สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

คุณากร ปรีชาชนะชัย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในโคและกระบือที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำว่าภาครัฐควรสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือและค่าป่วยให้กับอาสาปศุสัตว์ และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกินด้วยการเยียวยาและชดเชย

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่ท่านได้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาในเรื่องของการแก้ไขศึกษาปัญหาผลกระทบจากโรคอุบัติใหม่ในโคและกระบือ โรคอุบัติใหม่ที่เรียกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทั้งพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ปัจจุบันนี้ลามไป จนถึงภาคใต้ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือประมาณ ๔๔ จังหวัดทั่วประเทศไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในการแก้ไข ปัญหาของภาครัฐนั้น ในเรื่องของการจัดการเรื่องวัคซีนล่าช้าครับ รวมไปถึงยารักษาก็ล่าช้า เช่นกันครับ ส่งผลกระทบให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือนั้นต้องลำบาก แม้วันนี้ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำเข้าวัคซีนมา ๖๐,๐๐๐ โดส แต่จังหวัดสุรินทร์นั้นยังไม่ได้ รับสักโดส (Dose) เดียวเลยครับ แล้วประกาศจะนำเข้าอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดส ผมก็คิดว่า ยังไม่เพียงพอ เหตุที่พูดเช่นนี้เนื่องจากว่าประชากรโคและกระบือนั้นทั้งประเทศมีกว่า ๑๐ ล้านตัว เพียงแค่จังหวัดสุรินทร์จังหวัดเดียวนั้นนับไปแล้วก็อยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ข้อมูลจากจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน โค กระบือที่ป่วย ๑๓,๒๕๙ ตัว ตายไปอีก ๒๕๙ ตัว สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอสนม อำเภอรัตนบุรี อำเภอ โนนนารายณ์ และอำเภอจอมพระ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วจังหวัดสุรินทร์ ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาว่าวันนี้พี่น้อง เกษตรกรยังคงเดียวดาย เนื่องจากบุคลากรทางด้านปศุสัตว์นั้นไม่เพียงพอในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของการให้ความรู้ความเข้าใจ วิธีการจัดการในเรื่องของ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ ชาวบ้านต้องรักษาโรคนี้ตามอาการครับ ให้ยาแก้ไข้บ้าง ให้ยาปฏิชีวนะบ้าง เรียกว่ารักษาตามบุญตามกรรมครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานปศุสัตว์ จังหวัดสุรินทร์นั้นมีบุคลากรเพียงแค่ ๘๐ ชีวิตเท่านั้น ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับประชากรโค และกระบือในจังหวัดสุรินทร์นั้นที่มีกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ผมคิดว่ายังไม่พอครับ วันนี้จริง ๆ แล้วในพื้นที่มีอาสาปศุสัตว์หรือเขาเรียกว่า อสป. ที่คอยช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร อย่างใกล้ชิดในการที่จะเก็บข้อมูล ในการที่จะให้บริการเป็นเบื้องต้น ทุกวันนี้ อสป. ที่ช่วย พี่น้องในทุก ๆ ตำบลนั้นทำงานอย่างหนักครับ ๑ คนดูแลทั้งตำบล ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ รวมไปถึงค่าป่วยการให้พี่น้อง อสป. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พวกเขาครับ

อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการชดเชยวัวที่ตายไปให้แก่พี่น้องเกษตรกร ในการ ประกาศว่าวัวที่อายุน้อยกว่า ๖ เดือนนั้นชดเชย ๖,๐๐๐ อายุ ๖ เดือนถึง ๑ ปีนั้นชดเชย ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีชดเชย ๑๖,๐๐๐ และมากกว่า ๒ ปีชดเชย ๒๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่า มันไม่เพียงพอครับ เพราะว่าทุกวันนี้ราคาวัวราคาเป็นหมื่นเป็นแสน อยากให้พิจารณาชดเชย เพิ่มในส่วนนี้ และพี่น้องเกษตรกรก็ยังฝากมาถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่า วัวที่ป่วยยังมีชีวิตอยู่ยังพอจะเยียวยาให้เขาบ้างได้หรือไม่ ผมขอเสนอแนะนะครับว่าวันนี้ งบกลางของทางรัฐบาลนั้นเอามาช่วยพี่น้องเกษตรกรเป็นการเฉพาะหน้าได้ครับ เพราะว่า ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนกันทั่วหน้า เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นวันเปิดเทอม ลูกหลานต้องไปโรงเรียน เกษตรกรไม่มีเงินส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียน คนรวยขายทองครับ ท่านประธาน คนจนต้องขายวัวกับควาย วันนี้ไม่มีค่าเทอมส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียนเพราะ วัวควายขายไม่ได้ ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรงในการแก้ไขเรื่องนี้นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านที่ท่านให้ความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ในจังหวัดสุรินทร์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางพี่น้อง จังหวัดสุรินทร์จะได้รับความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องวัคซีน ทั้งในเรื่องยารักษา รวมไปถึงเงิน ชดเชยเยียวยาให้แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นการด่วน อย่าปล่อยให้เกษตรกรต้องสู้กับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้โดยลำพังเลยครับ กราบขอบคุณครับ