วราวุธ ชี้แจงโครงการวังโตนด ยืนยันสร้างแหล่งน้ำแก้ช้างป่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๕

วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงโครงการวังโตนดและมาตรการจัดการช้างป่า ยืนยันการดำเนินการสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาช้างออกมารบกวน พร้อมนำเสนอข้อมูลแผนการจัดการกลุ่มป่า 10 ปี และความสำเร็จในการฟื้นฟูทุ่งหญ้า แหล่งอาหารสัตว์ป่า และการจัดทำแหล่งน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อันเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้โอกาสในการ ที่จะชี้แจง ต้องขอบคุณท่านจารึกนะครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่อง วังโตนด ในขณะนี้ถ้าจะบอกว่าติดอยู่ที่ผมนั้นก็ไม่ผิดนักเพราะว่าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ แต่ว่าก็ยังรอการศึกษาในพื้นที่ว่าผลกระทบ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า เบื้องต้นนั้นปริมาณช้างก็มากขึ้น แล้วปริมาณคนก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ว่าพื้นที่ที่เป็น ที่อยู่ของช้างจริง ๆ ในโครงการของวังโตนดนั้นกระทบทั้งพื้นที่ของอุทยาน แล้วก็พื้นที่ของ ป่าสงวนด้วยเช่นกัน จะใช้พื้นที่ของป่าสงวนประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ แล้วก็พื้นที่อุทยานซึ่งเป็น อุทยานเขาสิบห้าชั้นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้นอีกประมาณเกือบ ๗,๐๐๐ ไร่ ดังนั้นการที่จะ แก้ไขปัญหา เห็นด้วยนะครับ การที่จะต้องสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อที่จะให้ช้างทั้งหลายนั้น จะได้ไม่ออกมารบกวนพี่น้องประชาชน แต่ว่าถ้าหากว่าใช้ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่นั้น ในปริมาณที่น้ำมากที่สุดของการกักเก็บของอ่างวังโตนดนั้นก็กำลังหารือกันอยู่ว่ามันจะ กระทบกับที่อยู่ของช้างขนาดไหน เพราะว่าโดยปัจจุบันนั้นเราได้มีโครงการจัดทำแหล่งน้ำ ขนาดเล็ก การฟื้นฟูทุ่งหญ้า การสร้างปลูกพืชอาหารสัตว์ป่าซึ่งเดี๋ยวผมจะขออนุญาตเรียน ให้กับทางท่านสมาชิกผ่านท่านประธานว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่ว่าโครงการวังโตนด เป็นโครงการที่ดี แต่ว่าในขณะเดียวกันก็คงต้องศึกษาให้ดีว่าเราไม่อยากจะไปแก้ปัญหา ด้วยการสร้างปัญหาใหม่ เพราะว่าถ้าหากพื้นที่ของอุทยานนั้นหายไปประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ถึง ๗,๐๐๐ ไร่นั้น ก็คงจะต้องมาพินิจพิเคราะห์กันว่าจะกระทบกับแหล่งอาหารของช้าง หรือว่าทางเดินของช้างอย่างไร เพื่อที่จะไม่ใช่ว่าสร้างวังโตนดไปแล้วกลายเป็นว่าพื้นที่ ดังกล่าวไม่มีผลกระทบเรื่องช้างแต่ช้างหาพื้นที่ใหม่ไปในการที่จะออกมา เพราะว่าอย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวไปว่าทุเรียนในพื้นที่ของท่านสมาชิกนั้นอร่อยจริง ๆ แล้วเวลาช้างหิวโซ ออกมาก็เหมือนกับมนุษย์เราเดินหิวโซแล้วก็ไปเจอเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ที่มีทั้งผลไม้รากไม้ ที่อร่อยมากมาย ก็เป็นสิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติกำลังเร่งในการศึกษาผลสำรวจและ ผลกระทบถ้าหากว่าพื้นที่หายไปประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ถึง ๗,๐๐๐ ไร่นั้น จะกระทบกับ ความเป็นอยู่ของช้างอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันครับ ทางกระทรวงทรัพยากรโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ มาถึงวันนี้เรามีแผนการ จัดการกลุ่มป่า จัดการแก้ปัญหาช้างป่า ระยะเวลา ๑๐ ปี ในปี ๒๕๖๓-๒๕๗๒ ซึ่งในขณะนี้ มาถึงวันนี้แล้วจากปี ๒๕๖๓ มาถึงปี ๒๕๖๕ นั้นเราได้บริหารจัดการทุ่งหญ้าไปประมาณ ๒๑,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ปลูกพืชอาหารช้างป่าและสัตว์ป่าประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ จัดทำแหล่งน้ำทั้งหมด ๘๔ แห่ง มีการจัดทำโป่งเทียมทั้งหมด ๑๔๕ แห่ง ใน ๔๙ พื้นที่ อนุรักษ์ทั่วประเทศ อย่างเช่นกลุ่มป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบันนั้น เรามี การดำเนินการแบบผสมผสานทั้งการจัดการทุ่งหญ้า ทั้งการตัด การปลูกแล้วก็การชิงเผา เพื่อให้มีหญ้าใหม่เกิดขึ้นมารวมทั้งการปลูกพืชอาหารช้างป่าและสัตว์อื่น ๆ นั้น แล้วก็รวม ไปถึงการจัดทำแหล่งน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ขนาดใหญ่นี้ไม่ได้แปลว่าทำเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดวังโตนดอย่างเช่นการปรับปรุงฟื้นฟูทุ่งหญ้านั้นในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด เราทำไปทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าไร่ แบ่งเป็นในเขตพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ๙๖๐ ไร่ แล้วก็เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนอยู่ ๖,๑๐๐ กว่าไร่ เรามีการปลูกพืชอาหาร ช้างป่าและสัตว์ป่าไป ๑,๕๐๐ ไร่ อยู่ในพื้นที่เขาสอยดาวนั้น ๕๐๐ ไร่ แล้วก็เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนอีก ๑,๐๐๐ ไร่ เราได้จัดทำแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่นี้ก็คือ เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรไปทั้งหมด ๗ แหล่งด้วยกัน มีจัดทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก คือขนาด ๑๐,๐๐๐ แล้วก็ขนาด ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรนั้นทั้งหมด ๒๗ แหล่ง แล้วก็มีสร้าง โป่งเทียมไปทั้งหมด ๑๒๔ แห่ง ในเขตป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด แล้วก็มีการพัฒนาแหล่งน้ำ บาดาลด้วยเพราะว่าบางครั้งการสร้างแหล่งน้ำในหน้าแล้งนั้น แหล่งน้ำบนดินนั้นก็จะตื้นเขิน ลงไป เราจึงได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลควบคู่กันไปกับแหล่งน้ำบนดินเพื่อรักษาระบบ นิเวศแล้วก็รักษาปริมาณน้ำบนดินอีกเกือบ ๒๐ จุดในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ดังนั้นก็อยากจะให้ความมั่นใจแล้วก็อุ่นใจขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวว่าในขณะนี้ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราได้เพิ่มทั้งแหล่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้กับปริมาณช้างที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะสามารถผลักดันช้างทั้งหมดให้สามารถอยู่ในพื้นที่ของป่าอนุรักษ์ได้โดยที่ไม่ต้อง รบกวนพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ