ชัยชาญ แจงต่ออายุฉุกเฉินโควิด-19 รับมือโอไมครอนอย่างมีประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงถึงความจำเป็นในการประกาศและต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอน พร้อมย้ำความสำคัญของการบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน ภายใต้การนำของ ศบค. ซึ่งมีส่วนสำคัญในการควบคุมสถานการณ์จนได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก รวมถึงการพิจารณาการชุมนุม การปรับปรุง พ.ร.บ. โรคติดต่อ และการเตรียมความพร้อมสู่การใช้ชีวิตปกติใหม่ตามสถานการณ์

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในวันนี้ครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาต กราบเรียนอีกครั้งนะครับ สำหรับท่านสมาชิกว่าในการที่รัฐบาลได้ประกาศพระราชกำหนด สถานการณ์ฉุกเฉิน วัตถุประสงค์หลักนั้นก็คือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งถือว่าเป็นโรคอุบัติใหม่แล้วก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นแม้ในโลกนี้ก็ตาม เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ไขปัญหาที่ไม่ให้โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นแพร่กระจาย หรือสร้างผลกระทบไปสู่วงกว้าง การดำเนินการนั้นวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้การแก้ไขปัญหานั้น มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกส่วนงานได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานด้านอื่น ๆ

จากการประกาศพระราชกำหนดได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดโรคติดต่อไวรัสโควิค-๑๙ (Virus COVID-19) ขึ้น ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแล้วก็มีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับ ทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ รวมทั้งได้มีที่ปรึกษา มีผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ มีคุณหมอ ที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาเพื่อลดการแพร่ ระบาด ทำอย่างไรที่จะควบคุมไม่ให้แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง พร้อมกับพิจารณาในเรื่องของ มาตรการอื่น ๆ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคมไปด้วยกันนะครับ

ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการดำเนินการ ผมขออนุญาตใช้คำย่อว่า ศบค. นั้น ก็ได้มีการพัฒนาการประชุมหารือ การพิจารณามาตามลำดับนะครับ ก็สามารถที่จะแก้ไข สถานการณ์ได้ ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกก็คงทราบดีว่าเราก็เป็นประเทศหนึ่งที่องค์การ อนามัยโลกหรือประเทศอื่น ๆ นั้นได้เห็นถึงการปฏิบัติของประเทศไทยในการที่จะควบคุม การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งปัจจุบันนี้ก็กล่าวได้ว่าได้มีการดำเนินการ จนสถานการณ์นั้นคลี่คลายลงไปในหลายส่วนแล้วนะครับ

ในการเฝ้าระวังการติดตามนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในปัจจุบันนั้น คงทราบดีว่าการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นก็ยังคงมีอยู่ แล้วปัจจุบันนี้ก็มี สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) โดยเฉพาะบีเอ.๔ (BA.4) หรือบีเอ.๕ (BA.5) ซึ่งตรงนี้ ทางฝ่ายแพทย์ ฝ่ายสาธารณสุขก็ได้มีการจับตาติดตามว่าสายพันธุ์นี้จะมีผลในเรื่อง ความรุนแรงของโรคหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ในประเทศต่าง ๆ ก็ได้มีการพบกันมากขึ้น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายสาธารณสุขเองก็ยังมีความกังวลว่าหากจะเกิดการแพร่ระบาด ขึ้นมาอีกเป็นกลุ่มก้อน เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ผ่านมาก็จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ นั้น ควบคุมยากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความรวดเร็ว ต้องมีการบูรณาการทุกส่วนงาน ไม่ว่าจะ เรื่องของด้านแพทย์ก็ตาม เรื่องของเศรษฐกิจก็ตาม ซึ่งจะพัฒนาควบคู่กันไป ขออนุญาตกราบ เรียนว่าในเหตุผลที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในการประชุม ศบค. ที่ผ่านมาจนถึง สิ้นเดือนหน้านี้ ก็เรียนว่าเป็นข้อเสนอเป็นการประชุมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเราจะ ทำอย่างไรถึงจะให้มีมาตรการต่าง ๆ ที่พร้อมจะควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เมื่อสถานการณ์ คลี่คลายลงไป ก็คงจะต้องมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการและทำอย่างไรต่อไป เดี๋ยวผมจะตอบคำถามใน ๔ คำถามย่อยของท่านสมาชิก ผมก็อยากเรียนเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เรื่องของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมิได้มีความมุ่งหมายประสงค์ที่จะไปควบคุม เรื่องของการแสดงออกอะไรทางการเมืองก็ตาม ความมุ่งหมายหลักสำคัญก็คือว่าการที่จะ แก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด (COVID) ได้อย่างรวดเร็วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ การเตรียมความพร้อมสำหรับประเทศที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ชีวิตใหม่ นิวนอร์มัล (New Normal) หรือประกาศเป็นโรคประจำถิ่นในอนาคตต่อไป ขออนุญาตกราบเรียน คำถามของท่านสมาชิกใน ๔ คำถามย่อย

ขออนุญาตเรียนคำถามแรกว่าท่านมีข้อมูลหรือไม่ที่ว่าการชุมนุมแล้ว จะนำไปสู่การติดเชื้อโควิค-๑๙ (COVID-19) ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในประเด็นตรงนี้ ก็มีข้อมูลที่อาจจะปรากฏอยู่ในสื่อต่าง ๆ แต่ว่าการที่จะให้สาธารณสุขนั้นไปรวบรวมว่า ผู้ที่ติดโควิด (COVID) นั้นไปชุมนุมมาหรือไม่อย่างไรนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างจะรวบรวมได้ยาก แต่ผมคิดว่าก็มีที่ไปชุมนุมหรือว่ามีการรวมกลุ่มกันแล้วทำให้เกิด ติดเชื้อกันขึ้นนะครับ

ในประเด็นที่ ๒ ในเรื่องการที่จะแก้ไขปัญหา พ.ร.บ. โรคติดต่อหรือไม่ อย่างไร ก็กราบเรียนว่าตรงนี้กระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้มีการพิจารณาในเรื่องของการไป พิจารณาในการที่จะเพิ่มเติมปรับปรุง พ.ร.บ. โรคติดต่อ เพราะว่าในช่วงที่ออกมานั้น ก็ยังไม่ได้มีการควบคุมไปถึงโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระทรวง สาธารณสุขเองก็ได้มีการนำไปพิจารณาหารือกันอยู่แล้ว

เรื่องที่ว่าจะเลิกหรือไม่อย่างไร ต้องขออนุญาตกราบเรียนในขั้นต้นว่า ในเรื่องของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นก็จะดำเนินการ ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นที่ ศบค. เอง ก็ได้มีการติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจะพิจารณายกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ศบค. ซึ่งจะต้องคำนึงถึงสถานการณ์ด้านสาธารณสุข ด้านการแพทย์เป็นหลัก โดยเฉพาะการประกาศให้โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นเป็นโรคประจำถิ่น และโรคติดต่อทั่วไป แล้วเราก็สามารถที่จะนำกฎหมายโรคติดต่อมาบังคับใช้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นได้กลับมาระบาดอีกครั้งหนึ่ง ก็เรียนว่า ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ศบค. ครับ

คำถามที่ ๔ ท่านถามถึงเรื่องว่าจะยุติเมื่อไรอย่างไร ใช่ไหมครับ จะเลิก ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินอย่างไร ก็ได้ตอบคำถามท่านสมาชิกแล้ว ครบถ้วนแล้วครับ ขอบคุณครับ