บัญญัติ เจตนจันทร์ ตั้งข้อสังเกตต่อร่างกฎหมายกัญชา กัญชง โดยเน้นความจำเป็นในการส่งเสริมการใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ พร้อมเรียกร้องให้มีการควบคุมสาร THC อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะที่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการใช้ในทางนันทนาการ และเน้นย้ำให้กรรมาธิการพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสุขภาพจิตของเด็ก เยาวชน และสตรีมีครรภ์ พร้อมเสนอให้มีมาตรการจำกัดการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมการวิจัยและให้ความรู้ประชาชนอย่างรอบด้านก่อนการสนับสนุนการปลูก เพื่อให้การใช้กัญชามีความปลอดภัยและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเข้าชื่อเสนอเป็นญัตติให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รับหลักการในวาระหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจำได้ว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้เคย ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่งพิจารณาศึกษาการใช้กัญชา กัญชงเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์มาแล้วนะครับ แล้วรายงานฉบับนั้นก็ได้เข้ามารายงานในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีร่างกฎหมายเพื่อรองรับการนำกัญชง กัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ แล้วก็เพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางนันทนาการครับ คำว่า นันทนาการ ก็คือ เพื่อความสนุกสนานครื้นเครงในเชิงของการเป็นสารเสพติด ผมก็อยากที่จะเท้าความว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นก็ได้มีการประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ สมัยก่อนมีกัญชง กัญชาอยู่ในนั้นด้วยก็ได้ถอดกัญชง กัญชาออกไปจากยาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ คงไว้แต่สารทีเอชซี (THC) ซึ่งเป็นสาระสำคัญในกัญชา กัญชง หากมีสาร ทีเอชซี (THC) เกินกว่า ๐.๒ เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักก็คงยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ อยู่ หมายความว่าเราได้นิรโทษกรรมต้นพืชกัญชาออกไปจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ แต่ว่าเรายังคงสาระสำคัญที่เป็นสารเมาก็คือสารทีเอชซี (THC) ที่เกินกว่า ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นสามารถนำสิ่งที่เป็น ส่วนประกอบของต้นพืชมาใช้ประโยชน์เพื่อการเป็นสมุนไพรเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และทางสุขภาพนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้กระผมมีความกังวลครับว่าทำอย่างไรกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อการใช้กัญชง กัญชาเพื่อประโยชน์ในแง่ของสมุนไพรทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ เพื่ออาหาร เพื่อเส้นใยอะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ต้องสามารถควบคุมสารเมาคือสารทีเอชซี (THC) ในส่วนที่ เกินกว่า ๐.๒ เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักให้ได้ครับ ผมฝากข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะยกขึ้นมาพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับว่าช่วยพิจารณากฎหมายฉบับนี้โดยรอบคอบ เพราะความกังวลของผมไม่ใช่แต่ของผมนะครับ ของสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยด้วย ซึ่งมีข้อห่วงใยไว้ว่าคำแนะนำสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยต่อเรื่องของกัญชานั้นนะครับ
ข้อที่ ๑ กระทรวงสาธารณสุขควรมีคำแนะนำถึงความชัดเจนครับว่าส่วนใด ของต้นพืชกัญชานั้นควรใช้ไม่ควรใช้นะครับ สารทีเอชซี (THC) สารเมานั้นมักจะอยู่ที่ช่อดอก และเมล็ดนะครับ ต้องให้ความรู้ประชาชนก่อน
ข้อที่ ๒ การนำกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ให้เริ่มใช้ประโยชน์เพื่อทางการแพทย์ แล้วก็มีการวิจัยพัฒนาควบคู่กันไป เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบถึงผลข้างเคียงของการใช้เพื่อให้ ทราบถึงขนาดปัญหา โอกาสเกิดโรคทางจิตเวช การบริการจากห้องฉุกเฉินกรณีเกิดผู้ป่วยมึนเมา แล้วก็มีอุบัติเหตุทางถนนก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่ด้านอื่น ๆ นะครับ
ข้อที่ ๓ การส่งเสริมการปลูกโดยขาดความรู้ที่ให้กับประชาชนแล้วค่อยมา แก้ปัญหาภายหลังย่อมเกิดผลเสียมากกว่าผลได้นะครับ
ข้อที่ ๔ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยห่วงใยจำเป็นต้องจำกัดการเข้าถึง กัญชาในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก เยาวชน สตรีมีครรภ์นะครับ
ข้อที่ ๕ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐจัดทำมาตรการ ที่นอกเหนือไปจากที่มีในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่จะให้มีการปลูกอย่างเสรีเพื่อป้องกัน กลุ่มเปราะบาง ซึ่งกลุ่มเปราะบางอย่างที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่ เด็ก เยาวชน และสตรีมีครรภ์ เนื่องจากว่ากัญชานั้นหากใช้ผิดประเภทหรือผิดวิธีส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง สติปัญญา การคิดแบบมีเหตุผล และการยับยั้งชั่งใจทั้งขนาดเสพและหลังเสพ และต่อลูก ในครรภ์ด้วยนะครับ นอกจากนั้นยังสามารถส่งผลความรุนแรงในครอบครัวได้สามารถทำให้ เกิดโรคจิตหรือจิตเภทได้นะครับ ซึ่งสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล ทางด้านวิชาการเพื่อส่งเสริมให้เกิดกลไกในการควบคุมให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ฉะนั้น ผมก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญว่ากรุณาตั้งตัวแทนของสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณากฎหมายกัญชง กัญชา ในครั้งนี้ด้วยนะครับ โดยสรุปผมเห็นประโยชน์ของการนำพืชกัญชามาใช้ อย่างเช่นใบ อย่างเช่นต้น อย่างเช่นราก ที่มีสารเมาน้อย ในส่วนนี้สามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็มีปรากฏในการนำสมุนไพรมาใช้ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วในเภสัชตำรับ ในส่วนนี้คำแนะนำ ต่าง ๆ ในการใช้จำเป็นต้องมีประกอบกันไปต้องใช้อย่างมีความรู้ มีภูมิรู้ แล้วสารใดหรือว่า พืชส่วนใดจะมีสารเมาก็จะต้องมีการให้ความรู้แล้วก็มีคำแนะนำในการใช้ เมื่อเกิดปัญหาจำเป็นจะต้องมีที่ตรวจสารทีเอชซี (THC) ว่าเกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก เพื่อให้ตำรวจฝ่ายที่จะจัดการทางกฎหมายนั้นมีความยุติธรรมในการแก้ไขปัญหา ข้อสังเกต ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปพิจารณาปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ป้องกันโทษอันจะเกิดขึ้นจากการใช้กัญชา กัญชง อย่างผิดวิธีได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน และผลประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจและสุขภาพครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ