สุพิศาล ถามผลปรับลดวงเงินกู้-ชี้แจงเบิกจ่ายต่ำกว่าประมาณการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งกระทู้ซักถามถึงผลการปรับลดวงเงินกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 2564 โดยอ้างข้อมูลการเบิกจ่ายที่ต่ำกว่าประมาณการ และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังชี้แจงการปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดการงบประมาณและการไม่ปรับลดวงเงินกู้ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมจะอ่านกระทู้ก่อนให้เป็นไปตามระเบียบแล้วค่อยตั้งคำเป็นคำถามที่ ๑ แต่การถาม ครั้งที่ ๑ จะมีการถามสร้อยผมจะอธิบายนิดหนึ่ง กระทู้ผมคือ เรื่อง ขอทราบผลการปรับลด วงเงินที่จะกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี ๒๕๖๔ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงิน การคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔ ให้กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจัดทำ รายงานรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปี และมาตรา ๕๕ วรรคสอง กล่าวว่า เมื่อปรากฏว่า ในระหว่างปีงบประมาณรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการหรือมีการ เบิกจ่ายเงินงบประมาณต่ำกว่าประมาณการ ขีดเส้นใต้คำว่า มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ตามวรรคหนึ่งลง ตามความจำเป็นและเหมาะสม และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ ซึ่งกำหนดให้ รัฐจะต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด จากข้อเท็จจริงที่กระทรวงการคลัง มารายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๑๙ มีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่า รายจ่ายงบประมาณการเป็นเงินจำนวน ๓,๒๘๕,๙๖๒.๔๘ ล้านบาท แต่การเบิกจ่าย งบประมาณ ผมมีสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ขออนุญาตครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

แต่การเบิกจ่าย งบประมาณจริงจำนวน ๓,๐๑๒,๑๔๔.๘๒ ล้านบาท ซึ่งมีความต่างต่ำกว่าจำนวน ๒๗๓,๘๑๗.๖๖ ล้านบาท และยังพบว่ายอดสุทธิการกู้เงินขาดดุลมียอด ๖๐๘,๙๖๒ ล้านบาท ซึ่งไม่รวมวงเงินกู้ที่รองรับกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ตามมติคณะรัฐมนตรีจำนวน ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท ซึ่งแสดงการเบิกจ่ายงบประมาณต่ำกว่าประมาณการจากพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จำนวน ๒๗๓,๘๑๗.๖๖ ล้านบาท แสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลมิได้คำนึงถึงข้อบัญญัติที่กำหนดไว้ในกฎหมายแต่อย่างไร และจะได้ดำเนินการ ตามบทบัญญัติไว้อย่างไร จึงขอเรียนถามดังนี้ ต่อไปในมาตรา ๕๕ วรรคสอง ความชัดเจน ของการที่เป็นคำถามครั้งที่ ๑ นั้นเป็นเรื่องของการใช้คำว่า มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการครับท่านประธาน ทำไมถึงมีตัวเลขตรงนี้เกิดขึ้นครับ เพราะว่ารายจ่าย ประมาณการที่ผ่านสภาเราคือ ๓.๒๘๕ ล้านล้านบาทเศษ แต่การเบิกจ่ายจริงแล้วปรากฏว่า สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลางมารายงานว่ามีการเบิกจ่ายจริงคือ ๓,๐๐๒,๑๔๔.๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ล่ะครับในตัวเลขตรงนี้คือการใช้จ่ายจริง ผมก็เกิดคำถามวันนั้นที่สภาแห่งนี้ ก็ถามทางกรมบัญชีกลางว่าประเด็นดังกล่าวมันขัดหรือแย้งหรือเป็นประเด็นใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังอย่างไร เพราะใน พ.ร.บ. การเงินการคลังในมาตรา ๕๕ วรรคสอง มันบอกชัดเจนในเรื่องของ พ.ร.บ. นี้ ผมก็ขออนุญาตอ่านนิดเดียวครับ โดยเฉพาะในช่วงท้าย ของวรรคสอง ซึ่งมีการเขียนไว้ปรากฏดังนี้ครับ เมื่อปรากฏว่าในระหว่างปีงบประมาณรัฐบาล สามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการอันนี้อันหนึ่ง หรือมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการ ประมาณการคือที่บอกว่าจะเอาไปจ่ายนะครับ ที่เป็นผ่านสภาไปให้ กระทรวงการคลังปรับลดวงเงิน ตรงนี้ล่ะครับขีดเส้นใต้ กระทรวงการคลังต้องปรับลดวงเงิน ที่จะกู้ กู้ไปไหน กู้ไปตามวรรคหนึ่งครับท่านประธาน วรรคหนึ่งพูดว่าอย่างไร วรรคหนึ่งของ มาตรา ๕๕ พูดถึงการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณนั่นล่ะครับ ให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของเงินคงคลังโดยคำนึงถึงประมาณการรายได้คือ รายได้ที่เก็บมา และแผนการเบิกจ่ายงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา ช่วงเวลาก็มีระยะกลาง มีอะไรพวกนี้ครับเดี๋ยวท่านคงอธิบายผม คือให้ปรับลดวงเงินลงตามความจำเป็นและ เหมาะสมครับ ตรงนี้ครับท่านประธาน มันเป็นคำถามที่เกิดเป็นคำถามกับรัฐบาล ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ซึ่งปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๒ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ พูดถึงเรื่องรัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฐานะของการเงินการคลัง ของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม เอาแค่นี้ก่อนครับวรรคแรกก็พอ เพราะใน ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญนั้นปรากฏชัดเลยว่ากำหนดหน้าที่ของรัฐในการรักษาวินัย การเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ในคำอธิบายครับท่านประธาน ผมกราบเรียนผมมาตาม กฎหมายนะครับ การบัญญัติในความมุ่งหมายนี้คือต้องครอบคลุมถึงกรอบการดำเนินการ ทางการคลังและงบประมาณของรัฐ วินัยการเงินการคลังด้านรายได้และรายจ่ายเงิน งบประมาณและเงินนอกประมาณ การบริหารสินทรัพย์และเงินคงคลัง การบริหาร หนี้สาธารณะทั้งเพื่อให้เป็นหลักในการดูแลการเงินการคลังของรัฐให้อยู่ในฐานะมั่นคง และเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้จ่ายในช่วงที่จะไม่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ตรงนี้ขีดเส้นใต้ครับ ไม่สร้างหนี้จนเกินกำลังประเทศ ขณะนี้หนี้ก็แตะ ๑๐ ล้านล้านบาทนะครับ หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน หนี้อะไรก็เยอะแยะไปหมดจากภาวะ ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมา มันถึงเป็นการรักษา วินัยการเงินการคลังหรือไม่ เป็นคำถามครับ ท่านประธานครับ เป็นคำถามที่ ๑ ขอทราบผล การปรับลดวงเงินที่จะกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่รัฐบาลจะต้อง ดำเนินการตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง ตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าวข้างต้นได้กระทำการ อย่างไรตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แต่ถ้ามิได้ดำเนินการขอทราบเหตุผลที่กระทรวงการคลัง มิได้จัดการพิจารณาปรับลดวงเงินกู้ลงตามวรรคหนึ่งตรงตามความจำเป็นและเหมาะสม และถือว่าเป็นการผิดวินัยการเงินการคลังหรือไม่ คำสุดท้ายของไม่ใช่ ท่านคงตอบว่าไม่ใช่แน่ แค่นี้ครับคำถามที่ ๑