ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือเรื่องโรงพยาบาลและเทศบาลอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเสนอว่าโรงพยาบาลอาจจะขอลดค่าเช่าจากเทศบาล และเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินของเทศบาล พร้อมอ้างถึงประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรคสอง (2) และกฤษฎีกาหลายฉบับ และให้เหตุผลว่า เทศบาลไม่สามารถถอนสภาพที่ดินของตนเองได้โดยไม่มีกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นไม่สามารถขอใช้ที่ดินนั้นได้โดยไม่มีการยกเลิกสภาพที่ดินของเทศบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ของ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามที่ทราบ ผมเรียนก่อนว่าชื่นชมยินดีท่านนะครับ ที่ท่านให้ ความกรุณาเห็นความสำคัญของทั้ง ๒ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องของด้านสาธารณสุข โรงพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการดูแลเรื่องของสุขภาพพลานามัยของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็เป็นอำเภอที่ใหญ่ โรงพยาบาลก็ถือว่าต้องมีขีดความสามารถในการ ให้บริการพี่น้องประชาชน อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเทศบาล ท่านก็กังวลห่วงใยเหมือนกัน เพราะว่า ๒ หน่วยงานมีความคาบเกี่ยวกันเรื่องของการใช้พื้นที่ในการที่จะให้บริการกับพี่น้อง ประชาชน
สำหรับโรงพยาบาล ผมทราบว่าเวลาจะใช้ที่ต่าง ๆ หรือใช้อะไรต่าง ๆ ในการดำเนินการต้องใช้เงิน เขาเรียกเป็นงบบำรุงของโรงพยาบาล ในการใช้จ่ายต่าง ๆ ในการบริการประชาชน ในการก่อสร้าง ในการดูแลอะไรหลายเรื่องนะครับ ส่วนเรื่อง เทศบาลก็เป็นเรื่องที่เห็นใจ วันนี้เทศบาลเมืองบ้านโป่งเป็นนิติบุคคล ซึ่งวันนี้ กระทรวงมหาดไทยเองก็เป็นการกระจายอำนาจไปแล้ว อำนาจการบริหารจัดการเป็นอำนาจ หน้าที่ของเทศบาล แล้วก็เทศบาลเมืองวันนี้การดำเนินการเรื่องของการพัฒนา การงบประมาณทั้งหลายก็สามารถที่จะของบประมาณตรงได้จากสำนักงบประมาณแล้ว แทบจะไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยเลยนะครับ แต่กระทรวงมหาดไทยเราเป็นเพียงไป กำกับดูแล ให้การสนับสนุนบางเรื่องที่เห็นว่าเป็นเรื่องของประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าอำนาจหน้าที่ทั้งหลายเป็นอำนาจของนิติบุคคล เทศบาล ในการบริหารนะครับ โดยเฉพาะเรื่องนี้ผมดูข้อมูลแล้วว่าโรงพยาบาลใช้ที่ของเทศบาลในการเช่าทั้งหมดประมาณ สัก ๗ ไร่เศษ ๆ ส่วนอื่นก็เป็นที่ของธนารักษ์ ก็ใช้มานานแล้ว มีการจ่ายค่าเช่ามาพอสมควร เพียงแต่เข้าใจว่าช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีเรื่องของโควิด (COVID) รายได้ของโรงพยาบาล อาจจะลดลงไป อาจจะเป็นภาระของโรงพยาบาล ก็มีแนวความคิดว่าตรงนี้จะเป็นไปได้ไหม ที่จะไม่ต้องชำระหรือว่าจะขอลดค่าเช่าต่าง ๆ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามมาเป็น กระทู้ถาม
ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าสำหรับเรื่องของเทศบาลก็เป็นการจัดหารายได้ นอกเหนือจากการจัดเก็บภาษีอากรพี่น้องประชาชนแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของทรัพย์สิน ที่ต้องจัดหารายได้ แต่ว่าเรื่องของการจัดหารายได้ก็เป็นเรื่องที่เป็นระเบียบ ซึ่งใครมาเป็น นายกเทศมนตรีในการบริหารท้องถิ่นก็ต้องยึดระเบียบ ระเบียบดังกล่าวก็เป็นระเบียบ ที่กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำให้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นระเบียบว่าด้วยการเช่า อสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การจัดหาประโยชน์ ซึ่งเป็นที่ดินของเทศบาล เทศบาลจะให้ใครไปใช้ต้องเอาระเบียบนี้มาจัด คือต้องหารายได้ พูดง่าย ๆ นะครับ ซึ่งการจัดหารายได้เป็นระเบียบที่กำหนดให้ผู้บริหาร องค์กรท้องถิ่นก็คือท่านนายกเทศมนตรีเองไปเป็นประธานในการจัดหารายได้ จัดหา ประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นรูปแบบคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นถามว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยไปลดหรือไม่ต้องจ่ายค่าเช่านี่ ผมเรียนด้วย ความเคารพว่าอันนี้เราเพียงกำกับดูแลเรื่องนโยบายเท่านั้นเอง แต่ว่าหน้าที่จริง ๆ แล้ว ผมอยากเรียนถึงท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่าควรที่จะให้ทางโรงพยาบาลได้ไปร่วมหารือกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือท่านนายกเทศมนตรีและคณะกรรมการว่าส่วนตรงนี้ เราจะมีวิธีการที่จะลดหย่อน ผ่อนปรนอะไร อย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์กับคนในชุมชน ทั้งหมดนะครับ แต่ว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราก็จะลงไปช่วยประสานงาน เพื่อให้ แนวทางทั้งหลายเหล่านี้สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนให้ดีที่สุด ทั้งส่วนของโรงพยาบาล ส่วนของเทศบาล เทศบาลเองก็ต้องมีรายได้ในการไปพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ดูแลเรื่องอาชีพ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ หลาย ๆ เรื่องนะครับ แต่ว่า ทำอย่างไรให้ ๒ ส่วนนี้สามารถไปกันได้ด้วยความเรียบร้อย แล้วก็เป็นประโยชน์กับประชาชน ให้ดีที่สุดครับ
ส่วนในคำถามข้อที่ ๒ อันนี้ผมเรียนว่าการที่โรงพยาบาลจะไปขอใช้ที่ทั้งหมด ของเทศบาลนี่นะครับ ขอใช้ที่ สมมุติว่าที่ต่าง ๆ ที่มีอยู่นี่ไปขอใช้ หรือที่เดิมอย่างนี้นะครับ มันก็เป็นเรื่องที่ไปกระทบกับท้องถิ่น แล้วมันมีกฎหมายอีกเหมือนกันครับ เพราะเรื่องนี้ เป็นข้อกฎหมายล้วน ๆ โดยเฉพาะเรื่องประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘ วรรคสอง (๒) บัญญัติไว้ว่า ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้หวงห้าม หรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองใด ถ้าทบวงการเมืองนั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป เมื่อได้มีกฤษฎีกาถอนสภาพแล้ว รัฐมนตรี จะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือผู้จัดหาประโยชน์นั้นก็ได้ แล้วก็ การดำเนินการอันนั้นก็มีเรื่องเทียบเคียง มีกฤษฎีกาที่เคยหารือกันไว้เบื้องต้น เรื่องแล้วเสร็จ ที่ ๖๙๕/๒๕๔๘ เรื่องการขายอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสรุปได้ว่า เทศบาลได้จัดซื้อที่ดินเป็นของตัวเองแล้ว ถ้าจะเลิกใช้จะต้องออกเป็นกฤษฎีกายกเลิก แล้วหน่วยงานอื่นเข้าไปขอใช้ต่อไป อันนี้เป็นแนวทางทางกฎหมาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเอง ก็ไม่มีอำนาจไปดำเนินการแทนท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นเป็นนิติบุคคลนะครับ ขอบคุณครับ