สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล อภิปรายเรื่องผลงานของ กสทช. ในปี 2564 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำกับดูแลการประกอบการโทรคมนาคมและการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3920 หมู่บ้าน และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือในบางหมู่บ้าน

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย ต่อรายงานผลการดำเนินงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ ต้องกราบเรียนว่าผมจะไม่พูดถึง ในส่วนของรูปแบบของการจัดทำรายงาน แต่ผมจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในส่วนของเนื้อหา สาระในเรื่องของผลงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูจากบทสรุปผู้บริหาร หรือเอกซ์เซกคูทีฟซัมเมอรี (Executive Summary) ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของ การกำกับ ดูแลการประกอบการโทรคมนาคมในข้อ ๓.๓ การสนับสนุนการขยายโครงข่าย อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้บริการ โทรคมนาคมอย่างทั่วถึงที่เรียกว่ายูโซ (USO) ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนมากครับ เพราะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ลดความ เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งของ ประเทศ ที่ผมต้องชื่นชมอันหนึ่งก็คือเรื่องของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะ ที่เรียกว่ายูโซเน็ต (USO Net) ที่เอาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วก็อุปกรณ์ทันสมัยที่เอาไปไว้ ในสถานที่สาธารณะ เช่น โรงเรียนในชนบท นักเรียนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ก็ด้วยยูโซเน็ต (USO Net) อันนี้ เป็นประโยชน์ แต่มันมีอีกอันหนึ่งที่ทำให้ผมสงสัยในประเด็นเรื่องของการจัดให้มีสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้านทั่วประเทศ ผมขออนุญาตเรียนยกตัวอย่างจังหวัดเลยบ้านผมอยู่ติดกับ สปป. ลาว มีแม่น้ำโขงกั้น เรียกว่าจังหวัดชายขอบใช่ไหมครับ แต่มันมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในจังหวัดเลยที่ยังไม่มี สัญญาณโทรศัพท์มือถือใช้ ผมจึงอยากถามว่าหมู่บ้านที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วอยู่ในจังหวัดชายขอบอย่างเช่นจังหวัดเลย เรียกว่าหมู่บ้านชายขอบหรือไม่ ในนิยาม ของหมู่บ้านชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้านที่เป็นผลงานของ กสทช. ที่จะจัดให้มีสัญญาณ โทรศัพท์อย่างทั่วถึง เพราะเหตุว่าบางหมู่บ้าน เช่น บ้านห้วยเหล็ก ตำบลกกดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ไม่ได้อยู่ในเขตชนบทใด ๆ เลย บ้านห้วยเทียน ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลยเช่นเดียวกัน ๒ หมู่บ้านนี้ผมเคยอภิปรายหารือต่อท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ไปครั้งหนึ่ง แล้วก็ก่อนหน้านั้นอีกครั้งหนึ่ง เลยถือโอกาสเรียนทาง กสทช. ที่มาชี้แจงรายงาน ของ กสทช. ในครั้งนี้เลยว่าท่านต้องแก้ไข เพราะอะไร บริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีกำไรแต่ละปีมหาศาล แต่กลับไม่ไปลงทุนในการสร้างเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ ที่เป็นชนบทและมีผู้ใช้บริการไม่มาก แล้วท่านก็เว้นไปเลย ไปเอากำไรแต่ในพื้นที่ ที่มีผู้ใช้บริการเยอะ ๆ อย่างนี้เรียกว่าความเหลื่อมล้ำไหม แล้วก็น่าจะเป็นหน้าที่หลักเลยละ ของ กสทช. ที่จะต้องหาวิธีการในการที่จะให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเขาไปให้บริการ ติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่อย่างที่ผมว่า พื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน เป็นผลงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๔ แต่ ๒ หมู่บ้านในจังหวัดเลยที่ผมพูดถึงเป็นจังหวัด ชายขอบแน่นอน แต่คำนิยามของหมู่บ้าน ๒ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านชายขอบที่ท่านควรจะต้อง พิจารณาหรือไม่ ผมคิดว่ามันเป็นภารกิจในการลดความเหลื่อมล้ำที่ กสทช. ต้องทำ ถึงจะชายขอบ ไม่ชายขอบท่านก็ต้องหาวิธีการให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเข้าไปติดตั้ง เสาสัญญาณและให้พี่น้องประชาชนเขาได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์มือถือเหมือนเฉกเช่นคนไทย ทั่วไปด้วย ท่านทราบไหมว่าคนใน ๒ หมู่บ้านนี้มีโทรศัพท์มือถือ แต่ใช้ในหมู่บ้านตัวเองไม่ได้ อยู่บ้านตัวเองใช้ได้แค่เสียบปลั๊กเพื่อมีแบตเตอรี่ให้แบตเตอรี่เต็มไว้มีโอกาสออกนอกหมู่บ้าน ถึงจะได้ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาหาสัญญาณหาจุดที่พอจะ มีสัญญาณแล้วโทรศัพท์ได้ น่าเห็นใจครับ เวลามีเหตุด่วน เหตุร้าย มีเรื่องจำเป็นที่จะต้อง ติดต่อกับส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกเขาก็ไม่สามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือได้ นี่คือสิ่งที่ ผมตั้งข้อสังเกตกับทางรายงานเรื่องของผลงานของ กสทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน แล้วผมก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาอภิปรายหารือต่อท่านประธานอีกเป็นครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ เพราะวันนี้ทางคณะของ กสทช. มาเอง ผมเชื่อว่าท่านแก้ไขเรื่องนี้ได้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ที่ควรจะทำได้ง่าย ๆ ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ