เพชรดาว โต๊ะมีนา เสนอแนะว่าควรประเมินสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เพื่อป้องกันการกระทำที่รุนแรง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการควบคุมอาวุธปืน การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการพัฒนาทักษะสมองเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ เธอยังเสนอแนะให้กระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรจุหลักสูตรการซ้อมแผนอพยพเคลื่อนย้ายนักเรียนไว้ทุกโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานี วันนี้ดิฉันขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด่วน เหตุกราดยิง จังหวัดหนองบัวลำภูค่ะ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นวันที่ดิฉันและครอบครัวเดินทาง กลับจากประกอบพิธีทางศาสนาประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมกับได้ทราบข่าวการกราดยิง จังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยความสะเทือนใจกับ ๓๖ ชีวิตของคุณครูและน้อง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ทำให้ดิฉันย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ ๒ ปีก่อน ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั่นคือการกราดยิงที่เทอร์มินอล ๒๑ โคราช มีผู้เสียชีวิต ๓๑ คน บาดเจ็บอีก ๕๘ คน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่คิดว่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ของเรา จะต้องอภิปราย ญัตติด่วนกับโศกนาฏกรรมถึง ๒ ครั้ง สิ่งที่เป็นคำถามคาใจของดิฉันนั้นก็คือเมื่ออภิปราย เสร็จสิ้นไปแล้วแล้วอย่างไรต่อ ข้อมูลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำตอบ ได้มีการถอด บทเรียนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไว้หรือไม่ เราไม่สามารถสรุป ได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นและเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องยาเสพติด ความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต เป็นเรื่องของอาวุธปืน หรือความไม่เป็นธรรมของระบบ ขององค์กร หรือหลากหลายปัจจัย ร่วมกัน ดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ ๕ ประเด็นค่ะ
ประเด็นแรก คือตัวผู้ก่อเหตุ ดิฉันยังยืนยันเช่นเดิมเมื่อครั้งอภิปรายญัตติด่วน กราดยิงโคราช นั่นก็คือชันสูตรศพเชิงจิตวิทยา หรือไซโคโลจิคัล ออทอปซี (Psychological Autopsy) หาสาเหตุค่ะว่าทำไมคนคนหนึ่งสามารถก่อเหตุได้ถึงขนาดนี้ ต้องมีการติดตาม เวลาผ่านไปเรื่องเงียบกวาดเก็บไว้ใต้พรม รอเหตุการณ์เกิดขึ้นเราก็มาพูดกันอีก ดิฉันขอฝาก รัฐบาลหาเจ้าภาพร่วมในการชันสูตรศพเชิงจิตวิทยาเพื่อทราบถึงปัจจัยก่อให้เกิดความรุนแรง แล้วเราสามารถหาทางป้องกันได้ในอนาคต
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการประเมินสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ทุกวิชาชีพที่ครอบครองอาวุธ ไม่ว่าจะเป็น ชรบ. อส. มีการประเมินสุขภาพจิตหรือไม่ ดิฉัน เคยอภิปรายเรื่องของรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยโรงพยาบาล ค่ายสรรพสิทธิประสงค์และกรมสุขภาพจิต โดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี สามารถมาปรับประยุกต์ใช้กับหน่วยงานที่ต้องใช้อาวุธปืน และในกรณีจังหวัดหนองบัวลำภู ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านได้ลงพื้นที่ ทันทีในวันเกิดเหตุ และได้กำชับเรื่องของการดูแล เยียวยาจิตใจของกรมสุขภาพจิต ที่นำโดย ท่านอธิบดีอัมพร ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงการดูแลระยะยาว ทั้งครอบครัวผู้สูญเสีย ได้รับบาดเจ็บ และมีการประเมินสภาพจิตใจกับผู้ที่รับรู้เหตุการณ์ในชุมชนใกล้เคียงด้วย
ประเด็นที่ ๓ หนึ่งในต้นตอที่สำคัญนั่นคือมาตรการการใช้อาวุธปืนที่ หละหลวม มีความเสี่ยงที่ผู้ถือครองอาวุธอาจนำไปใช้ก่ออาชญากรรมได้ง่าย ขอให้ทบทวน กฎหมายการครอบครองอาวุธ มีตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ค่ะ เปิดให้ประชาชนสามารถมีสิทธิ ครอบครองปืนได้ แต่ขั้นตอนเขายุ่งยากค่ะ ถ้าพลเรือนต้องการที่จะมีปืนต้องเป็นสมาชิกของ สมาคมปืน และไม่อนุญาตให้เก็บปืนไว้ที่บ้าน ต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตและครอบครองปืน ทุกปี
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของปัญหายาเสพติดที่ต้องทำควบคู่กันไป ทั้งปราบปราม บำบัด รักษา ฟื้นฟู ที่ต้องมีการติดตามอย่างน้อย ๑๐ ปี และการป้องกัน ซึ่งดิฉันถือว่าสำคัญ มากที่ต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร เราได้ศึกษามา ๒ ปีค่ะ มีข้อสรุปที่สำคัญด้านการป้องกันที่ต้องมีองค์ความรู้ด้านพัฒนาทักษะ สมองเด็กปฐมวัย หรือเอกเซคูทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) สถาบันรักลูก แล้วก็ เครือข่ายได้ลงไปดำเนินการในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดปัตตานี กทม. และ จังหวัดกาญจนบุรีอย่างเข้มข้น พร้อมงานวิจัยที่จะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ดิฉันหวังว่าได้ขยายผล ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความพร้อม ฝาก ป.ป.ส. ในเรื่องงบประมาณด้วยค่ะ
ประเด็นสุดท้ายค่ะ การซ้อมแผนอพยพเคลื่อนย้ายนักเรียนในกรณีฉุกเฉิน กรมสุขภาพจิต โดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ เคยจัดในโรงเรียนพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาเป็นคู่มือพร้อมปฏิบัติ ได้รวบรวมตัวอย่างจากต่างประเทศ แล้วก็โรงเรียน แถวชายแดนคือโรงเรียนบ้านไพรพัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ โดยขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรจุหลักสูตรนี้ไว้ทุกโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลกับข้อสังเกต ทั้ง ๕ ข้อด้วยค่ะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดต่อไปจะไม่ต้องอภิปราย โศกนาฏกรรมใด ๆ ในสภาแห่งนี้อีก ทุกข้อมูลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย ได้พูดไป ต้องมีการลงมือปฏิบัติ พูดแล้วทำ ขอบคุณค่ะ