ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ หารือการจัดสรรงบประมาณกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างนักกีฬาคนปกติและคนพิการ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงสวัสดิการและค่าตอบแทนให้เท่าเทียมกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ก็ เข้าปีที่ ๔ แล้วนะครับ กับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ชุดที่ ๒๕ ซึ่งก็ได้รับรายงานจากกองทุน พัฒนากีฬาแห่งชาติตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ อย่างที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ได้พูดไว้แล้วนะครับ โดย หลัก ๆ แล้วกองทุนก็มีบทบาทหลักในเรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็พัฒนาดูแลเรื่อง สวัสดิการของทัพนักกีฬา แล้วก็โค้ช (Coach) ผู้ดูแลนักกีฬาต่าง ๆ โดยได้รับงบประมาณจาก ภาษีเหล้า บุหรี่ ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปีก็ประมาณคร่าว ๆ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเรา ไปดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๕ ๘ ปี ก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้าน บาท กับงบประมาณของกองทุนที่จะดูแลพัฒนาองค์การการกีฬาของไทยเรา เรามาดูกันว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงบัดนี้ว่าวงการกีฬาของเรา เป็นอย่างไรบ้างล่าสุดที่มีการแข่งขันซีเกมส์ (SEA Games) ที่เวียดนามก็เห็นได้ว่าไม่ว่า จะเป็นฟุตบอลหญิง ฟุตบอลชาย ซึ่งเป็นกีฬามวลชนของเราก็เสียแชมป์ (Champ) ให้กับ เวียดนาม ๑:๐ ทั้งหญิงและชายนะครับ ซึ่งประเด็นของกองทุนนี้ผมได้พูดหารือแล้วก็ เข้ากรรมาธิการแล้วก็ตั้งกระทู้ถามมาตั้งแต่สมัยแรกของการประชุมก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงบัดนี้นะครับก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นค่าเหรียญรางวัล ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดอีกครั้งหนึ่ง ในระดับโอลิมปิกของนักกีฬา คนปกติก็เหรียญทอง ๑๒ ล้านบาท ของคนพิการ ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อมาดูของนักกีฬา คนใบ้ เพื่อนนักกีฬาคนหูหนวกของเราเท่าไรรู้ไหมครับ ๕๐,๐๐๐ บาท ครับท่านประธาน นี่คือระดับโลก เป็นที่น่าตกใจมากผมก็เพิ่งรู้หลังจากที่ผมได้หารือไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มาวันนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม มาดูในระดับเอเชียครับ ของนักกีฬาคนปกติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ของคนพิการ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาดูนักกีฬาของคนหูหนวก ๒๕,๐๐๐ บาท ๒๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ที่กว่าที่เขาจะได้ไปแข่งในระดับนั้นก็ต้องมีการควอลิฟาย (Qualify) มีการเก็บคะแนน เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ใครก็ไปได้ นี่คือในเรื่องของค่าเหรียญรางวัลของนักกีฬาคนปกติกับ นักกีฬาคนพิการ แล้วเวลาคนปกติไปแข่งมาแล้วได้เหรียญทองครั้งเดียว ครั้งเดียวได้เป็นนายร้อย ของคนพิการไปมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ได้มาเป็นสิบ ๆ ทองแล้วครับ แต่ที่เขาเหลืออยู่คืออะไร เดือนละ ๘๐๐ เหมือนเดิมครับท่านประธาน นี่คือสวัสดิการของ การรับใช้ชาติของเขา คนพิการก็มีลูกมีเมีย มีพ่อแม่ มีภาระที่ต้องดูแลเหมือนกันไม่ได้ต่าง อะไรกับคนปกติเลย เพราะฉะนั้นผมจึงนำเสนอในเชิงของความเท่าเทียม คนเท่ากันว่าคน เหล่านี้เราก็คือคนเหมือนกัน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต้องดูแลไม่ต่างกันเลย แล้วที่สำคัญ ล่าสุดนะครับ นักกีฬาระดับเยาวชน ยูธ (Youth) ท่านประธานครับ ยูธ (Youth) นี่ ๔ ปี มีครั้งหนึ่ง แต่ยูธ (Youth) นักกีฬาของน้อง ๆ ปกติเขาได้ค่าเหรียญ ค่าความสามารถของเขา ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ แต่เมื่อมาดูของนักกีฬาคนพิการ ท่านประธานครับ ๔ ปีมีครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี ๒๕๖๔ เป็นครั้งที่ ๔ แล้วครับ แต่ค่าเหรียญรางวัลกลับไม่มีแม้แต่ ๒๕ สตางค์แหวงหนึ่งครับ ไม่มีเลยเป็นศูนย์ครับ นี่คืออะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับกองทุนพัฒนา กีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงวันนี้ และมีงบประมาณมากถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าคับแค้นใจมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการแก้ไขง่ายมาก ง่ายมากจนยกตัวอย่างที่ได้เจอ กับแทมมี่ ดักเวิร์ธนะครับ เขาเจอผมทีเดียวเขากลับไปบ้านเมืองของเขาเขาเอาไปแก้ให้กับ คนพิการของเขาได้เท่ากับนักกีฬาคนปกติ แล้วที่สำคัญเขาย้อนหลังไปอีก ๕ ปีครับ สุดยอด ไหมครับ บ้านเราก็บอกต้องรอไปก่อน แล้วก็ในเรื่องของการกีฬาแห่งชาติ ในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดค่าเหรียญไม่มี บางจังหวัดเสื้อในการแข่งขันได้ ๑ ตัว หรือไม่มี บางจังหวัดได้ เบี้ยซ้อม ๑๕๐ บาทบ้าง ๒๕๐ บาทบ้าง เมื่อไปดูระเบียบของกองทุนที่ออกมายังเก่ายัง คร่ำครึมาก เบี้ยซ้อมของนักกีฬา ๒๕๐ บาทครับ ยังต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่เลย นี่มันคืออะไร กันครับ ผมจะหมดเวลาแล้ว เวลาน้อยมากพอพูดเอาจริง เพราะฉะนั้นก็อยากฝากว่าให้ กองทุนไปปรับปรุงแก้ไขในเรื่องตรงนี้เพราะมันคือคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ สวัสดิการของนักกีฬาเป็นรายเดือนด้วย ถ้าดูในนี้ในเรื่องสวัสดิการจะมี ๑๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ผมเห็นมาในอีกชอยซ์ (Choice) หนึ่งนะครับ ก็ดูแลนักกีฬา ๑๐ คนเป็นรายเดือนตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ มีแค่ ๑๐ คน ก็ต่อนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ซึ่งปกติผมจะพูดไม่ค่อยมาก แต่วันนี้พอพูดแล้วของขึ้นนะครับ นี่คือการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ บริหารงาน โดยระดับนายพลครับ มีตั้งแต่นายพลที่เป็นนายก รองนายก แล้วที่สำคัญอนุทั้ง ๓ อนุก็เป็น นายพลทั้งนั้นครับท่านประธาน นี่คือผลงานตั้งแต่ ๒๕๕๘ จนถึงบัดนี้บริหารงานโดยนายพล ทั้งนั้น ก็ขอฝากพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันติดตามดูแลและร่วมกันเปลี่ยนนายพลที่จะมี อำนาจในประเทศนี้ด้วยปลายปากกาด้วยถ้ามีถึงคิวตรงนั้น ก็ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ