จุติ แจงนโยบายดูแลผู้สูงอายุ-เคหะเช่าตลอดชีวิต ผลักดันเวลล์เนสเซ็นเตอร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

จุติ ไกรฤกษ์ ชี้แจงมาตรการดูแลผู้สูงอายุภายใต้มาตรา 11 ที่ครอบคลุมด้านการแพทย์ การศึกษา การจ้างงาน และการลดค่าโดยสาร พร้อมยอมรับว่าแม้บริการจะมีอยู่แต่อาจไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเน้นนโยบายการเคหะเพื่อผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุโดยเปลี่ยนแนวคิดจากการสร้างบ้านขายมาเป็นการสร้างเพื่อให้เช่าตลอดชีวิต รวมถึงผลักดันโครงการเวลล์เนสเซ็นเตอร์และพัฒนาศักยภาพอาสาสมัคร แม้ต้องเผชิญอุปสรรคด้านกระบวนการอนุมัติโครงการพีพีพีและขาดความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มองว่าไม่คุ้มทุน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบข้อซักถามของ ท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ประเด็นที่ท่านถามมาตามมาตรา ๑๑ ในมิติของการดูแล ผู้สูงอายุนั้น ในเรื่องของการบริการทางการแพทย์ ก็กราบเรียนให้ทราบได้ว่าเราก็ทำให้พอเพียง เรื่องของการศึกษาเราก็มีโรงเรียนผู้สูงอายุทั้งหมด ๒,๔๐๐ แห่งทั่วประเทศ ที่อำเภอสัตหีบ ก็มี ๑ แห่ง แล้วก็เป็นเบส แพรคทิส (Best practice) คือเป็นตัวอย่างของโรงเรียนอื่น ๆ ที่ควร จะต้องทำตามด้วย นอกจากนั้นแล้วเรามีกองทุนผู้สูงอายุที่ดูแลผู้สูงอายุอยู่ แล้วก็มีจัดหางาน โดยมีบริษัทที่จัดหางานให้กับผู้สูงอายุด้วย แต่การจัดหางานนั้นเราก็ต้องไม่หลอกตัวเอง ว่าเป็นความสมัครใจของนายจ้างที่จะจ้างบุคคลที่เหมาะสมทำงานให้ได้ นอกจากนั้นแล้ว ประเด็นคำถามท่านข้อที่ ๔ การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ ขสมก. รถทัวร์ เรือ รถไฟ รถบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) ก็มีการลดค่าโดยสารให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว การให้คำแนะนำปรึกษาทางกฎหมายก็มีศูนย์ยุติธรรมจังหวัดที่อำเภอสัตหีบ แล้วก็มีอัยการ คุ้มครองสิทธิด้วย ฉะนั้นก็ถือว่าที่ท่านถามมาตามมาตรา ๑๑ ใช้คำว่ามีพอเพียง แต่อาจจะ ไม่ทันใจเพราะว่ามีจำนวนปริมาณประชากรที่เยอะ

เรื่องของที่อยู่อาศัย อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าการเคหะแห่งชาติมีหน้าที่ ดูแลให้ที่อยู่อาศัยกับผู้มีรายได้น้อย ผู้เปราะบาง กราบเรียนท่านประธานว่าเราได้เปลี่ยน หลังจากที่โควิด (COVID) มานี้ ผมได้ให้นโยบายเปลี่ยนจากการทำกำไรเชิงพาณิชย์ เป็นการ ทำกำไรเชิงสังคม เปลี่ยนจากการสร้างบ้านขาย ที่ท่านบอกว่าหลังละ ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาท เป็นให้บ้านเช่า แต่เป็นบ้านเช่าตลอดชีวิต ฉะนั้นเขาจะมีความมั่นคงในชีวิตมาก ที่สามารถ อยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วก็ในโครงการนั้นก็มีด้วยว่าถ้าเช่าบ้าน สัก ๒-๓ ปีแล้วมีความประสงค์อยากจะเป็นเจ้าของ สามารถเปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ (Down payment) ได้ ฉะนั้นก็เป็นการบริการผู้มีรายได้น้อยเต็มที่ ขณะนี้โครงการที่จังหวัดชลบุรี ก็มีห้องเช่าที่การเคหะแห่งชาตินั้นไปเอาคืนมาจากภาคเอกชนที่เช่าเหมาไป เพราะว่า ทำผิดสัญญา ไปเก็บเงินค่าเช่าช่วงต่อเกินที่การเคหะแห่งชาติกำหนดนั้น ดังนั้นวันนี้มีห้องเช่า ว่างอยู่หลายพันห้องที่จังหวัดชลบุรี แล้วก็ในอัตรา ๙๙๙ บาทจนถึง ๑,๙๙๙ บาท ตามขนาด ของห้อง ฉะนั้นสิ่งที่ท่านถามว่าเรื่องของความสะดวกอยู่ในแผนงานที่กระทรวง พม. และการเคหะแห่งชาติจะทำ แต่ว่าทำนี้มันต้องระเบียบครับ คือพีพีพี (PPP) เขาให้ไปทำ พีพีพี (PPP) ก็เรียนท่านประธานว่าเราตั้งใจทำ ๘ โครงการทั่วประเทศครับ ผมพูดเรื่อง สร้างให้เช่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๕ ยังไม่ผ่านการพิจารณาเรื่องพีพีพี (PPP) เลย ผมก็เรียน ให้ทราบว่าเขาขอตรวจสอบทุกเรื่อง ก็ให้เขาตรวจสอบทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใส จะได้ไม่ต้อง กังวลว่าเราจะไปหาเศษหาเลยจากโครงการเหล่านี้ ก็เกิดความล่าช้าจากการที่ยืนยัน แล้วก็ อนุมัติโครงการพีพีพี (PPP) เหล่านี้ แต่สิ่งที่ท่านได้นำเสนอนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่า ได้ทำงานเต็มที่เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย แม้กระทั่งเรื่องของเวลล์เนส เซ็นเตอร์ (Wellness Center) ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของการเคหะแห่งชาติที่รับไปในการดูแลผู้สูงอายุ โดยเรายังจะทำคู่ขนาน แต่อาจจะอยู่คนละที่กัน คือ ๑ โครงการเป็นโครงการพรีเมี่ยม (Premium) ทำสำหรับผู้มีเงินจ่ายเอง แล้วเอากำไรนั้นมาสนับสนุนค่าเช่าในราคาที่ถูก สำหรับผู้มีรายได้น้อย ในขณะเดียวกันก็จะเป็นสถานที่ที่สำหรับฝึกงาน สำหรับอาสาสมัคร ที่ดูแลผู้สูงอายุได้ วันนี้ได้ให้นโยบายไปว่าแต่ละจังหวัดให้ไปดูเลยว่าอัตราส่วนของผู้สูงอายุ มีจำนวนเท่าไร แล้วอาสาสมัครที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุให้ได้ต้องมีขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าเท่าไร แล้วก็ ทำแยกจำแนกด้วยซ้ำไปว่าถ้าอาสาสมัครที่จะดูแลผู้สูงอายุ คือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายตนเอง อบรม ๗๐ ชั่วโมง เขามี ๑๗ ชั่วโมง กับ ๗๐ ชั่วโมง เราบอกว่าต้องให้ได้ ๗๐ ชั่วโมง ตามมาตรฐานกรมอนามัย ถ้าจะทำวิชาชีพเป็นมืออาชีพ ทำกับสถานดูแลผู้สูงอายุต่าง ๆ จะต้องจบ ๔๒๐ ชั่วโมง นี่เป็นการเตรียมการที่จะเห็นว่าผู้สูงอายุในอนาคต วันนี้มี ๑๒,๔๐๐,๐๐๐ คน ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ที่ท่าน ส.ส. พูด จะมี ๒๐ ล้านคน ตอนนั้นก็มีการ เตรียมการในเรื่องของผู้ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็บ้าน ก็เสียดายผิดหวังว่าการสร้างบ้านนั้น ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะว่ามีระบบการตรวจสอบเยอะมากครับท่านประธาน ตาข่าย ประมาณ ๑๐ ชั้น กว่าจะผ่านก็ต้องทำใจว่าถ้าผ่านหมดแล้วก็เป็นไปตามแผนที่สามารถดูแล ผู้สูงอายุ ดูแลผู้มีรายได้น้อยได้ ถึงแม้จะไม่ครบ แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเราก็เรียน ตรง ๆ ว่าเราพยายามทำกับภาคเอกชนมาทำกับเรา แต่ภาคเอกชนพอเห็นว่าส่วนต่างของ กำไรมีแค่ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ภาคเอกชนบอกว่าไม่คุ้มทุนที่จะมาทำ ก็เลยกลายเป็นต้องเป็น หน้าที่ของการเคหะแห่งชาติที่จะต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ