ขจิตร ชัยนิคม ท้วงติงนโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ขาดการตอบสนองต่อปัญหาเกษตรกร ชี้ไม่มีงานวิจัยรองรับชีวิตชาวนา แม้ประเทศพึ่งพิงการเกษตร พร้อมเรียกร้องให้ผลิตบัณฑิตและนวัตกรรมที่กลับไปพัฒนาชนบทได้จริง
ท่านประธานที่เคารพ จากรายงานนี้ ซึ่งรายงานโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ คนที่รับผิดชอบในรายงานนี้ถ้าเป็นนักการเมืองก็จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐมนตรี ต่างประเทศ แล้วก็รองวิษณุ เครืองาม แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นั่นคือคนรับผิดชอบทางการเมืองต่อสภานี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในหนังสือรายงานนี้ผมอ่านหมดแล้วนะครับ แล้วผมเป็นกรรมาธิการดูแล อนุกรรมาธิการดูแลเรื่องของการอุดมศึกษา เรื่องการวิจัยมาระยะเวลา ๑๐ ๒๐ ปีนี้นะครับ แปลกไหมครับท่านประธาน ผมเป็นลูกหลานชาวนา สิ่งที่ผมสนใจเขาบอกชาวนาเป็นคนส่วนใหญ่ เกษตรกรหลักของประเทศส่งข้าวออกลำดับ ๑ ลำดับ ๒ ของโลก มีข้าวดีที่สุดเป็นชื่อเสียง ของประเทศชาติ แต่ผมฝากคณะกรรมการหรือท่านที่มาชี้แจงในเล่มนี้ตลอดจนผลการวิจัย ย้อนหลังไป ๑๐ ปีไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดศึกษาหรือวิจัยเรื่องของชาวนา ผมเพียงแต่จะหา ว่ามีผลงานวิจัยอะไรไหมที่จะบอกว่าชาวนาทำนาได้ ๑ ไร่ ๑ ตัน ๒ ตัน ๓ ตัน ๕ ตัน ๖ ตัน ไม่มีครับประธาน ท่านประธานครับ ย้อนหลังไปประมาณ ๕ ปีเป็นเรื่องแปลกไหมครับที่มีเงิน ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านให้กับมหาวิทยาลัยทำการสร้างผู้ประกอบการใหม่ในวงเงิน ๕,๐๐๐- ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็น ส.ส. คนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านทราบไหมครับว่า มีมหาวิทยาลัยเพียง ๒-๓ แห่งเท่านั้นซึ่งรับเงื่อนไขไปทำ แต่ก็ยังไม่สำเร็จในการสร้าง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากลูกหลานของชาวไร่ ชาวนา ผมสะท้อนให้คณะกรรมการหรือ ท่านที่จะมาชี้แจงได้เห็นว่าข้อที่ ๑ ผลผลิตของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษายังไม่ สามารถกลับไปสู่ชนบทได้ ผลผลิตลูกศิษย์ของท่านหาบ้านตัวเองกลับไปสู่ชนบทไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมฝากไว้สำหรับคณะกรรมการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เมื่อไรเราจะผลิตบัณฑิตเดินองอาจผึ่งผายกลับไปสู่ไร่นา กลับไปสู่พื้นที่ของตัวเอง แล้วก็มีงานทำ มีผลงานวิจัยสัมผัสได้ ไม่มี ไม่มีมหาวิทยาลัยใดทำแบบจำลอง ผมบอกให้มหาวิทยาลัยใด ที่ทำแบบจำลองชีวิตของเกษตรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศนี้ให้เอาพื้นที่มา ๕ ไร่ ทำนา อย่างไร ปลูกป่าอย่างไร เราถึงจะมีรายได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท เพียงพอกับการ ดำรงชีวิต ไม่มีมหาวิทยาลัยใดเลย มีการริเริ่มอยู่และมีร่องรอยอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แต่ยังทำไม่ได้เรียกว่าประสบความสำเร็จ ผมฝาก คณะกรรมการสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติด้วย ท่านเป็นสภาอุดมศึกษา ข้อที่ ๒ แล้วก็บอกว่าวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คำว่า วิทยาศาสตร์น่าสนใจท่านประธาน วิทยาศาสตร์คือความเชื่อเรื่องที่พิสูจน์ได้ มีขั้นตอน มีความคิดอย่างมีเหตุผล แต่มันมีงานวิจัยชิ้นไหนไหมครับ ที่จะดึงประชาชนออกจาก ไสยศาสตร์ มีไหมครับ ท่านได้ยอมแพ้ต่อไสยศาสตร์ของประเทศนี้ใช่ไหม ผมมองแล้วไม่เห็น ผมอ่านดูแล้ว ไม่มีการวิจัยเชิงการดำเนินชีวิตที่เป็นวิทยาศาสตร์ หลีกจากไสยศาสตร์ มีแต่ ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ครอบงำประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่ท้าทายที่ผมจะฝากท่านที่มารับ ฟังวันนี้ ผมไม่ต้องการคำชี้แจงจากท่าน ผมเห็นใจท่าน แต่ว่าผมฝากด้วย ฝากชีวิตของ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ทำผลงานวิจัยหรือศึกษา ให้เขามีวิธีการนวัตกรรมที่ผลิตข้าวได้ไร่หนึ่ง ๒ ตัน ๓ ตัน ท่านประธานครับ ผมกลับไปบ้าน ผมเดินอยู่ทุ่งนา ผมดูวิธีการทำนาของ บรรพบุรุษผม วันนี้ไม่ได้แตกต่างกันกับ ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่แล้วหรอกครับ นี่คือสิ่งที่ผมสะท้อนว่าผู้แทน ลูกชาวนา ผู้แทนชนบทคนหนึ่ง แต่ผมเป็นอาจารย์นะครับ ตอนที่ผมไม่ได้เป็นผู้แทน ผมเป็น อาจารย์สอนระดับปริญญานะ ผมเป็นกรรมการสอบนิสิตปริญญาโท แล้วผมเป็นอาจารย์ ที่สอนประถมศึกษาครูบ้านนอกมา แล้วอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมก็ดูผลการวิจัยให้นักศึกษา ได้นะ แต่ว่าผมไม่เห็น ผมดูผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยหรือทุนการวิจัยทั้งหมดของ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทยตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีมานี้ ไม่มีสิ่งที่ตอบสนอง กับปัญหาของชาวนาซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ไม่มี มีก็เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ การเก็บถนอมผลผลิตอะไรต่าง ๆ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรอัจฉริยะก็ไม่ใช่อัจฉริยะจริง นำไป ทำที่ทุ่งนาไม่ได้ แต่ว่าของบประมาณเครื่องมือราคาแพง ๆ ไปเพื่อทำงานทดลองในห้องทดลองได้ ท่านประธานครับ ผมฝากผู้มาชี้แจงไว้ด้วยนะ แนวทางของท่านจะต้องสนองตอบต่อปัญหา ชาวนา ชาวไร่ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ เกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้ และสุดท้าย ผลผลิตของท่านคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ต้องเดินกลับชนบท อย่างองอาจผึ่งผาย ต้องเดินในคันนา ดูผลการวิจัย บอกพี่น้องประชาชนถึงนวัตกรรมที่เจริญ เหมือนประเทศที่เขาทำอยู่วันนี้ ประเทศที่เขามีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน สามารถพลิก ประเทศจากประเทศที่ยากจนเป็นประเทศที่นำแนวหน้าของเทคโนโลยี นี่คือสิ่งที่ผมฝาก ขอบคุณครับ