กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองที่ส่งผลกระทบต่อ 52 ตำบล กว่า 25,700 ครัวเรือน ซึ่งเกิดจากความไม่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยเน้นว่าประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาคือผู้เสียสละเพื่อป้องกันน้ำท่วมให้พื้นที่อื่น แต่กลับได้รับความช่วยเหลือไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านบ้านเรือนและพืชผลเกษตร อีกทั้งยังเรียกร้องให้เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน คูคลอง และเขื่อน ที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลในการระบายน้ำระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤตและประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ควรได้รับการทบทวนอย่างเร่งด่วน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ผมเบื้องแรกต้องขออนุญาตสรุปนะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก ปัญหาเรื่องของอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดอ่างทอง แล้วต้องขออภัยท่านประธานนะครับ ถ้าหากว่าใช้เวลาเกินไปเล็กน้อย เพราะตลอดระยะเวลา ๒ เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ ปิดสมัยประชุมสภาอยู่กับชาวบ้าน รับฟังปัญหาของชาวบ้านและอัดอั้นตันใจ รอเวลานี้ เพื่อที่จะมาสะท้อนเสียงของชาวบ้านผ่านทางสภาไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ ถ้าเกินเวลาเล็กน้อยต้องกราบขออภัยนะครับ จังหวัดอ่างทองมี ๗ อำเภอ ๖ อำเภอโดนน้ำท่วม ๕๒ ตำบล ๓๑๖ หมู่บ้านกับอีก ๒๕,๗๐๐ กว่าครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายและได้รับ ผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของ สทนช. และ กอนช. ในการบริหารจัดการน้ำ ในปีนี้ ผมมี ๓ ประเด็นหลักครับ เป็น ๓ ประเด็นหลักที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ฝากและ สะท้อนมาที่ผม และอยากจะใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง ประชาชน
ประการแรก เรื่องของการเยียวยา เรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เขาได้รับผลกระทบ หลักใหญ่ครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าอย่าไปมอง พวกเขาเป็นผู้อนาถาครับ เวลาที่เราจะช่วยเหลือ เวลาที่เราจะเยียวยาพวกเขาอย่าไปมอง ว่าเขาเป็นผู้อนาถาและรอรับความช่วยเหลือครับ พี่น้องประชาชนที่จังหวัดอ่างทอง ที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยานั้นเขาเป็นผู้เสียสละครับ เขาแบกรับทนอยู่กับน้ำ ๒ เดือน ๓ เดือน จนวันนี้ยังอยู่ใต้น้ำอยู่เลยครับ เพื่อให้คน บางจังหวัด เพื่อให้คนบางกลุ่ม เพื่อให้คนบางส่วนในประเทศไทยของพวกเราไม่ต้องจมน้ำ เขาคือผู้เสียสละ ดังนั้นการช่วยเหลือ การเยียวยาต้องรวดเร็ว ต้องทั่วถึง และต้องเป็นธรรม ผมได้ติดตามครับ และได้เห็นมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลที่บอกว่าจะช่วยบ้านเรือน กับพืชสวนไร่นา เอาเรื่องแรกเรื่องของบ้านเรือนที่เสียหาย บ้านเรือนที่เสียหายรัฐบาลบอก คาดว่าน่าจะช่วยเหลือได้ไม่เกินครัวเรือนละ ๓,๐๐๐ บาท ขอโทษครับท่านประธานครับ ในรอบปีที่ผ่านมาพี่น้องในจังหวัดอ่างทองส่งเสียงสะท้อนมายังผมว่าบางบ้านได้รับ ความช่วยเหลือ ๑๗๕ บาท บางบ้านได้รับความช่วยเหลือ ๓๐๐ บาท บางบ้านได้รับ ความช่วยเหลือ ๕๐๐ บาท ช่วยแบบนี้ช่วยทำไมครับ ประตูยังเปลี่ยนไม่ได้เลยครับ ช่วยเขาให้สมน้ำสมเนื้อกับการที่เขาเป็นผู้เสียสละและแบกรับความทุกข์ยากแทนคนอื่น ในประเทศไทยให้มันสมน้ำสมเนื้อให้มันมากกว่านี้ในปีนี้ เช่นเดียวกันกับพืชสวนไร่นาครับ ผมไปดูมาตรการที่จะช่วยเหลือครับ ถ้านา ๑,๓๔๐ บาท ถ้าเป็นพืชสวน ๑,๙๘๐ บาท ชาวนาบ้านผมเขาฝากมาถามครับว่ารัฐบาลทราบไหมครับ ว่าต้นทุนในการทำนา ต้นทุน ตั้งแต่เตรียมนา ตั้งแต่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป ค่าปุ๋ย ค่ายา ต้นทุนเขาเท่าไรครับ ท่านไปช่วยเขา ๑,๓๔๐ บาท ช่วยมากกว่านี้ได้ไหมครับ ช่วยมากให้มันสมกับการที่เขาต้องแบกรับภาระ ให้กับคนอีกส่วนมากของประเทศ นอกจากการช่วยเหลือเยียวยา
ประการที่ ๒ เรื่องของการเร่งฟื้นฟูครับ ในรอบที่ผ่านมานั้นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นมากมาย เอาเฉพาะถนนหนทางที่เกิดขึ้นแล้วผมคิดว่าถนนหลายสาย รวมระยะทาง หลายสิบหลายร้อยกิโลเมตรที่เสียหาย เช่นกันครับ คูคลองต่าง ๆ ประตูระบายน้ำต่าง ๆ คราวนี้ถือโอกาสใช้โอกาสตรงนี้ในการซ่อมแซมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนป้องกันตลิ่ง เขื่อนป้องกันน้ำท่วม หลายจุดผมมีบทเรียนจากปีที่แล้วครับ ปีที่แล้วจุดเขื่อนบางเขื่อน พังนะครับ ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว จนปีนี้ตุลาคม ๒๕๖๕ ยังไม่ได้รับงบประมาณไปซ่อมแซม เลยครับ ดีที่ว่าท้องถิ่น เทศบาลเขาไปป้องกันปัญหาในปีนี้ได้ ปีหน้าวอนไปยังรัฐบาลนะครับ อย่าให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการฟื้นฟู ในการซ่อมแซมถนน ในการซ่อมแซมเขื่อน เพราะถ้าหากว่าเราล่าช้า ปีหน้าเราก็มาเจอกับปัญหาเดิมอีกแล้วครับ ไม่ใช่ปีหน้าด้วยครับ อีก ๑๐ เดือนข้างหน้าพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านผมเขาต้องหวาดผวา กับปัญหาน้ำท่วม อย่าให้เป็นแบบนี้ในปีต่อ ๆ ไปเลยครับ
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการบริหารจัดการน้ำของ สทนช. ผ่านทาง กอนช. กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ผมใช้เวลาอีกสักครู่นะครับท่านประธานครับ ต้องบอกว่า ไร้ประสิทธิภาพ ผิดพลาด ล้มเหลว และทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงเดือดร้อน อย่างไม่น่าให้อภัย ผมไม่ปฏิเสธละครับ ว่าปีนี้น้ำมันมามากกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และไม่ปฏิเสธหรอกว่าเป็นคราวเคราะห์ของรัฐบาลของประเทศเราที่ฝนมันตกและน้ำ มันมากกว่าผิดปกติ เรื่องของธรรมชาติเราไม่ว่ากันละครับ มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะควบคุมได้ แต่ปัญหาการบริหารจัดการนั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะควบคุมได้แต่มันด้อยประสิทธิภาพ ในการควบคุม มันถึงทำให้เกิดความเสียหายที่ผมต้องใช้คำว่าเป็นการบริหารจัดการที่ทุเรศทุรัง และทำให้เกิดความเสียหายระเนระนาดในจังหวัดอ่างทองบ้านของผม ผมให้ดูตัวอย่างครับ ท่าน ส.ส. ภราดร ได้ยกตัวอย่าง ได้อธิบายในภาพรวมของ สทนช. ในการบริหารจัดการน้ำ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมให้ดูตัวอย่างสั้น ๆ นิดเดียว นี่เป็นตัวเลขวันที่ ๑๓ ตุลาคม ก่อนที่ความเสียหายใหญ่จะเกิดขึ้น พี่น้องลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ริม ๒ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอไชโย อำเภอเมือง อำเภอป่าโมก เขาสู้กับน้ำมาเป็นเดือน วันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมยกตัวอย่างวันเดียวพอครับ การบริหารจัดการน้ำจะแบ่งออกเป็น ตะวันตกกับตะวันออก ณ วันนั้นประตูระบายน้ำเจ้าพระยาระบายน้ำออกมาเกือบ ๓,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ออกซ้าย ออกขวา ออกตะวันตก ออกตะวันออก ออกตะวันตกไป ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตร บ้านผมครับ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับน้ำไป ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ ฝั่งตะวันออกรับน้ำไปเท่าไรครับ ๘๐ ลูกบาศก์เมตร ความต่างแบบนี้เองที่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านเขาสงสัยว่านี่คือการบริหารจัดการ ที่ดีที่สุดที่เรามีปัญญาในการจัดการในปีนี้แล้วจริงหรือ แม่น้ำน้อยที่วงไว้สีเขียว คิวแม็ก (Qmax) สูงสุดอยู่ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านอัดมา ๒๑๕ ลูกบาศก์เมตร ไปรวมกับ น้ำที่มันไหลบ่าข้ามจากเจ้าพระยาลงมาอีกเป็นประมาณ ๓๐๐ เศษ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผมถึงต้องลุกขึ้นมาบอกว่าเป็นความเสียหายอย่างไม่อาจให้อภัย อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ