ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์และออนไลน์ พร้อมรายงานผลการลดจำนวนร้องเรียนจากการประชาสัมพันธ์และเตือนภัย รวมถึงความร่วมมือกับตำรวจในการรวมคดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดี และแนะนำช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ เช่น หมายเลข 1212 และ 1441
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีที่ได้ถามกระทู้เรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องที่เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เราพยายามทำกันอยู่ในขณะนี้คือการสร้างภูมิต้านทานให้ ประชาชนและประชาชนได้รับรู้ ซึ่งจากที่ผ่านมาหลังจากเรามีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย (Social Media) แล้วก็สื่อมวลชนก็ช่วยกันออกข่าวเยอะในช่วงที่ ผ่านมาเรื่องเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) การหลอกลวงออนไลน์ (Online) เราก็มีสถิติที่วัดได้ตั้งแต่ช่วงมีนาคม เมษายนมานี้ เรื่องร้องเรียนจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ (Online) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ลดลง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเคยมีการ ร้องเรียนเดือนหนึ่งประมาณ ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ตอนนี้เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ ลดลงเกือบครึ่ง เพราะว่าประชาชนรู้หมดแล้วก็มีการตื่นตัวมากขึ้น วันนี้ผมเข้าใจว่าเราก็เห็นในสื่อว่ามีคน โทรมามีคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) วันนี้คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ก็โดนคนที่รับ โทรศัพท์คุยเล่นเป็นเรื่องตลกไปเลยเพราะเขารู้แล้วว่าเป็นการหลอกลวงนะครับ แต่เขาก็จะ ปรับรูปแบบไปเรื่อย ๆ ในการเข้ามาหลอกลวงประชาชน ซึ่งอันนี้เราก็ต้องติดตามและคอย แจ้งเตือนประชาชนในเรื่องรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการหลอกลวง อย่างไรก็ดีจากคำถามที่ ท่านสะถิระได้กล่าวมา ผมคิดว่าต้องเอาหลักการก่อน คือตามอำนาจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมก็คือการปิดเว็บ (Web) ปิดกั้นหรือเทกดาวน์ (Take Down) แล้วก็มี อำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ในการดำเนินคดี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์จะมี โทษจำคุก ๕ ปี แล้วมีค่าปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่หลักคือโทษอาญาเป็นโทษหลักที่เราใช้ใน การดำเนินคดีอยู่นะครับ ก็คือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือว่าการทำผิดกฎหมาย ในระบบคอมพิวเตอร์นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว วันนี้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี (Technology) ที่เรียกกว่า สอท. ซึ่งเป็นระดับกองบัญชาการเข้ามาดูแลเรื่อง ไซเบอร์ (Cyber) เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ (Online) โดยเฉพาะ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะมีการพยายามรวมคดีด้วยนะครับ วันนี้ปัญหาที่เกิดจากการฉ้อโกง ประชาชนมันเป็นปัญหาที่ทำคดีได้ยากนะครับ เพราะว่าเวลาเขาเปิดเว็บไซต์ (Website) อันหนึ่งแล้วขายของออนไลน์ (Online) หรือว่าหลอกลงทุน หลอกแชร์อะไรต่าง ๆ ผู้เสียหาย มีทั้งประเทศ ไม่ได้มีที่สัตหีบที่เดียวใช่ไหมครับ มันจะมีคนไปแจ้งความที่สัตหีบ คนไปร้อง แจ้งความที่สมุทรปราการ แจ้งความที่เชียงใหม่ ไปแจ้งความที่ทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นปัญหา ใหญ่คือต้องพยายามรวมคดีนี้ให้เป็นคดีเดียว เป็นคดีฉ้อโกงประชาชนแล้วเอาทุกสำนวนมา รวมกันแล้วให้ทาง สอท. ดำเนินการเพื่อคดีจะได้รวดเร็วขึ้นแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพในการ ดำเนินคดีได้มากขึ้นนะครับ เพราะถ้าไปกระจัดกระจายอยู่ตำรวจแต่ละที่แต่ละจังหวัดต่างคน ต่างทำคดีมันก็คงจะดำเนินการได้ยากนะครับ เป็นคดีจิปาถะไปเลยทีนี้เรื่องมันก็จะวุ่นวาย ไปหมดนี่คือสิ่งที่ได้ทำอยู่ ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าเราก็ได้ดำเนินคดีไป จากสถิติในปีที่ผ่านมาก็ ดำเนินการไปถึง ๕,๐๐๐ กว่าคดี ซึ่งก็อยู่ระหว่างดำเนินการครับ โดยเฉพาะการโกงหรือ การหลอกลวงต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลอยู่ แล้วถ้าเคส (Case) ไหนที่เป็นเคส (Case) ที่สำคัญหรือที่ประชาชนร้องเรียนมาที่กระทรวงหรือผ่านท่าน ส.ส. ทางผมก็จะติดตามให้จะ เร่งให้เร็วขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้น้องประชาชนอยู่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกันก็คือการ ปรับปรุงระบบการทำงาน ตอนนี้เรามีระบบออนไลน์ (Online) แจ้งความออนไลน์ (Online) ก็ได้อยากเรียนให้ท่านทราบด้วย ตั้งแต่เรื่องร้องเรียนเลยถ้าร้องเรียนมาที่กระทรวงท่านก็ ร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้ที่ ๑๒๑๒ ออนไลน์ คอมพลีต เซ็นเตอร์ (Online Complete Center) มีทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ทั้งอีเมล (e-Mail) ทั้งแชตบอต (Chatbot) หรือโทรมาที่คอลเซ็นเตอร์ ๑๒๑๒ (Call Center 1212) ซึ่งอันนี้ก็ประชาสัมพันธ์ไปเยอะ เรามีการทำโครงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องนี้ด้วย ผ่านทั้งวิทยุโทรทัศน์และ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ให้รู้จักช่องทาง ๑๒๑๒ แล้วก็เตือนให้ประชาชนมีความ ระมัดระวังในการใช้งานในโลกออนไลน์ (Online) มากขึ้นนะครับ หรือทางตำรวจก็จะมีศูนย์ รับแจ้งความที่เรียกว่าคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เหมือนกัน ของเขาเรียก ๑๔๔๑ แจ้ง ความนี้นอกจากแจ้งปัญหาแล้วเอาถึงขั้นว่าเป็นการแจ้งความดำเนินคดีผ่านระบบออนไลน์ (Online) ด้วยเช่นกันเพื่อความรวดเร็ว และพอแจ้งความแล้วตอนนี้ระบบถ้าเราเชื่อมข้อมูล กันอยู่นะครับ ที่มีมาตรการคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย และธนาคารพาณิชย์แล้วว่า ให้อายัดบัญชีให้ได้ภายใน ๑ ชั่วโมงนี่ พยายามคุยกันว่าหรือถ้ารวบรวมพยานหลักฐานเสร็จ คิดว่าชัดเจนแล้วว่าเป็นการหลอกลวง แล้วมีชื่อบัญชีม้าเข้ามาอย่างที่ได้กล่าวต้องอายัดบัญชี ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้หยุดการโอนเงินเพราะบัญชีม้ามันแค่ผ่านเงิน พอเงินเข้าไปปุ๊บเขาจะ โอนไปบัญชีต่อ ๆ ไปเพื่อเอาไปใช้เงินจริง ๆ บัญชีม้าแค่ผ่านเงิน เพราะฉะนั้นพอเราทราบ เลขบัญชีที่เขาใช้โอนเงินแล้วเราต้องรีบอายัดบัญชีแล้วก็สืบไปถึงเส้นทางต่อว่าเขาโอนไปให้ บัญชีไหนบ้าง บัญชีต่อ ๆ ไปก็จะอายัดทั้งหมดนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาจากที่เราทำระบบนี้ ก็ทำให้สามารถอายัดบัญชีได้หลายร้อยล้านบาทที่สามารถจะเอาเงินคืนให้กับพี่น้องประชาชน ได้นะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นความร่วมมือของทั้งตำรวจ กระทรวง แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศ ไทยที่ทำอยู่ รวมถึงตอนนี้ที่ผมขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ที่มีแอป โมบาย แบงก์กิง (App Mobile Banking) ที่ใช้โอนเงินกัน ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดการหลอกลวงกันเยอะ มากเพราะมันโอนเงินง่ายนะครับ โดนหลอกแป๊บ ๆ ตัดสินใจบางที ๑ นาทีกดโอนเงินไปแล้ว กว่าจะคิดได้ก็อีก ๑ นาทีคิดได้เหมือนกันแต่เงินมันไปแล้วนะครับ อันนี้เขาก็คือขอความ ร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) ให้แจ้งเตือนแอปพลิเคชัน (Application) เวลาเปิดมา เราคงจะเห็นบางแบงก์ก็เริ่มขึ้นมาแล้วว่าก่อนโอนเงินก็จะมี คำเตือนก่อนว่าให้ระวังมิจฉาชีพนะอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้ทำมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมคิดว่า คงเป็นหน้าที่ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สื่อมวลชนและทุกคนในที่นี้ต้องช่วยกัน ก็คือการสร้างภูมิต้านทานให้ประชาชน สร้างการรับรู้ เช่นให้รู้ว่าการที่จะไปทำธุรกรรม ออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ให้มีความระมัดระวัง ถ้าท่านไม่รู้จักตัวตนเขาอย่างแท้จริง ก็อย่าไปเชื่อ อย่าไปโอนเงิน อย่าไปทำธุรกิจด้วย เพราะว่าตอนนี้ในเฟซบุ๊ก (Facebook) เขาอยากจะใส่รูปอะไรก็ได้ อยากจะเป็นใครก็ได้ อวตารหรือว่าตัวปลอมเยอะมากนะครับ เพราะว่าเราต้องตอนนี้คนที่มีปัญหาออนไลน์ (Online) ที่ซื้อของอะไรนี่มาจากเฟซบุ๊ก (Facebook) ทั้งนั้นนะครับ มาจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) พวกนี้อาจจะทวิตเตอร์ (Twitter) ด้วย พวกนี้เขาไม่มีการยืนยันตัวนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้น เราต้องเตือนประชาชนให้เขาได้มีความรู้ว่าคนที่คุณเจอในระบบพวกนี้มันไม่ใช่นะครับ แล้ว ๒. ก็คือว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครที่ติดต่อไปว่าให้มาจ่ายเงินโน่นนี่นั่น ไม่มีนะครับ เพราะในระบบราชการเรามันไม่มีการติดต่อไปให้ประชาชนมาให้จ่ายเงินหรือมาเสียค่าปรับ อยู่แล้วนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องช่วยให้ความรู้ประชาชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้เกิด ภูมิต้านทานให้ประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้งานโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือโลกออนไลน์ (Online) ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราทำมาดี ๆ มันก็จะหมดไปเอง การโดนหลอกลวง จะลดลงไปเรื่อย ๆ แต่ปัจจุบันอย่างที่ผมได้กล่าวตอนแรกว่าจากเรื่องร้องเรียนในช่วงปีที่แล้ว ประมาณเดือนละ ๖,๐๐๐ ตอนนี้ลงมาเหลือประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าแล้ว หลังจากเราออกข่าว กันเยอะ ๆ พูดกันเยอะ ๆ ให้ระวังการถูกหลอกลวงจากปัญหาออนไลน์ (Online) ก็ฝากทาง เพื่อนสมาชิกและทางสื่อมวลชนให้ช่วยกันด้วย แต่สุดท้ายครับ เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่อง กฎหมาย อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาเพราะเราจะเข้าใจว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์นี่ ปิดเว็บ (Web) ได้ ปิดธุรกิจเขาได้นะครับ จะปิดได้มันต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน แล้วเขาต้องทำผิดกฎหมายนะครับ อย่างท่านพูดถึงเงินกู้ออนไลน์ (Online) อย่างนี้ การให้ กู้เงินไม่ผิดกฎหมายใช่ไหมครับ ผมให้กู้เงินกันนี่เราก็กู้กันได้ เพราะฉะนั้นมันต้องรวบรวม พยานหลักฐานว่าเขาผิดอะไรแล้วก็ไปดำเนินคดีไปจับกุม หรือการลงทุนมีการร่วมลงทุนกัน ก็ลงทุนได้ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้องถูกกฎหมาย มันไม่ได้มีข้อห้ามนะครับ เพราะฉะนั้นต้อง ผิดกฎหมายก่อน เหมือนอย่างล่าสุดก็คือเรื่องมังกรฟ้าท่านจำได้ใช่ไหมครับ ขายหวย ขายลอตเตอรี่ผ่านระบบออนไลน์ (Online) ถ้าเขาไม่ผิดกฎหมายก็ปิดเขาไม่ได้ เรารวบรวม พยานหลักฐานร่วมกับตำรวจส่งไปให้ศาล ส่งไปให้ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าสิ่งที่ทำมัน ไม่ผิดกฎหมายมันก็ไปปิดเขาไม่ได้นะครับ เช่นเดียวกันทุกอย่างมันก็เกิดจากว่าเขามีสิทธิทำ ธุรกิจออนไลน์ (Online) ประชาชนก็มีสิทธิเลือกที่จะใช้บริการหรือไม่ใช้ แต่สุดท้ายมันต้องมี ความผิดเราก็ช่วยกัน ถ้าว่ามันผิดเราก็ช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีนะครับ อันนี้ ก็เป็นแนวทางที่ทางกระทรวงได้ติดตามทำอยู่ แล้วก็คิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ขอ ชี้แจงเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ