สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

รวีวรรณ ภูริเดช รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ รายงานผล การดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ตามสไลด์ (Slide) ค่ะ ในครั้งนี้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๖ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๒ กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่กำหนด นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อประโยชน์ด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยที่มาตรา ๑๐ (๑๐) กำหนด หน้าที่และอำนาจของ คทช. หรือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติให้จัดทำรายงานผล การดำเนินงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง และให้ เผยแพร่ต่อสาธารณชนทราบด้วย จึงเป็นที่มาที่เราได้เสนอรายงานประจำปีในครั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน ประกอบด้วย ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ ท่าน คณะกรรมการโดยตำแหน่ง ๘ ท่าน ซึ่งประกอบด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านปลัดกระทรวงโดยตำแหน่งอีก ๓ ท่าน ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม และท่านปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี สำนักงาน คทช. เป็นฝ่ายเลขานุการ ปัจจุบันคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการทั้งหมด ๑๑ คณะ ประกอบด้วย อนุกรรมการ จัดหาที่ดิน อนุกรรมการจัดที่ดิน อนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ อนุกรรมการนโยบาย ที่ดินจังหวัดก็คือ คทช. จังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นประธาน ชุดที่ ๕ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย โดยมีท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน อนุกรรมการด้านนโยบายแนวทางและมาตรการในการบริหารจัดการ ที่ดินมีท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ชุดที่ ๗ คือคณะ อนุกรรมการกำกับติดตามและประเมินผล มีท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นประธาน ซึ่งก็คือท่านประธานชุดที่ได้ดำเนินการรายงานประจำปี ฉบับนี้ แล้วชุดที่ ๘ คืออนุกรรมการสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน ชุดที่ ๙ อนุกรรมการ ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินหรือวันแมป (One Map) ชุดที่ ๑๐ คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิ ในที่ดินของรัฐจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และชุดที่ ๑๑ คือคณะ อนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ในการนำเสนอรายงานประจำปีครั้งนี้ เนื่องจากว่าเป็น รายงานฉบับแรกจึงได้รวมเอาผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบันเพื่อให้ เห็นภาพรวมเข้ามาด้วย ในส่วนผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๓ หรือในระยะที่ผ่านมานี้ เราได้เน้นในเรื่องของการจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้โดยไม่มีที่ทำกิน โดยให้เป็น หนังสืออนุญาตเพื่อให้อยู่ถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบันในกรอบที่ดินของรัฐทั้ง ๙ ประเภท ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน ที่ดินในเขต ปฏิรูป ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินราชพัสดุ นิคมสหกรณ์ ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม ในนิคมสร้างตนเอง ปัจจุบันมีผลการดำเนินงานในการจัดที่ดินทำกินตามแนวนโยบาย คทช. แล้ว ๑,๔๔๒ พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ ๕.๕๖ ล้านไร่เศษ ซึ่งหลังจากได้ผ่านกระบวนการในเรื่อง ของเป็นพื้นที่เป้าหมายของ คทช. แล้วตามกล่องที่ ๑ สีฟ้า ก็จะมีการสำรวจขอบเขตพื้นที่ มีการออกหนังสืออนุญาตโดยหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เช่น ถ้าเป็นพื้นที่สงวนก็จะออกหนังสือ อนุญาตโดยกรมป่าไม้ หลังจากนั้นก็จะมีการจัดคนลงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ยกตัวอย่าง เช่นในกรณีพื้นที่ป่าสงวนให้ครอบครองรายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ หรือครอบครองที่เป็นอยู่จริง ถัดจากการจัดคนลงเรียบร้อยแล้ว อนุกรรมการ ชุดที่ ๓ หรือการส่งเสริมพัฒนาอาชีพจะให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและส่งเสริม ด้านการตลาดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ให้กับพี่น้องราษฎรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยสรุปดิฉันขอสรุปดังนี้ ผลการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนภายใต้กรอบปีงบประมาณ ๒๕๕๘-๒๕๖๔ มีพื้นที่เป้าหมาย ๑,๔๔๒ พื้นที่ เห็นชอบขอบเขตพื้นที่แล้ว ๑,๑๑๘ พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว ๓๒๑ พื้นที่ จัดคนเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ๓๐๗ พื้นที่ และมี การส่งเสริมพัฒนาอาชีพแล้ว ๑,๐๔๕ พื้นที่ มีประชาชนได้รับการจัดสรรที่ดินแล้ว ๗๑,๓๕๕ รายค่ะ ขอกราบเรียนที่ประชุมค่ะ