คารม พลพรกลาง หารือเกี่ยวกับการพัฒนากีฬาในท้องถิ่นผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมเสนอให้ส่งเสริมการสร้างสปอร์ตซิตีเพื่อยกระดับกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของรายงานและประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณที่ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ที่ชัดเจน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนพัฒนาการอาชีพการกีฬาแห่งชาตินะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพียงประเด็นเดียว แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานว่ารายงาน ฉบับนี้เป็นรายงานที่สำคัญ ผมอยากจะพูดถึงสถานการณ์และแนวโน้มกีฬา ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ บอกชัดนะครับว่ารัฐต้องส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริม สุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีชาติ ยุทธศาสตร์ชาติในปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ข้อสนับสนุน แผนการพัฒนากีฬาแห่งชาติ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ากองทุนนี้ ได้เงินมาจากภาษีสรรพสามิต สุรา บุหรี่ หรือภาษีจากสินค้าที่มันไม่ได้ส่งเสริมสุขภาพ ผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศเราถ้าจะให้พัฒนาให้เจริญก้าวหน้าให้ประชาชนมีสุขภาพ แข็งแรง มีคุณภาพที่จะมาพัฒนาประเทศคนต้องมีสุขภาพดีครับ ไม่ใช่มีแต่คนติดยา ไม่ได้มี แต่คนติดสุรา ไม่มีสุขภาพที่ดี ไม่มีศักยภาพที่จะมาพัฒนาบ้านเมือง กราบเรียนประธานว่า ในหน้าที่ ๑๘ คือเรื่องของแนวโน้มกีฬาในประเทศไทย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าปัจจัยที่ทำให้คนอยากเล่นกีฬาและส่งเสริมกีฬาให้มีคุณภาพคือสิ่งที่ สำคัญที่สุดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ หน่วยงาน คือ กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ทำให้สำคัญครับ ผมเป็นคน จังหวัดร้อยเอ็ด แต่บ้านผมไม่ได้เรียกสปอร์ตซิตี (Sport City) ท่านประธาน ท่านกรรมการ กองทุน แต่อย่างจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งผมนาน ๆ จะแวะไป ผมเคยเรียนที่นั่นด้วยนะครับ เป็นจังหวัดที่เขาเรียกว่าสปอร์ตซิตี (Sport City) ที่จังหวัดนี้เวลาไปนี่ไม่ใช่ไปซื้อเสื้อของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็น่าจะผ่าน แต่เวลาเข้าไปจังหวัดนี้เวลามี งานคนมาขายส้มตำมาขายก๋วยเตี๋ยวมาโน้นมานี้ ญาติผมอยู่บุรีรัมย์เวลาเขาก็มีแข่งเขามี ความภูมิใจครับ เขามีความภูมิใจว่าจังหวัดเขามีกีฬาที่ดี กองทุนนี้หรือกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาต้องสร้างสปอร์ตซิตี (Sport City) เยอะ ๆ บุรีรัมย์เก่งเรื่องบอล จังหวัดอื่นเก่งเรื่อง อะไร เมื่อจังหวัดนั้น ๆ เขามีกีฬาที่เป็นประจำจังหวัดของเขามันจะมีการพัฒนา มันจะมี สินค้าที่เป็นเรียกว่าเป็นแบรนด์ (Brand) หรือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเขา รายได้ก็จะเกิดขึ้น อันนี้เขาเรียกว่าสถานการณ์การกีฬา แล้วก็เอาการกีฬาไปพัฒนาท้องถิ่น มีสมาชิกหลายคน ที่พูดถึงเรื่องท้องถิ่นไม่มีสนามกีฬา ไม่มีอุปกรณ์กีฬา แต่ถ้าเป็นจังหวัดที่เขาเรียกว่าสปอร์ตซิตี (Sport City) เรื่องใดก็แล้วแต่มันจะทำให้จังหวัดนั้น ๆ มีการพัฒนาในด้านกีฬา แล้วก็ เศรษฐกิจมันจะดีไปด้วย เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อสังเกตว่า ท่านต้องมีการวางแผนครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านพิพัฒน์ก็ดี การกีฬา แห่งประเทศไทยก็ดี แล้วก็กองทุนนี้ก็ดี ท่านจะเห็นนะครับ ประเด็นที่เสริม ในประเด็นที่ผม อภิปราย ท่านดูการแข่งขันซีเกมส์ (SEA Games) ใน ค.ศ. ๒๐๑๗ แล้วก็ ค.ศ. ๒๐๑๙ เปอร์เซ็นต์ของเหรียญทองที่ได้รับต่ำกว่าเป้าหมาย ๒๙ เหรียญทอง อัตราเรียกว่าการก้าวหน้า คงที่ แล้วกองทุนพัฒนาการกีฬาใช้เงินไปทำอะไร ก้าวหน้าแบบคงที่ครับท่านประธาน มันมี หรือครับใช้เงินเยอะ ๆ ตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่หลายคนพูด แต่การกีฬาไม่ไปไหน มาไหน เขาเรียกว่าอยู่กับที่ หลักการจริง ๆ ในความคิดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบผม ท่านประธานที่เคารพ ท่านต้องพัฒนากีฬาเป็นจังหวัด ๆ แล้วความเจริญจะมาจากจังหวัดนั้น เราจะไปเจอช้างเผือกในป่าแล้วเข้าสู่เมือง เมื่อเข้าสู่เมือง เมื่อสักครู่ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ทำไมนักบอลของไทยไปอยู่ต่างประเทศเยอะ เขามาจาก ต่างจังหวัดพัฒนาขึ้นมาจนมาถึงเมืองหลวง เพราะฉะนั้นผมไม่พูดอะไรมากกว่านี้หรอกครับ แต่ผมมองเห็นว่า ผมแลเห็นว่าทิศทางการพัฒนามันไม่มีทิศทาง ท่านต้องสร้างเมืองที่พัฒนา ชุมชนที่พัฒนา ให้เขามีทั้งอุปกรณ์ฝึก มีสนาม เชื่อมโยงลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาคัดคนขึ้นมา ผมไม่ใช่นักกีฬา แต่เป็นนักดูกีฬา แต่เวลาเห็นทีมชาติแพ้ ทีมที่เรา สนับสนุนแพ้ มันก็ดูกระไร ๆ นะครับ เวลาเราเห็นนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของประเทศเราชนะ สักแมตช์ (Match) หนึ่ง ไฟต์ (Fight) หนึ่ง มันก็ดีใจ เขาเรียกความภูมิใจ ท่านต้องสร้างความภูมิใจ กองทุนตรงนี้ต้องใส่เงินไปในเรื่องของสร้าง พัฒนากีฬาจากท้องถิ่น แล้วขึ้นมาสู่ระดับประเทศครับ ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตเพียงประเด็นเดียวเพื่อให้ท่านนำไป ปรับปรุง ก็ต้องเรียนเสริมนิดหนึ่งว่ามันล่าช้าเกินเหตุ ปี ๒๕๖๖ อันนี้ที่อ่านอยู่นี้ ถ้าดูไม่ผิด เลขที่ออก ปี ๒๕๖๒ ก็ให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์หน่อยครับ ประเมินอย่างนี้มันประเมิน อะไรไม่ได้หรอกครับ มีแต่ตั้งข้อสังเกตด้วยความเคารพ แต่ก็ถือว่าทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันพัฒนา บ้านเมือง แล้วแต่มุมของท่าน ก็กราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพขอบคุณครับ