ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อชุมชนภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมยืนยันการส่งต่อการดูแลโครงการฟรีไวไฟจากกระทรวงไปยัง กศน. และแจ้งว่าโครงการเน็ตประชารัฐยังดำเนินต่อไปแม้มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และพื้นที่ติดตั้ง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย ในโครงการอินเทอร์เน็ต (Internet) สู่ชุมชน ซึ่งเป็นฟรีวายฟาย (Free Wi-Fi) ที่เราได้จัดบริการ มาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้วนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญที่รัฐบาล ได้ขับเคลื่อนมา โดยใช้ชื่อโครงการว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ประเทศไทยต้องไปไกล กว่าที่เราคิดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) มีการนำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) มาใช้ในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นจาก เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ภายใต้โครงการไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แต่ที่สำคัญก็คือ การที่ขยายการใช้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย ผ่านโครงการเดินสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) การใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ๔ จี (4G) ให้ทั่วทุกประเทศ การใช้การสื่อสารด้วยข้อมูลดิจิทัล (Digital) ผ่านโทรศัพท์มือถือไร้สาย หรือการเดินสายไฟเบอร์ (Fiber) ไปในทุกจุดแล้วก็ตั้งเป็นฟรี วายฟาย ฮอตสปอต (Free Wi-Fi Hotspot) ในบางชุมชน ในบางหมู่บ้าน ที่คิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปส่งเสริมให้ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ซึ่งทำให้ในปัจจุบันประเทศไทยเรา ถือว่าเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับที่ดีมากในการที่คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการสำรวจบางหน่วยงานอย่างล่าสุดกระผมก็ทราบว่า เรามีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ในระดับสูง ๆ ถึง ๗๗.๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ ค่าเฉลี่ยของโลกที่ ๖๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงมาก ความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) ฟิกซ์บรอดแบรนด์ (Fixed Broadband) โดยเฉลี่ยของประเทศไทยเราก็ถือว่าเป็นอันดับ ๕ ของโลก สปีด (Speed) ของเรา ส่วนเรื่องการสื่อสารไร้สายซึ่งวันนี้เราไปถึง ๕ จี (5G) แล้ว จะพบว่าในหลายพื้นที่เรามีสปีด (Speed) ของการสื่อสารข้อมูลผ่านมือถือที่เร็วมาก สะดวกสบายมาก ก็เป็นสิ่งที่ทำมาโดยตลอดของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ ส่วนการขยายอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะที่กระผมได้กล่าวคือการไป ติดตั้งวายฟาย (Wi-Fi) แล้วก็มีบริการฟรีให้ประชาชนนะครับ โครงการที่ท่านสมาชิกพูดถึงน่าจะเป็นโครงการที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะ สู่ชุมชน ซึ่งเริ่มเมื่อปี ๒๕๖๒-๒๕๖๕ ๓ ปี ซึ่งทางกระทรวงก็ได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อจ่าย ค่าบริการคือค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ค่าแอร์ไทม์ (Air Time) ทั้งหมด ๓ ปี หมดโครงการไป เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ แล้วก็ตามข้อตกลงโครงการนี้ไม่ได้หยุด เพียงแต่ว่า ทางกระทรวงจะเป็นการนำร่องแล้วก็ริเริ่มโครงการให้ แต่ผู้ใช้บริการจริง ๆ ก็คือการศึกษา นอกโรงเรียนหรือ กศน. ก็จะเป็นคนที่ตั้งงบประมาณ เพื่อเข้ามาจ่ายค่าบริการหรือว่ามา ปรับปรุงระบบเมนเทอแนนซ์ (Maintenance) ประมาณนั้นต่อไป ซึ่งเท่าที่ทราบทาง กศน. ก็ได้รับโครงการนี้ไปแล้ว แล้วก็มีการตั้งงบประมาณเพื่อจะดูแลให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพราะฉะนั้นกระทรวงก็เลยไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว เพราะได้ส่งมอบให้ กศน. เป็นผู้ดูแล แต่หลังจากนี้ไป กศน. ก็ต้องไปปรับปรุงในเรื่องการทำงานบางเรื่อง เท่าที่ผมทราบ เช่นเดิมทางกระทรวงเขาใช้บริการของทีโอที (TOT) หรือเอ็นที (NT) เปลี่ยนชื่อเป็นปัจจุบันนี่ เป็นผู้ให้บริการทั้งหมด ปัจจุบันเท่าที่ทราบ กศน. ก็จะกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัด หรือแต่ละโรงเรียน กศน. เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ให้ไปซื้อบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ใช้ในแต่ละโรงเรียนเอง อาจจะใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ บริษัทไหนก็ได้ แล้วแต่ที่ทางโรงเรียนหรือทาง สถาบันการศึกษานั้นจะเห็นว่าเหมาะสมในพื้นที่ ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานไปบ้าง แต่ในหลักการอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เข้าถึงชุมชนผ่านโครงการนี้ที่ผ่านไปที่ กศน. ยังมีอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนผู้รับผิดชอบเป็น กศน. ดำเนินการเอง ส่วนโครงการอื่นที่ยังมีอยู่ก็ทำต่อไป เรียนเพื่อนสมาชิกอย่างเช่นโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งเป็นการขยายอินเทอร์เน็ต (Internet) สู่ชุมชนอีกโครงการหนึ่งนะครับ อันนั้น ๒๔,๗๐๐ จุดทั่วประเทศ อันนี้ยังทำอยู่ โครงการนี้มีอายุ ๕ ปี ยังเหลือเวลาอีก ๒-๓ ปีที่เราทำอยู่ แต่ว่ามันก็มีปัญหาครับ เท่าที่ทราบก็คือหลายพื้นที่ จุดที่ติดตั้งอาจจะไม่เหมาะสม อุปกรณ์อาจจะเสียหายหรือไม่มีประสิทธิภาพ ต้องมีการปรับปรุง ระบบเพื่อให้ขยายสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ให้ดีขึ้น ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ประกอบกับ เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาก็มีความจำเป็นอาจจะต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ซึ่งอันนี้เราก็ได้พูดคุยกันกับผู้ดำเนินโครงการ แล้วก็เดี๋ยวจะของบประมาณมาเพิ่มเติม เพื่อจะปรับปรุงระบบให้กระจายสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ให้ดีขึ้น รวมถึงก็ได้มีการพูดคุยกับ กสทช. ซึ่งมีกองทุนยูเอสโอ (USO) หรือยูโซที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยนะครับ กระผม ก็ตั้งโครงการอีกโครงการหนึ่งเรียกว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อชุมชน ซึ่งจะกระจายสัญญาณ เข้าไปอีกประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ จุดทั่วประเทศ เพิ่มเข้าไปอีก เพิ่มไปในชุมชนที่ อาจจะห่างไกลหรือว่าไม่มีความพร้อม ประชาชนไม่มีความพร้อมที่จะจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) เองก็จะทำฟรีวายฟาย (Wi-Fi) ให้ในชุมชนต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วยนะครับ เรียนว่า การให้บริการฟรีวายฟาย (Wi-Fi) กับพื้นที่ชุมชนจะมีความจำเป็น แล้วรัฐบาลก็จะทำ อย่างต่อเนื่องต่อไป เรียนเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ