มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาการจัดการที่ดินที่ซับซ้อนจากการทับซ้อนหน่วยงานรับผิดชอบ และเสนอให้ใช้ท้องถิ่นเป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลและบูรณาการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออภิปรายรายงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือว่า คทช. ท่านประธานครับ เรื่องที่ดินผมอภิปรายในสภานี้มาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานคงทราบว่าที่ดินที่ไม่ชอบด้วย กฎหมายนี้หน่วยงานราชการจะเข้าไปพัฒนาต่าง ๆ ไม่ได้เลยครับ สิ่งที่ปัญหาที่ดินบอกว่า หน่วยงานนี้แก้ไม่ได้ หน่วยงานนี้แก้ไม่ได้ก็เลยออก คทช. ขึ้นมา อันนี้คือความตั้งใจแล้วก็ คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ เมื่อเช้าสมาชิกสภาของเราก็ได้อภิปราย ตอนนี้งบผ่านแล้วแต่ว่า ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะสูญเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนครับ อันนี้คือปัญหาใหญ่ โจทย์ตอนนี้ท่านประธานครับ อย่างที่สมาชิกท่านเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไปว่าตอนนี้ทุกอย่าง ลูกศรพุ่งไปที่ คทช. หมดเลยครับ พอหน่วยงานอื่นบอกว่าที่ดินตรงนี้แก้ไม่ได้ก็จะต้องไปที่ คทช. สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมการและส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านประธานลองดูในหน้า ๓๘ และหน้า ๓๙ ว่าด้วยเรื่องของขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาของ คทช. และมีอยู่ตั้ง ๑๑ อนุนะครับ ผมถามว่าที่ดินปัญหามันอยู่ที่ออฟฟิศหรือครับ มันไม่ใช่ วันนี้เรากำลังถกกันว่าที่ดินแปลงนี้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นดินเหมือนกัน แต่ว่าความรับผิดชอบของ หน่วยงานที่แตกต่างกัน อันนี้คือปัญหาทำไมวันแมป (One Map) ประกาศไม่ได้ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ เราพบว่ามีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบไม่ต่ำกว่า ๑๗ หน่วยงาน เราพบว่าแผนที่ประเทศไทย ๓๒๐ ล้านไร่ เอาหน่วยงาน รับผิดชอบมาโอเวอร์เลย์ (Overlay) กัน มันมีอยู่ ๔๕๐ ล้านไร่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่คือ ปัญหาในทางข้อกฎหมายครับท่านประธาน ดูขั้นตอนในหน้า ๓๘ หน้า ๓๙ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเสนอให้จังหวัด จังหวัดก็เสนอให้อนุ อนุแล้วก็สุดท้ายก็กลับมาที่พื้นที่ ผมถามว่า ๙ ข้อนี่มันตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสับสนและให้เกิดความล่าช้าทำไมครับ เพื่ออะไรครับ มีตั้ง ๑๑ อนุด้วยนะครับตั้งขึ้นมานี่ ช่วงนี้ผมอยากจะแนะนำว่าพื้นที่ประชาชนเขาทำกัน อย่างไร ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศครับ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่อนุครับ ปัญหาที่ดินทุกแปลง อยู่ที่เทศบาล อยู่ที่ อบต. อยู่ที่พื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้บริหารท้องที่ ท้องถิ่นเขารู้ครับว่า ที่ของเขาชาวบ้านอยู่มากี่ปี ใช้ประโยชน์อะไร แต่ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม กรมที่ดิน กรมธนารักษ์จะต้องไปจัดความชัดเจนขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมเสนอให้ กรรมการ ถ้าจะทำการแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนให้มันเร็วที่สุดต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ต้องมี กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพ ให้ อบต. ให้เทศบาล ให้ อบจ. ทุกหน่วยงานต้องทำข้อมูลทุกแปลงก่อน อันนี้ทางข้อมูลเสนอมาว่ามีอำนาจจะทำ มีข้อมูลที่จะทำ แล้วต้องขออนุญาตกรรมการแล้วก็ส่งกลับลงพื้นที่ และพื้นที่ส่งขึ้นไปข้างบน อีกครับ ถามว่าคุณจะทำอย่างนี้เพื่ออะไร ทำอย่างนี้เพื่ออะไรครับ การแก้ปัญหา ตัวเลขก็โชว์ มาอยู่แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมาได้กี่แปลง ข้อเสนอของผมนะครับ กรรมการท่านไหน ชุดไหนที่จะไปดูตัวอย่างครับ เราจำเป็นจะต้องจัดระเบียบที่ดินไม่ว่าจะอยู่ในเขตอุทยาน เขตป่าสงวน ราชพัสดุ หรือที่ใด ๆ ของรัฐ ต้องให้ อบต. เทศบาลเป็นคนทำข้อมูลร่วมกับ หน่วยงาน ให้ อบต. และเทศบาลเป็นเจ้าภาพ ดึงทุกหน่วยงานมาทำข้อมูล เมื่อข้อมูลอยู่ใน พื้นที่และเห็นร่วมกันแล้วก็ส่งขึ้นไป ส่งขึ้นไปทางจังหวัดว่าอยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนเท่าไร ป่าถาวรเท่าไร ปี ๒๔๘๔ เท่าไร อยู่ในพื้นที่ปฏิรูปเท่าไร หลังจากนั้นคนทำงานก็จะได้รู้ครับ ช่องนี้เข้า คทช. ช่องนี้เข้ากรมที่ดิน ช่องนี้เข้าปฏิรูป ช่องนี้เข้าอุทยาน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๒ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มันก็ชัดเจนนะครับ ถามขั้นตอนที่ทำ ผมถามว่า อีกกี่สิบปีถึงจะแก้ปัญหาได้ ท่านกรรมการครับ ผมอยากจะเสนอให้ท่านคิดอย่างนี้ว่า ถ้าหากว่าเราใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งโดยใช้หน่วยที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนที่สุดก็คือเทศบาล อบต. ท่านสามารถดำเนินการได้โดยอำนาจ โดยคำสั่ง โดยการขอความร่วมมือ ทำได้ครับ เราจะได้ อะไรครับ อันที่ ๑ เราจะได้ข้อมูลที่ตรงกัน อันที่ ๒ ทุกหน่วยงานไม่ต้องมาบูรณาการกัน กลางอากาศหรอกครับ บูรณาการกันในพื้นที่ ในพื้นที่ทั้งตำบลมันมีกี่หน่วยงานก็ไปทำแผนที่ ด้วยกัน และที่สำคัญงบประมาณก็ใช้ไม่เยอะนะครับ งบประมาณและบุคลากร อบต. ก็มีช่าง ป่าไม้ก็มีช่าง ทุกหน่วยงานก็มีช่าง ช่างเทคนิคถ้าไม่พอก็ขอมาแล้วก็แชร์งบประมาณ หลังจากนั้น ทุกหน่วยงานถือแผนที่อันเดียวกัน ข้อมูลอันเดียวกัน แล้วผมถามว่าเวลาขึ้นไปใครจะเถียง เราไม่จำเป็นจะต้องทำแบบ ๙ ข้อนี่ส่งขึ้นไปว่าควรจะทำได้ ส่งลงมาว่าให้ไปทำแล้วก็กลับไป พิจารณาซ้อนไปซ้อนมาและ ๑๑ อนุอีก สิ่งที่มันสามารถที่จะทำได้เร็วโดย คทช. ท่านมี อำนาจที่จะดำเนินการ เพราะว่าเป้าหมายคือว่าที่ผ่านมาหน่วยงานแต่ละหน่วยงานก็อ้างว่า ไม่สามารถดำเนินการได้เลยมี คทช. ขึ้นมา เราสามารถทำให้ปัญหานี้ได้แก้โดยเร็วและเพื่อ พี่น้องประชาชนท่านจะต้องใช้พื้นที่ของท้องถิ่นดำเนินการและทุกหน่วยงานบูรณาการ และทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลอันเดียวกัน หลังจากนั้นค่อยแยกย้ายกันว่าใครจะรับผิดชอบ ตามกฎหมายอะไร ขอบคุณมากครับท่านประธาน