รงค์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทางราง ชี้เพิ่มประสิทธิภาพ-ยกระดับชีวิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕

รงค์ บุญสวยขวัญ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการขนส่งทางราง โดยเน้นถึงความคาดหวังของประชาชนในภาคใต้ที่ต้องการระบบขนส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมมองว่ากฎหมายนี้จะเป็นกลไกบูรณาการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะสั้นและระยะยาว

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งทางรางที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ที่บอกว่าสนับสนุนเพราะว่าวันนี้ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ เป็นกฎหมายที่เป็นความหวังและเป็นการรอคอย ซึ่งประชาชนชาวบ้านผมที่ปักษ์ใต้ที่นครศรีธรรมราชรอคอยการขนส่งทางรางหรือการขนส่ง ที่มีรถไฟซึ่งเป็นแกนสำคัญในคาบสมุทรสยามมาลายู วิ่งออกจากหัวลำโพงลงไปถึงสุไหงโก-ลก ลงไปถึงปาดังเบซาร์เชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่าความหวัง ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นตัวอย่างของพระราชบัญญัติรวมศูนย์การบริหารไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งรวมศูนย์แล้วจะต้องไปเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะในส่วนนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เหตุที่บอกว่ารวมศูนย์และต้องไปเพิ่มบริการสาธารณะก็คือว่าเมื่อพูดถึงรถไฟ เก่า ๆ ความรู้สึกหรือความประทับใจของพี่น้องชาวปักษ์ใต้บ้านผมเวลาพูดถึงรถไฟเก่า ๆ แล้วมันมีปัญหาอะไรบ้าง แต่หลังจาก พ.ศ. ๒๕๖๕ เมื่อรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ได้ออก กฎหมายฉบับนี้แล้วประสบการณ์อันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือเลวร้ายกับการขนส่ง ทางรถไฟที่เก่า ๆ นั้นจะเกิดใหม่ จะเป็นเรื่องใหม่ เขามีความรู้สึกว่าเป็นความหวังครับ เช่น สมัยเก่ารถไฟเก่า ๆ ไปปักษ์ใต้ ไปนครศรีธรรมราช ไปหาดใหญ่ ไปพัทลุง ไปเขาชุมทอง ไปทุ่งสงล่าช้า ๑๘ ชั่วโมง วันนี้ขนส่งทางรางแบบนี้ถ้ามีขึ้นมาและจินตนาการของชาวใต้ จะต้องบอกว่ารวดเร็วขึ้นจาก ๑๘ ชั่วโมง อาจจะเป็น ๑๐ ชั่วโมงไปที่ทุ่งสงได้ไหม ไปถึง เขาชุมทอง ๑๐ ชั่วโมงได้ไหม ความล่าช้าสิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานที่ถูกปรับจากกฎหมาย ฉบับนี้ พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้รู้หรอกว่ากฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด ๑๖๕ มาตรา ซึ่งมี สาระสำคัญมากมายตั้งแต่คณะกรรมการนโยบาย ตั้งแต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ การเชื่อมต่อ ตั้งแต่การทำไม่ให้มีรอยต่อในการบริการ นั่นคือประสบการณ์ที่เป็นปัญหาของ พี่น้องชาวเมืองกรุงเทพมหานครหรือในเขตปริมณฑล แต่พี่น้องที่ไปภาคเหนือ ไปอีสาน พี่น้องที่ไปภาคใต้เขารอความเร็ว เขารอรถไฟรถรางคู่ วันนี้ชาวใต้ ชาวนคร ชาวตรัง ชาวทุ่งสง ชาวจันดี ชาวฉวางเขาคอยรถไฟรางคู่ กฎหมายฉบับนี้ กำลังมาเขาปรบมือเลยครับ เพราะฉะนั้นเขาจะได้มีมาตรฐานเรื่องเวลาที่บอกเดิมจากหัวลำโพง ไปถึงทุ่งสง ๑๘ ชั่วโมงนี่อาจจะเหลือ ๑๐ ชั่วโมง นี่คือความหวังของเขา นี่คือสิ่งที่จะมากับ พ.ร.บ. ฉบับนี้สาระสำคัญใน ๑๖๕ มาตราเป็นอย่างไรไม่ทราบวันนี้ผมคิดว่าผมพูดเรื่องนี้ แทนพี่น้องชาวใต้ว่าพี่น้องชาวใต้ของผมคงจะได้ความรวดเร็วมาตรฐานเรื่องเวลา พี่น้องชาวใต้ จะได้มาตรฐานเรื่องของการใช้ที่ดินริมทางรถไฟที่บริเวณรอบสถานีรถไฟต่าง ๆ ที่จะถูก พัฒนาขึ้นมา พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชวิ่งมาเขาชุมทองเขาจะได้ทำโลคอลโรด (Local Road) เพื่อให้สถานีเขาชุมทองเป็นสถานีใหญ่ของนครศรีธรรมราช แล้วคนในเมืองนครประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ได้ใช้โลคอลโรด (Local Road) ที่วิ่งเลียบทางรถไฟมาถึงนคร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งเป็นความหวังของเขา ท่านประธานที่เคารพเรื่องระบบราง การเชื่อมต่อ ระหว่างรางต่อรางปัจจุบันนี้อันนี้ผมบอกแล้วว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่ประทับใจของคน กรุงเทพมหานคร หรือรถยนต์กับรถราง หรือเรื่องรางที่ปัจจุบันนี้ก็คนกรุงเทพฯ เรือกับเรื่องราง ปัจจุบันนี้ก็คนกรุงเทพฯ แต่คนบ้านผมก็คือเวลา การพัฒนาที่ดิน ราคา มาตรฐานเรื่องของ การเดินทางที่จะต้องมีมาตรฐานนี่คือความคาดหวัง นี่คือชาวใต้บอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. รวมศูนย์ไว้ที่รัฐบาล แล้วก็รวมศูนย์เสร็จมันจะต้องขจัดสิ่งเหล่านี้ให้ลงได้ มันจะต้องขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขาให้ได้แล้วให้ใครเขาเห็นว่าการมี พ.ร.บ. ฉบับนี้มันเป็น พ.ร.บ. ที่เขาสัมผัสได้แค่เอาลดจาก ๑๘ ชั่วโมง เหลือ ๑๐ ชั่วโมงเขาสัมผัสได้แล้ว แค่ทำ โลคอลโรด (Local Road) ให้เขาเขาก็ได้แล้ว แค่เอาที่ดินมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถบทุ่งสง แถบพัทลุง แถบหาดใหญ่เขาสัมผัสได้แล้วนั่นเป็นประการแรก

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมคิดว่านี่คือเป็นลักษณะ พ.ร.บ. แบบบูรณาการ ถ้าไม่มีการบูรณาการโดยกฎหมายจะให้บูรณาการโดยอำนาจทางการบริหารของ อธิบดีแต่ละอธิบดี ของ กทม. กับ รฟม. กับ รฟท. ซึ่งแต่ละคนถือกฎหมายกันแต่ละตัว ใช้อำนาจของผู้บริหารสูงสุดของแต่ละองค์กรมานั่งบริหารด้วยกันไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น เอาการบริหารที่แต่ละคนแยกกันมารวมไว้ที่ใดที่หนึ่งแล้วสร้าง พ.ร.บ. ขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ ก็เป็นตัวอย่างลักษณะของการบริหารแบบบูรณาการที่เอาประเด็นเรื่องรางมาเป็นตัวร่วม ลักษณะเช่นนี้ผมคิดว่ารัฐบาลมาถูกทางและจะเพิ่มประสิทธิภาพในขณะที่กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลที่ พลเอก ประยุทธ์ ได้ทำเรื่องระบบรางไว้ตลอดระยะเวลา ๗-๘ ปีที่ผ่านมา ซึ่งใน ๔-๕ ปีข้างหน้าระบบรางเหล่านั้นจะเกิดขึ้นแล้วก็เกิดบริการเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตเมือง เพราะฉะนั้นการบูรณาการแบบนี้จะทำให้ประสิทธิภาพ ของคนเมือง คนเมืองจะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ คนกรุงเทพมหานครจะได้ประโยชน์ จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ คนต่างจังหวัดคนปักษ์ใต้บ้านผมก็จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมจึง มั่นใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ใหม่ที่สร้างความหวังให้กับเขาและเป็นความหวังที่เกิดขึ้น ในระยะสั้นที่สัมผัสได้ ผมจึงขออนุญาตเห็นด้วยในหลักการที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติ ขนส่งทางรางที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ เสนอมาที่สภาเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน