ปกรณ์วุฒิ ตั้งคำถามบทบาท กสทช. หวังโปร่งใสถ่ายทอดฟุตบอลโลก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตั้งคำถามถึงบทบาทและอำนาจของ กสทช. กรณีการถ่ายทอดฟุตบอลโลก โดยตั้งข้อสังเกตการใช้เงินกองทุนวิจัย 600 ล้านบาท และการขอความร่วมมือเอกชนร่วมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ พร้อมตั้งคำถามถึงแหล่งที่มาของเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงการจัดสรรลิขสิทธิ์ การคุณภาพการออกอากาศในระบบเอสดี และความโปร่งใสในการอนุญาตให้ยกระดับเป็นเอชดี รวมถึงการใช้เงินกองทุนเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่มเอกชนอย่างไม่เป็นธรรม

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เห็นท่านวีระกรพูดถึงบอลโลก ผมก็คงต้องลุยถึงบอลโลก อย่างเดียวแล้วตอนนี้ จริง ๆ ตอนแรกเตรียมไว้หลายเรื่อง ผมขอบอลโลกเรื่องเดียวเลย แล้วกันวันนี้ จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องบอลโลกเสียทีเดียว คำถามผมจริง ๆ ก็คือเรื่องของอำนาจ และหน้าที่ของ กสทช. ทั้งหมด ผมมีข้อสงสัยมาก ๆ เลยว่าตกลงแล้วอำนาจหน้าที่ของท่าน มันมีอย่างไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง แล้วก็มันถูกใช้ด้วยตรรกะเดิมทุกครั้ง หรือไม่ พูดเรื่องฟุตบอลโลกถ้าเราย้อนกลับไปปี ๒๐๑๔ ถ้าใครจำกันได้ครั้งนั้นน่าจะเป็น ครั้งแรก ๆ ที่เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายหลังจากที่บริษัทเอกชนเอาเงินของตัวเองทั้งหมด ไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมา พูดง่าย ๆ ว่าขายกล่องดาวเทียมสามารถดูได้ทางกล่องดาวเทียม ของเขา ซึ่งจริง ๆ กล่องนั้นมันก็ดูทีวี (TV) ช่องอื่น ๆ ได้ต่อหลังจากจบฟุตบอลโลกไป แต่ปรากฏว่า กสทช. ไปบังคับใช้กฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) กับเขา ทำให้เขาต้องเสียหายเป็นจำนวนมาก แล้วก็ต้องถ่ายทอดให้ทุกคนชมฟรี ครั้งนั้น เขาออกเองนะครับ ออกเองทั้งหมด บริษัทอาร์เอสถ้าใครจำกันได้ แล้ว กสทช. ก็บอกว่า ประกาศใช้มัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ต่อมาในปี ๒๐๑๘ เอกชน ๙ ราย ก็ได้ลงขันกันมาแล้วก็กระจายถ่ายทอดสดกันทุกช่อง ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย จนกระทั่งถึงครั้งนี้ที่ชุลมุนวุ่นวายอีกครั้งที่ใกล้จะถึงฟุตบอลโลก ก็ยังไม่มีใครไปซื้อลิขสิทธิ์ เพราะว่ากฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) หลังจากปี ๒๐๑๔ ที่อาร์เอสเขาเจอไปผมคิดว่ามันก็คงไม่มีใครที่จะไปซื้อมาอีกแล้วครับ เพราะถ้าซื้อมามันก็ต้องเจอ กสทช. บังคับให้ถ่ายทอดสดฟรีทุกช่องทาง ตามกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) แล้วมันก็เกิดเรื่องราวนี้ขึ้น เมื่อ กสทช. ไปอนุมัติ เงินจากกองทุนวิจัย ๖๐๐ ล้านบาท เงิน กสทช. นะครับ ผมต้องเรียนแก้ไขท่านวีระกร นิดหนึ่งอันนี้เงิน กสทช. ตามข่าวที่ปรากฏตามหน้าข่าว กสทช. ไปให้ กกท. เป็นคนไปจัดการ อีกทีหนึ่ง แล้วก็หลังจากนั้น ๖๐๐ ล้านบาทมันไม่พอ ณ ตอนนั้นเราประเมินว่าค่าลิขสิทธิ์ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ก็ต้องไปเจรจากับเอกชนให้ช่วยควักเงินเพื่อมาซื้อลิขสิทธิ์ให้คนไทยได้ดู ฟุตบอลโลก ได้มาหลายรายครับ แล้วก็ใครดูทุกวันก็คงได้ยินคำขอบคุณบริษัทเอกชนที่ช่วย ออกเงินบ่อย ๆ ซึ่งเข้าใจได้เขาช่วยมาเราก็ต้องให้ค่าโฆษณา ให้สปอนเซอร์ (Sponsor) เขา แต่อันแรกเลยที่ผมข้องใจ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ช่วยออกเงินด้วยหรือครับ ขอบคุณ ทุกแมตช์ (Match) ในช่วงใกล้ ๆ เลือกตั้ง ๓-๔ เดือนจะเลือกตั้งแล้ว พลเอก ประวิตร ออกกี่บาท ตกลงนี่เงินใคร เงินรัฐหรือว่าเงินพรรคการเมือง หรือว่าเงินที่ พลเอก ประวิตร ไปเอามาจากไหน ขายนาฬิกามาให้หรือเปล่า อันนี้มันถูกวัตถุประสงค์ของกองทุนที่อนุมัติ เงินไปหรือเปล่า ผมก็อยากถาม กสทช. ตรงนี้เป็นคำถามแรกนะครับ

ประเด็นต่อมา ก็คือมีเอกชนบางรายที่ได้มากกว่าคำขอบคุณครับ ได้เลือก แมตช์ (Match) เองว่าจะถ่ายทอดในช่องเขากี่แมตช์ (Match) เลือกก่อนว่าจะเอาแมตช์ (Match) ไหน ทีมใหญ่ ๆ เขาก็เอาไปหมด ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ตามมาก็คือช่องของเขา ออกอากาศในระบบเอสดี (SD) สแตนดาร์ด เดฟินิชัน (Standard Definition) ซึ่งมันก็ไม่ชัด เท่าไร ก็พูดกันตามตรงพูดกันภาษาบ้าน ๆ ทีวี (TV) ทุกวันนี้ตามบ้าน ผมคิดว่าเล็ก ๆ ก็ ๔๐ นิ้วขึ้นไป แล้วก็ถ้าดูเอสดี (SD) ทุกนัดจนจบผมว่าต้องมีตัดแว่นเอาจริง ๆ พูดกันตรง ๆ ระบบเอสดี (SD) ผมคิดว่ามันน้อยเกินไปแล้วสำหรับสำหรับเทคโนโลยีของโลกทุกวันนี้ ทีนี้ติดตามข่าวผมเห็นข่าวเดอะแมตเตอร์ (The Matter) อยู่ว่าช่องทรูโฟร์ยู (True4U) กำลัง ยื่นเรื่องเพื่อยกระดับเป็นเอชดี (HD) แต่ กสทช. บอกว่ายังไม่เห็นเอกสาร แล้วก็บอกว่า มันน่าจะเป็นเรื่องยาก แต่ทีนี้พอย้อนกลับไปปี ๒๐๑๘ ผมไปอ่านข่าวมาเจอ ๓๑ พฤษภาคม ๒๐๑๘ กสทช. อนุญาตให้ทรูโฟร์ยู (True4U) อัพเกรด (Upgrade) ออกอากาศเป็นเอชดี (HD) ช่วงฟุตบอลโลก ผมก็เลยสงสัยว่าตกลงครั้งนั้นอนุมัติจริงหรือเปล่า แล้วถ้าอนุมัติแล้ว ทำไมครั้งนี้ท่านถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก ตกลงอำนาจของท่านทำได้หรือทำไม่ได้ ทำไม วันนั้นทำได้ ทำไมวันนี้ถึงบอกว่าเป็นเรื่องยาก โอเค (OK) ถ้าสมมุติว่าไม่อัพเกรด (Upgrade) บางคนก็อาจจะบอกว่าดูเอสดี (SD) ไปก่อนก็ได้ฟรีเหมือนกัน ก็โอเค (OK) แต่ปัญหา มันก็ตามมาอีกว่าถ้าใครอยากจะดูเอชดี (HD) ต้องทำอย่างไร ใครจะดูเอชดี (HD) ดูผ่าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ ดูผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet) โดยต้องใช้ซิม (SIM) ของเจ้านี้ เท่านั้น ดูอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ของเจ้านี้เท่านั้น ดูผ่านกล่องบอกรับสมาชิกของเจ้านี้เท่านั้น ตกลง ๓๐๐ ล้านบาทที่เขาออกมานี่เขาได้ อะไรบ้าง แล้วไปเคลม (Claim) สิทธิโอทีที โอเวอร์ เดอะ ทอป (OTT Over The Top) เป็นของตัวเองผ่านสื่อแถลงการณ์ออกมาเลยว่าเขาเป็นเจ้าของสิทธิโอทีที (OTT) ทั้ง ๆ ที่ โอทีที (OTT) มัน โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over The Top) คุณต้องไปซื้อลิขสิทธิ์หลักมาก่อน คุณถึงจะมีสิทธิที่จะไปซื้อโอทีที (OTT) มา ตกลงเราอนุมัติเงินรัฐไปซื้อลิขสิทธิ์หลัก เพื่อที่จะให้เขาออกเพิ่มอีกหน่อยเดียว แล้วได้สิทธิโอทีที (OTT) นั้นมันไปเลยหรือครับ ตกลง นี่มันถูกวัตถุประสงค์กองทุนหรือเปล่า ไปออกส่วนหลักให้เขาได้ส่วนเสริม อย่างนี้มันเป็นการ เอื้อเอกชนหรือไม่ ผมย้อนกลับไปปี ๒๐๑๔ อีกรอบหนึ่ง ตอนที่บริษัทอาร์เอส โปรโมชัน เรียกร้องเงินค่าชดเชยจาก กสทช. ในการที่ต้องทำตามกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) กสทช. ให้สัมภาษณ์ว่าเราจะต้องพิจารณาตัวเลขอย่างรอบคอบ เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการเอื้อเอกชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ณ ตอนนี้ ตกลงมันเอื้อ เอกชนไหมครับ วันนั้นระวังกันเหลือเกินบอกว่าตัวเองไม่มีอำนาจทำแบบนี้จะเอื้อเอกชน วันนี้ผมเห็นนิ่งเงียบกันหมดไม่มีใครบังคับใช้อำนาจอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น สุดท้ายล่าสุดตามข่าว กสทช. ก็บอกแล้วว่าโอทีที (OTT) ช่องทางอินเทอร์เน็ต (Internet) จะต้องดูได้ทุกช่องทาง ไม่สามารถไปจำกัดแบบนั้นได้ ผมก็เลยต้องถามว่าแล้วตกลงจะบังคับใช้อันนี้เมื่อไร ผ่านมา ๒-๓ วันแล้วผมเห็นข่าวมา จะบังคับใช้ให้ดูได้ทุกช่องทาง โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over The Top) ทางไอพีทีวี (IPTV) ต่าง ๆ บังคับใช้เมื่อไร ตกลงท่านมีอำนาจมากแค่ไหน และสรุปแล้ว การอนุมัติเงินกองทุนนี้ไปมันเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ณ ปัจจุบันนี้ แล้วท่านจะ ดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เงินจำนวนนี้มันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้อนุมัติไป ขอบคุณครับ