที่ดินกี่ไร่ ในกระทรวงการคลัง ในกระทรวงกลาโหม ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนถึงเอกชนครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าจำนวนที่ดินตรงนี้มันมากกว่า พื้นที่ประเทศไทย มันกินไปถึงประเทศลาว กินไปถึงประเทศกัมพูชา พม่า แล้วก็เวียดนาม มันเป็นไปได้อย่างไรครับ แล้วก็ไม่มีกระทรวงไหน กรมไหนเลยยอมที่จะลดพื้นที่ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมที่ดินของกระทรวงมหาดไทย สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้วันแมป (One Map) ไม่มีวันจะเกิดขึ้นครับ และคำกล่าวอ้างวันแมป (One Map) ก็เป็นข้ออ้างเพื่อให้ เรารอต่อไปเท่านั้นเองครับท่านประธาน นั่นคือประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ผมขออนุญาตเสนอทางเลือกที่เป็นทางปฏิบัติชัด ๆ เลยนะครับ ในคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องปัญหาที่ดินของสภาผู้แทนราษฎรผมเป็นประธานคณะ อนุกรรมาธิการวิชาการในเรื่องนี้ครับ ผมขออนุญาตเสนอชัดเจนเลยต่อท่านเลขารวีวรรณ ท่านเลือกจังหวัดขึ้นมาจังหวัดหนึ่งเลยครับ และคณะกรรมาธิการของเราก็พูดแล้วด้วย มีจังหวัดที่น่าสนใจ ๒ จังหวัด จังหวัดแรกคือจังหวัดอุบลราชธานี ถ้าพูดในบรรดา ส.ส. เขาว่าจังหวัดเฮียกุ่ยล่ะครับ แล้วก็อีกจังหวัดหนึ่งคือจังหวัดกาญจนบุรี ท่านเลือกจังหวัดใด จังหวัดหนึ่งก็ได้ และที่สำคัญท่านตั้งตุ๊กตาโดยเอากรมป่าไม้เป็นตัวตั้ง ให้กรมป่าไม้มาขีด แนวเส้นเลยในจังหวัดอุบลราชธานีหรือว่าจังหวัดกาญจนบุรี ผมยกตัวอย่างอุบลราชธานี ก็แล้วกัน ขีดเส้นเลยครับ พอขีดเส้นเสร็จท่านบอกเลยว่า กรมธนารักษ์มา กองทัพมา กรมที่ดินมา กรมอุทยานมา แล้วมาบอกเลยว่าเส้นที่ขีดตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ครับ แล้วให้ ส่วนราชการยังไม่ต้องพูดถึงประชาชนเลยนะว่าตกลงกันอย่างไรครับ แล้วถ้าเราได้แนวเขต ที่ดินร่วมกันที่ส่วนราชการเห็นตรงกัน อันนั้นคือจุดเริ่มต้นของวันแมป (One Map) ครับ แล้วหลังจากนั้นเมื่อเราตกลงกันได้เราก็เอาประชาชนเข้ามาแล้วครับ ต่อไปนี้ผมจะเอา ประชาชนลงไปในเขตนี้ได้อย่างไรอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ นี่คือขั้นตอนปฏิบัติ ตรงไปตรงมาที่สุด ท่านรายงานในครั้งนี้เลยได้ไหมครับว่าปีหน้าท่านตั้งเป้าจะทำแบบนี้ กี่จังหวัดและจะหมด ๗๗ จังหวัดของเรานี้ใช้เวลากี่ปีครับ ถ้าแบบนี้สภาผู้แทนราษฎรก็จะมี ความหวังว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินหรือว่าปัญหาที่ดินของประเทศก็จะเกิดขึ้นได้ ครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากให้ คทช. ได้รู้ว่าความล่าช้าของท่านในแต่ละวันมันคือ การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศนะครับ วันนี้เกษตรกรนับล้าน ๆ คนที่ต้องการ ที่ดินทำกินแล้วก็ที่สำคัญคือต้องการการพัฒนาที่ดินตรงนั้น ระบบเกษตรจะเกิดขึ้นได้ที่ดิน ต้องนิ่งครับ ระบบการจัดการน้ำจะเกิดขึ้นได้ที่ดินต้องนิ่งครับ ระบบการส่งเสริมการเกษตร จะเกิดขึ้นได้จนถึงระบบการขายของผลผลิตทางการเกษตรที่ดินตรงนั้นต้องนิ่งครับ เพราะถ้า ไม่อย่างนั้นแล้วเราดำเนินนโยบายอะไรก็ตามก็ถามว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินที่ถูกต้องตาม กฎหมายหรือไม่ เอาเอกสารสิทธิมาแสดง จบแล้วครับ ท่านประธานครับ เกษตรกรก็ต้อง อยู่เฉย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นการสูญเสียโอกาสตรงนี้คือการสูญเสียโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก ประเทศไทยวันนี้เราต้องการทุกมิติที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศฟื้น และเรื่องที่จะทำให้ เศรษฐกิจประเทศฟื้นคือปัญหาเรื่องที่ดินครับ เพราะฉะนั้นท่านเลขาจะต้องไม่เข้าใจปัญหา ที่ดินตรงนี้ในความหมายการออกเอกสารสิทธิแล้วประชาชนจะไปขายต่อไหม นายทุนจะยึด หรือไม่ อันนั้นเป็นเรื่องปัญหาส่วนหนึ่งครับ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือจะเอาที่ดินมาใช้เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในสภาวะวิกฤติของประเทศตรงนี้อย่างไรต่างหาก นั่นคือประเด็น ที่ ๔ ครับท่านประธาน

ขออนุญาตประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญก็คือว่าความสำเร็จ ของ คทช. ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งไม่ใช่การออกนโยบายที่ดินของชาติ ความสำเร็จของ คทช. คือการแก้ไขปัญหาที่ดินจริงในพื้นที่ของประชาชนและสามารถทำให้ประชาชนสามารถนำ ที่ดินเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับตนเองและให้กับประเทศชาติของเรา ถ้าเราต้องการนโยบายที่ประชาชนมีที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นกำลัง ทางเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นภาพชัดเจน ท่านเลขาธิการ ท่านทราบไหมว่าวันนี้มันมีคดีแห้งกี่หมื่นคดีครับ คดีแห้งตรงนี้หาจำเลยไม่เจอเพราะว่า เขาหนี ที่เขาหนีไม่ได้หมายความว่าเขาผิดนะครับ เพราะเขาไม่สามารถที่จะต่อสู้กับอำนาจ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในพื้นที่นั้นได้ ชนเผ่าของเราเยอะมากที่จะต้องเผชิญกับชะตากรรม อันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่ามีคดีแห้งติดตัวคือคุณต้องหนีตลอดนะครับ คุณกลับมาเป็น กำลังทางเศรษฐกิจเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เลย เราได้เชิญตัวแทนของอัยการ ตัวแทนตำรวจ ตัวแทนของศาล แม้กระทั่งตัวแทนฝ่ายปกครอง มาชี้แจงในกรรมาธิการและตัวแทนส่วนราชการเหล่านั้นบอกว่าคดีแห้งเหล่านี้สามารถ จัดการได้แล้วก็แก้ไขปัญหาได้ เพื่อให้คนเหล่านั้นกลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้องตาม กฎหมายเพราะเขาไม่ได้ผิด เพราะยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าที่ดินที่เขามีอยู่นั้นมันผิด เพียงแต่ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบอกว่าคุณผิดมันก็เลยทำให้ประชาชนต้องหนีครับ ความจริงมันน่าจะคิด ตรงกันข้าม ประชาชนบอกไม่ผิด แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นคนหนีได้ไหมครับ ถ้าคิดด้วย ตรรกะตรงไปตรงมาตรงนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นการมองปัญหาที่ดิน ให้มองจากมุมของประชาชนผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ถ้าทำอย่างนี้ได้จะทำให้ คทช. ได้รับความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน คทช. อย่าสนใจความ ไว้วางใจจากส่วนราชการที่ท่านต้องเกี่ยวข้องด้วย เพราะส่วนราชการเหล่านั้นอีกไม่นาน เขาก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นหรืออีกไม่นานเขาจะเกษียณอายุครับ แต่ปัญหามันอยู่กับประชาชน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทุกประการ เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่น ความไว้วางใจที่จะทำให้ คทช. ทำงานได้สำเร็จคือได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร คนยากคนจน ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานผ่านไปยัง คทช. ขอความกรุณาเถอะครับ ทำหน้าที่ของท่านแล้วให้เกิดผลกับพี่น้องประชาชน เกิดผลกับเกษตรกรที่ยากจน เริ่มต้น จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ครับ แล้วหลังจากนั้นจะย้ายไปจังหวัดอื่นมันก็จะมีผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ตรงนั้นเป็นรูปธรรมแล้วก็จะดูสวยงามมากกว่ารายงานฉบับนี้ซึ่งมีแต่นามธรรม ตัวเลขทาง นโยบายใช้เงินไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท แต่ชาวบ้านไม่ได้อะไร ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเลขาว่าปัญหาที่ดินแห่งชาติเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจของ ประเทศ เป็นปัญหาโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมในชาติบ้านเมือง และชาติบ้านเมือง ของเราจะอยู่ได้ก็เพราะเศรษฐกิจเราดี และความเป็นธรรมในบ้านเมืองของเรามีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าบ้านเมืองจะเกิดอันตรายขึ้นในวันข้างหน้าท่านจะต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ