ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ขออนุญาตใช้สื่อนำเสนอประกอบการอภิปรายซักถาม หลังยื่นเอกสารให้ประธานตรวจสอบแล้ว โดยเน้นชี้ประเด็นการอับปางของเรือหลวงสุโขทัยจากคลื่นสูงจนไฟดับและน้ำท่วมห้องเครื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการตัดสินใจของกองทัพเรือและกรมอุตุนิยมวิทยาที่ไม่แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า จนนำไปสู่เหตุการณ์สูญเสียเรือรบ โดยเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรวมถึงนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเชี่ยวชาญในตำแหน่งสำคัญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานได้ใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการอภิปราย ซักถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็ได้นำเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ให้ท่านประธาน ได้ตรวจสอบไปแล้ว ขอเริ่มเลยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งเป็นเรือ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเรือคอร์เวต (Corvette) ซึ่งเป็นเรือที่ถือว่าทันสมัยแล้วก็ต่อมาจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าประจำการตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ นี่ครับ รูปเรือหลวงสุโขทัยเต็ม ๆ เลยนะครับ รหัสภาษาอังกฤษเอชทีเอ็มเอส สุโขทัย เอฟเอส-๔๔๒ (HTMS Sukhothai, FS-442) เรือลำนี้มีระวางขับน้ำ ๙๖๐ ตัน มีความยาวทั้งสิ้น ๗๖.๘ เมตร มีความกว้าง ๙.๖ เมตร ต่อที่บริษัทต่อเรือทาโคมา เมืองทาโคมา ประเทศสหรัฐอเมริกา และเรือลำนี้ถือว่าเป็นเรือที่มีความสำคัญกับกองทัพเรือไทย แล้วก็เป็นเรือชั้นนำลำหนึ่งของ กองทัพเรือไทย เราถึงใช้ชื่อว่าเป็นเรือรบหลวงสุโขทัยซึ่งเป็นชื่อเมืองหลวงนะครับ ก็ถือว่า เป็นเรือเกรดเอ (Grade A) ของกองทัพเรือไทย ถ้าท่านประธานเห็นในรูปจะเห็นได้ว่า เรือลำนี้รบได้ถึง ๓ มิติ ด้านหน้าของเรือท่านประธานจะเห็นปืน แล้วก็จรวดก็คือการสู้ในมิติ ทางน้ำระหว่างเรือผิวน้ำด้วยกัน ด้านหลังจะมีขีปนาวุธจากเรือสู่อากาศยานหมายความว่า สามารถรบกับเครื่องบินกับอากาศยานได้ แล้วด้านท้ายยังมีโซนาร์ (Sonar) เรือสำหรับปราบ เรือดำน้ำ ก็ถือได้ว่าเป็นเรือที่มีความสมบูรณ์แบบรบได้ถึง ๓ มิติ รูปถัดไปนะครับ เรือหลวง สุโขทัยอับปางไปเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ เหตุเนื่องจากมีคลื่นสูง ภาษาทางเรือเขาเรียกว่า ซีสเตต ๖ (Sea State 6) คือความสูงของคลื่น ๖ เมตรซึ่งมันสูงมาก แล้วน้ำเข้าไปในห้องเครื่อง ทำให้เครื่องยนต์ดับ ระบบสื่อสารล่ม เรือเสียการทรงตัว เหตุการณ์ในคืนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ที่ผ่านมาก็เกิดจากคลื่นลมแรงส่งผลให้ไฟฟ้าดับ เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงานไม่สามารถ ควบคุมเรือได้ น้ำทะเลก็เข้าไปในท่อไอเสียของเรือภายในอย่างรวดเร็ว แล้วทำให้เรือเอียงและ จมลงในที่สุด ในขณะที่กำลังลาดตระเวนอยู่ห่างจากอำเภอบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เพียงระยะทาง ๒๐ ไมล์ทะเลก็ถือว่าไม่ได้ไกลจากฝั่งเลยนะครับ รูปถัดไป หน้าที่ ๔ อันนี้คือคลิป (Clip) เหตุการณ์ในขณะที่เรือหลวงสุโขทัยกำลังประสบพายุคลื่น สเตต ๖ (State 6) ขอให้เปิดคลิปให้ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมได้ดูครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
ท่านประธานจะเห็นความแรง ของคลื่น หน้าถัดไป หน้าที่ ๕ ท่านประธานเห็นเรือเอียงไหมครับ เจอคลื่นเข้าไป เนื่องจากว่า น้ำมันเข้าเรือ แล้วเครื่องยนต์มันดับ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เรือล่ม ต่อไปเป็นหน้าที่ ๖ นี่คือ ไทม์ไลน์ (Timeline) การอับปางของเรือหลวงสุโขทัย คือในขณะที่น้ำเข้าเรือเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกานะครับ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาเครื่องยนต์ดับ เครื่องยนต์ที่เอามาปั่นเครื่อง กำเนิดไฟฟ้ามันดับ แล้วก็ทำให้เครื่องยนต์ใหญ่ไม่สามารถใช้การได้ ก็เป็นที่มาว่าเรือมี การเอียง ตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา แล้วสุดท้ายเรือก็มีการจมลงมาภายในคืนนั้น อันนี้คือ ลำดับเหตุการณ์โดยย่อที่ผมนำมาเรียนท่านประธาน เครื่องยนต์ใหญ่ที่ใช้ในการขับเคลื่อน เรือรบหลวงสุโขทัยเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ๒ เครื่อง ชนิด ๔ สโตรค ซิงเกิล แอคชัน (4 Stroke Single Action) เครื่องยนต์หนึ่งมีกำลังแรงม้าถึง ๗,๒๐๐ แรงม้า ๒ เครื่องยนต์ ซึ่งปกติ มันไม่ได้ดับง่าย ๆ ถ้าดับไปเครื่องยนต์หนึ่งมันก็ยังสามารถใช้การได้ พอเครื่องยนต์ดับไป ๒ เครื่องพร้อมกันก็ทำให้เรือไม่มีกำลังในการขับเคลื่อน มันก็เหมือนเศษเหล็กขนาดใหญ่ ที่ลอยอยู่กลางทะเลพายุก็พัดจนล่มได้ นี่คือสาเหตุหลักในการทำให้เรือรบหลวงสุโขทัยเราล่ม ต่อมาหน้าที่ ๗ ครับ มีข้อสงสัยครับ แล้วก็ต้องเป็นคำถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีว่า ประเทศไทยของเรา มีกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการพยากรณ์อากาศว่าจะร้อนจะหนาว มีอากาศปกคลุมจากประเทศจีน มีคลื่นสูง มีลมแรงเรือห้ามออกจากฝั่ง แต่เรือหลวงสุโขทัยได้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือ สัตหีบ ๑ วันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ และวันที่เกิดเหตุการณ์ในวันที่ ๑๘ ที่มีคลื่นลม ถึงสเตต ๖ (State 6) ทั้งคลื่น ทั้งพายุ ผมก็ต้องถามกลับไปว่าทางกองทัพเรือปล่อยให้ เรือหลวงสุโขทัยออกมาลาดตระเวนทำไมครับ มันก็ยังไม่มีความจำเป็นที่ในขณะนั้นมันมี อริราชศัตรูหรือมันมีเรือรบ หรือมีกำลังของฝ่ายข้าศึกที่มารุกล้ำอธิปไตยของเราที่จำเป็น ที่จะต้องส่งเรือรบเข้ามาในสถานการณ์ที่มีพายุในขณะนั้น แล้วกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีหน้าที่ ในการพยากรณ์อากาศก็ไม่ได้เตือนอะไรเลยครับ ไม่ได้เตือนเลยว่ามีพายุ มีคลื่นลม ขนาดใหญ่เรือต้องงดออกจากฝั่ง แล้วต้องเรียนท่านประธานว่ามันไม่ได้มีเฉพาะเรือหลวง สุโขทัยเท่านั้นที่ล่ม ยังมีเรือพาณิชย์แล้วก็เรือประมงอีก ๒-๓ ลำที่ล่มในเหตุการณ์นี้ คำถาม ตรงนี้ก็ถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านไปตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งไม่ได้มีความรู้ ด้านอุตุนิยมวิทยาแล้วก็ไม่ได้พยากรณ์อากาศอะไรเลย ไม่ได้แจ้งเตือนเลยจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรกับเหตุการณ์นี้ และหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ไปแล้วกรมอุตุนิยมวิทยาก็ยังไม่เคย ออกมารับผิดชอบ ยังไม่เคยออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ตรงนี้ต้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านช่วยชี้แจงด้วยเพราะว่า ท่านเป็นคนไปตั้งอธิบดีอุตุนิยมวิทยาคนนี้มาเป็น แล้วอธิบดีอุตุนิยมวิทยาคนนี้จบอะไรมา จบบริหารธุรกิจมาจากมหาวิทยาลัยเอแบค ในชีวิตไม่เคยทำงานกรมอุตุนิยมวิทยาเลย มีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ แล้วคุณไปตั้งมาเป็น แล้วมาเกิด เหตุการณ์แบบนี้ผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับลูกเรือซึ่งขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว ๖ ศพ แล้วก็กำลังสูญหายอยู่อีก ๒๓ คนที่ยังไม่พบในขณะนี้ คำถามก็คือว่าท่านจะรับผิดชอบ อย่างไรกับเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วท่านปล่อยเรือออกมาท่านไม่รู้หรือว่ามันกำลังเกิดพายุ เกิดคลื่นสเตต ๖ (State 6) แล้วออกมาทำไมครับ มันช้าไปอีกสักวันหนึ่งหรือช้าไปอีกสักครึ่งวัน ความสูญเสียก็ไม่ต้องเกิดขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ