สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

โกวิทย์ พวงงาม เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางยุทธศาสตร์การวางแผน การจัดการน้ำท่วมให้เป็นระยะยาว และเสนอให้รัฐบาลพิจารณา 5 ประเด็นสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาร่องน้ำ การบูรณาการการจัดการน้ำ การบังคับใช้กฎหมาย การกระจายอำนาจ และการวางแผนการจัดการน้ำ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เน้นในเรื่องของ การแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เสนอมาทุกญัตติ ท่านประธานครับ ในเวลาอันสั้นเพื่อไม่ให้ซ้ำกับ ท่านผู้อื่นผมขอตั้งโจทย์อย่างนี้ว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมผมฝันว่าจะทำอย่างไรให้การ แก้ปัญหานั้นยั่งยืนสู่ประชาชนและประเทศชาติ อันนั้นเป็นประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้น มีสัก ๕ เรื่องที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อเป็นข้อเสนอแนะ ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าความฝันของผม ผมอยากเห็นการวางยุทธศาสตร์การวางแผน การจัดการน้ำท่วมให้เป็นระยะยาวมากกว่าการช่วยเหลือเพียงการเยียวยาในระยะสั้น ๆ แล้วแต่ละปีก็ท่วม ผมยกตัวอย่างบ้านผมที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนท่านประธานว่า ๒ เดือนที่แล้วท่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็เห็นใจ แล้วเป็นอย่างนี้ ทุกปี เดือนหน้าธันวาคมบ้านผมมาแน่ที่อำเภอพรหมคีรี แต่ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ที่นี่น้ำท่วมทุกปี เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อยากเห็น แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเสนอ ท่านประธานในประเด็นที่ ๒ ว่า การวางแผนที่เป็นระบบนั้น ผมเคยไปที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เดลตาเวิกส์ ที่รอตเทอร์ดาม เขาให้ข้อคิดในมหาวิทยาลัยที่ผมไปคือเอรัสมุส ยูนิเวอร์ซิตี้ เขาพูดเหมือนกับปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในเรื่องการแก้ปัญหา น้ำท่วมสัก ๕ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ นอกจากเราจะสร้างเขื่อน พนังกั้นน้ำหรือ ทางเดินน้ำแล้วก็ตาม เขามองเรื่องน้ำจะต้องอยู่ร่วมกันกับคนจะทำได้อย่างไร ในประเด็นนี้ ผมคิดว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างสีเขียวในระบบเมืองและชุมชนยังมีความจำเป็น เพื่อเป็นพื้นที่อุ้มน้ำ ผมคิดว่าระบบระบายน้ำของเรายังมีปัญหา เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไร ให้น้ำนั้นมีทางเดินน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างทุกชนิดที่เกิดขึ้น การสร้างถนน การก่อสร้าง หมู่บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการพัฒนาร่องน้ำ การปรับพื้นที่สวนสาธารณะให้เป็นพื้นที่ รับน้ำ อุ้มน้ำ การสร้างสนามฟุตบอลที่ข้างล่างมีการรองรับของน้ำ เป็นต้น นั่นคือวิธีคิด ที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมในการจัดการน้ำเกิดขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่ผมได้บทเรียนมา แล้วผมคิดว่า บทเรียนของประเทศเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันนี้น้ำไม่ท่วมเพราะการทำให้มีสิ่งที่ผมพูดถึง

ประเด็นที่ ๓ ก็คือผมฝันอยากเห็นการจัดการน้ำที่มีเอกภาพ ผมเป็น กรรมาธิการงบประมาณ การบูรณาการน้ำของเมืองไทยก็คือแจกจ่ายงบให้ไปตามกระทรวง ต่าง ๆ ให้กรมต่าง ๆ ทำ กลายเป็นต่างคนต่างทำ มันไม่ใช่บูรณาการอย่างแท้จริง อันนี้ก็เป็น ปัญหาในการทำงาน เพราะฉะนั้น ผมยกตัวอย่างบ้านผม ผมมีปัญหาเรื่องของการจัดการน้ำ ที่ตำบลพรหมโลก เรามีต้นน้ำน้ำตกพรหมโลก ผมตั้งกระทู้ถามในสภาและกระทู้ถามแยกเฉพาะ มีถึง ๔-๕ กรมในเรื่องเดียว ต้นน้ำคือกรมทรัพยากรน้ำ กลางน้ำคือกรมชลประทาน ปลายน้ำ คือกรมเจ้าท่า เป็นต้น มันไม่มีทางหรอกครับที่จะจัดการได้ถ้าเป็นอย่างนี้

ประเด็นที่ ๔ ผมคิดว่าสำคัญมาก คือผมฝันอยากจะเห็นการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดิน การก่อสร้างทั้งหลาย การบังคับเรื่องของทางเดินน้ำ ผมเน้นนะครับ น้ำต้องมีทางเดินของน้ำ การผังเมือง การตัด ไม้ทำลายป่า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำท่วม

ประการสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ผมอยากจะฝากเรื่องของอำนาจจังหวัด ทำอะไรอยู่ ผมเรียนว่าเมื่อมีน้ำท่วมทีหนึ่ง ยกโขยงจากส่วนกลาง นายกรัฐมนตรีไป รัฐมนตรีไป ทำอย่างนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่อย่างไรจึงไม่ทำ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่าต้องประสานกับ องค์กรปกครองท้องถิ่น กระจายอำนาจให้จังหวัดกับท้องถิ่นนั้นมีอำนาจ ส่วนกลางบริหาร วางแผน จัดการในสิ่งที่ผมพูดถึง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ไม่ได้ผูกขาด รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางเพียงประการเดียว นี่คือสิ่งที่ผมเสนอ ๕ ประการต่อท่านประธาน ไปยังรัฐบาล และเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่เสนอทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ