จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือประเด็นนโยบายไบโอดีเซลและการบริหารจัดการราคาน้ำมันปาล์ม โดยชี้แจงถึงมาตรการของรัฐ 8 ข้อที่ส่งผลให้ราคาปาล์มเพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 10-12 บาทในบางช่วง ทั้งการควบคุมการนำเข้า การส่งเสริมการใช้ในประเทศ การติดตั้งมิเตอร์เรียลไทม์ การส่งออกเพิ่มเติม และการอุดหนุนการส่งออกภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ พร้อมย้ำความคืบหน้าในการประกันรายได้เกษตรกรที่จ่ายชดเชยตามเกณฑ์เมื่อราคาต่ำกว่า 4 บาท และยืนยันว่าปัจจุบันราคาปาล์มอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ถาม ๒-๓ คำถาม คือ ๑. มีนโยบายเรื่องไบโอดีเซล (Biodiesel) เพื่อช่วยพยุงราคา ปาล์มอย่างไรบ้าง ๒. ปาล์มกำลังจะออกตลาดมากในช่วง ๒-๓ เดือนนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะเกิด วิกฤติตามมา ได้มีการเตรียมการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ๓. ก็คือซีพีโอ (CPO) ตลาดโลก ได้สะท้อนซีพีโอ (CPO) ในประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน มิเตอร์เรียลไทม์ (Meter real time) ที่ติดตั้งนั้นได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยประมาณนะครับ
ก็ขออนุญาตกราบเรียนคำถามแรกว่านโยบายไบโอดีเซล (Bio diesel) ยังเป็นนโยบายสำคัญข้อหนึ่งที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ราคาปาล์มซึ่งทั้งหมดนี้ ก็จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ช่วงไหนผลิตภัณฑ์ปาล์ม น้ำมันปาล์มดิบมีมาก ก็จะเพิ่มบี (B) ให้สูงขึ้น คือเอาน้ำมันปาล์มไปเพิ่มกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อลด ปริมาณน้ำมันปาล์มในตลาด ราคาปาล์มก็จะได้สูงขึ้น อันนี้ก็คือหลักการที่ดำเนินการอยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มี มาตรการเฉพาะใช้ไบโอดีเซล (Bio diesel) อย่างเดียว ในการเข้ามาช่วยพยุงราคาปาล์ม เหมือนคำถามที่ ๒ ที่ท่านถาม ยังมีมาตรการทั้งหมด ๘ มาตรการที่ได้ดำเนินการโดยต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลสำคัญในการช่วยพยุงราคาปาล์มแล้วทำให้ราคาปาล์มดีขึ้นอย่างที่ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง อยากเห็น ก็ขออนุญาตรายงานท่านประธานว่า ๑. ก่อนที่รัฐบาลนี้และกระผม เข้ามารับผิดชอบเรื่องปาล์ม ท่าน ส.ส. สาครและเกษตรกรจำนวนหนึ่งอาจจะลืมไปแล้วว่า ปาล์มกิโลกรัมละ ๒ บาทกว่าเท่านั้น แต่วันนี้ขึ้นไป ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท ๘ บาท ๑๐ บาท บางช่วงแตะ ๑๑-๑๒ บาท ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการนอกจากใช้ไบโอดีเซล (Bio diesel) หรือ บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) เข้ามาช่วยเพื่อลดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ราคาปาล์ม สูงขึ้นแล้ว ยังมีมาตรการที่เหลือ ๗ มาตรการที่ผมได้ดำเนินการไปรวมทั้งรัฐบาล เช่น
ข้อ ๑ เมื่อในช่วงปี ๒๕๖๓ ผมได้มีการออกประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์ ห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบทางบก เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มแล้วอ้างว่า ขอผ่านแดนไทยไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วทำน้ำมันปาล์มหกอยู่ในประเทศไทย ทำให้ปาล์ม ราคาตกเพราะว่าปริมาณน้ำมันปาล์มมันเยอะเกินไป สุดท้ายกรรมตกเกษตรกร เดี๋ยวนี้ เราห้ามแล้วที่จะนำเข้าทางบก ถ้าจะนำเข้าต้องนำเข้าทางเรือ ซึ่งนำเข้าทางเรือก็ยุ่งยากมาก เพราะมาตรการที่เรากำหนดไม่ต้องการให้มีการนำเข้าหรือผ่านแดนโดยไม่จำเป็น ซึ่งขออนุญาต ที่จะไม่เรียนตรงนี้เพราะว่ามันจะมีรายละเอียดเยอะมาก เช่น ถ้าจะเข้าต้องมาทางมาบตาพุด คลองเตย หรือไม่ก็แหลมฉบังเท่านั้น เวลาออกออกได้เฉพาะที่จันทบุรี หนองคาย แล้วก็ แม่สอดเท่านั้น ไปทางอื่นไม่ได้ สุดท้ายสถานการณ์ราคาปาล์มดีขึ้นเพราะว่าลักลอบผ่านแดน ลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบแล้วมาหกในประเทศไทยได้ยากขึ้น
ข้อ ๒ ก็คือมาตรการไบโอดีเซล (Bio diesel) อย่างที่ผมเรียน
ข้อ ๓ ก็คือว่าให้นำน้ำมันปาล์มส่วนเกินไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้ผลิต ไฟฟ้า ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศลดลง ราคาปาล์มก็สูงขึ้น เกิดความสมดุลขึ้น
ข้อ ๔ ก็คือว่าขณะนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. สาครพูดเมื่อสักครู่ มิเตอร์ปาล์ม เรียลไทม์ (Meter Palm real time) ติดตั้งแล้วครับ แล้วก็สามารถตรวจสอบสต็อก (Stock) ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นรวงสกัดจะอ้างว่าสต็อก (Stock) น้ำมันปาล์มล้น หยุดรับซื้อกดราคาทำไม่ได้ เพราะมิเตอร์เรียลไทม์ (Meter real time) มันรายงานทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที เราสามารถตรวจสอบได้
ข้อ ๕ ก็คือหัวใจสำคัญ ผมนำคณะเอกชนไปเปิดตลาดปาล์มที่อินเดีย ๒ ครั้ง แล้วก็ทำให้เราสามารถขายน้ำมันปาล์มให้กับอินเดียได้ปริมาณจำนวนมาก ตัวเลข เห็นชัดเจนเลยครับ เช่น ปี ๒๕๖๔ เราสามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียได้เพิ่มขึ้น ๒๑๘ เปอร์เซ็นต์ หลังจากเร่งไปเปิดตลาดทันทีเห็นผลเลยครับ แล้วมาในปี ๒๕๖๕ ก็บวก ๕๖ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้ว ๒ ปี หลังผมนำไปเปิดตลาดอินเดียเอกชนเราสามารถส่งออก น้ำมันปาล์มไปอินเดียบวก ๔๑๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้มีผลทำให้ราคาปาล์มในประเทศสูงขึ้น เพราะเราระบายไปต่างประเทศได้
ข้อ ๖ ก็คือมาตรการอุดหนุนผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มกิโลกรัมละ ๒ บาท แต่มีเงื่อนไขก็คือ ๑. สต็อก (Stock) จะต้องเกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แปลว่าสต็อก (Stock) มันล้นแล้วก็จะได้เร่งช่วยระบายไปต่างประเทศราคาปาล์มในประเทศจะสูงขึ้น และไม่ใช่ ข้อเดียว มีข้อ ๒ กำกับด้วย นอกจากสต็อก (Stock) ต้องเกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็จะต้อง ราคาในต่างประเทศต่ำกว่าราคาในประเทศ เราช่วยผู้ส่งออก ๒ บาท เพื่อให้เขาไปแข่งขัน ราคาในตลาดต่างประเทศได้ และถ้าสต็อก (Stock) เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เข้าเงื่อนไข ๒ ข้อนี้ ก็จะอุดหนุนกิโลกรัมละ ๒ บาท ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครจะไปสั่งตามอำเภอใจเอื้อประโยชน์ ให้ใครได้ แต่จะมีอนุกรรมการขึ้นมาตัดสินพิจารณาและประกอบด้วย ๕-๖ ฝ่ายอยู่ในนั้น รวมทั้งเกษตรกรเป็นกรรมการ อนุกรรมการด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเห็นชอบร่วมกันก็ดำเนินการ อุดหนุน ๒ บาท อันนี้ก็มีส่วนช่วยอย่างยิ่งทำให้ราคาปาล์มในช่วงที่ผ่านมาดีขึ้น
ข้อ ๗ ก็คือว่าที่ท่าน ส.ส. สาครพูดราคาซีพีโอ (CPO) ตลาดโลก สะท้อนราคา ในประเทศอย่างไร สะท้อนเพราะเรามีการจัดทำโครงสร้างราคา ตั้งแต่ผลปาล์มถ้ากิโลกรัม เท่านี้ ซีพีโอ (CPO) ต้องเป็นกิโลกรัมละเท่าไร แล้วก็การส่งออกราคาน้ำมันปาล์มขวด ต้องเป็นเท่าไร ๆ อย่างไร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ทำโครงสร้างราคานี้ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแล ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาเปรียบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้วิน-วิน โมเดล (Win-Win Model) อย่างที่ ผมพูด ให้เกิดสมดุลทั้งแก่เกษตรกร ทั้งแก่โรงสกัด ทั้งแก่ผู้ส่งออกและรวมทั้งผู้บริโภค ไม่ให้ มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ทำให้ปาล์มทั้งระบบสามารถเดินหน้าไปได้และเป็นธรรม กับทุกฝ่าย รวมทั้งเกษตรกรชาวสวนปาล์มด้วย
ข้อ ๘ ยามใดปาล์มเกิดราคาตก ยังมีประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ถ้าต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๔ บาทเมื่อไร รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ยังมีประกันรายได้เกษตรกร ชาวสวนปาล์มชดเชยเงินส่วนต่างให้ เช่น ปาล์มลงมาเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท มีเงินส่วนต่าง โอนเข้าบัญชี ธกส. ให้ชาวสวนปาล์มโดยตรงไม่หายหกตกหล่นกิโลกรัมละ ๑ บาท รวมแล้ว เกษตรกรต้องได้อย่างน้อยกิโลกรัมละ ๔ บาท แต่วันนี้มันเกินแล้วนะครับ วันนี้ไป ๕.๓๐ บาท ๕.๔๐ บาท แล้วครับ แล้วก็มีแนวโน้มจะดีขึ้นอีก ถ้ามีเวลาจะได้อธิบายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ