มานพ ชูวัวควายคือหัวใจเศรษฐกิจท้องถิ่น เสนอส่งเสริมสายพันธุ์-กระจายอำนาจเร่งด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

มานพ คีรีภูวดล หารือประเด็นความสำคัญของวัวควายต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตชุมชนชนบท เปรียบเทียบกับระบบเศรษฐกิจเมือง พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาโรคติดเชื้อในสัตว์ เช่น โรคลัมปีสกิน ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสัตว์ต่างประเทศ และเสนอให้มีการส่งเสริม ปกป้องสายพันธุ์วัวควายพื้นบ้านควบคู่กับการกระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่พื้นที่อย่างทันท่วงที เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้าที่มีคุณค่าทั้งในและต่างประเทศ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่กับวัวกับควายมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ คือนึกภาพนะครับว่า ถ้านึกถึงซูปเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ของคนในเมืองต้องนึกถึงป่า ถ้านึกถึงธนาคาร พี่น้องชนบทต้องนึกถึงวัวควายครับ คือตอนนี้เขาบอกว่าวัวของชาวบ้านมันเป็นวัวที่พึ่งพา ตัวเองได้ แต่วัวที่มันเป็นวัวต่างชาติมันเป็นวัวที่แบบขี้เกียจ เป็นวัวเจ้านาย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ มีเหตุผลของประชาชนนะครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์อยู่แล้ว แล้วก็ผู้บริหารหลาย ๆ ท่านผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เป็นแบบ วัคซีนของโควิด (COVID) ๒ เรื่องที่จะต้องตัดสินใจโดยด่วนก็คือการตัดสินใจที่เร่งด่วน เด็ดขาดพร้อมกับงบประมาณซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ยากเกินอำนาจของรัฐมนตรี สำคัญที่สุด คือจะต้องกระจายอำนาจให้กับระดับพื้นที่ตัดสินใจได้ พร้อมงบประมาณนะครับ ผมย้ำ

อันที่ ๒ ก็คือผมคิดว่าพื้นที่ ในระดับการตัดสินใจเมื่อก่อนนี้ผมเป็นเด็ก ผมจำได้เรามีอาสาสมัครหมอวัวหมอควายเต็มเลย เป็นผู้ช่วยปศุสัตว์อำเภอ เรื่องการ ฉีดวัคซีน เรื่องการรายงานผลต่าง ๆ มันมีอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นเครื่องมือ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเร่งการแก้ไขปัญหา เพราะว่า ๒ เรื่องนี้ผมคิดว่าเรื่องรายละเอียด ต่าง ๆ ท่านสมาชิกอภิปรายหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอย่างนี้ว่าแค่ชื่อ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมคิดว่ามันไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศไทย ชื่อมันแปลก ๆ ชื่อมันไม่ใช่ชื่อที่เป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้นแสดงว่ามันเกิดเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้า ท่านสมาชิกก็อภิปรายไปแล้วว่าทำไมเราต้องเอาสัตว์ในต่างประเทศที่มีภูมิอากาศ ภูมิประเทศที่แตกต่างกันเข้ามา ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่ามีเนื้อเยอะ อร่อย แต่ว่าบรรพบุรุษ ของสังคมไทยผมคิดว่าเติบโตกับสัตว์ที่เป็นสัตว์พื้นบ้าน สัตว์ท้องถิ่นอยู่แล้ว แล้วก็โตมา ทำไมเราไม่พัฒนาตรงนี้ ทำไมเราไม่ดูแลรักษาและพัฒนาชี้ชัดในแง่ของอาหาร คุณค่าทาง อาหารหรือสุขภาพที่แข็งแรงส่งขายต่างประเทศนะครับ ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีการเลี้ยงวัวนมเยอะ ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอสันทราย และมีอีกกลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่าวัวชาวบ้านที่เลี้ยงในป่า ตรงนี้ค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ ที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าวัวเหล่านี้มันเป็นธนาคาร เมื่อมีความเจ็บป่วย เมื่อมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน วัวควายนี้ล่ะครับจะเป็นคำตอบ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ประชาชนจะต้องรักษาทรัพย์สินตรงนี้ไว้ หลาย ๆ ครั้งมีความจำเป็น ในการเจ็บป่วยต้องรักษา แต่ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย แต่เมื่อไรที่มันมี ความจำเป็นสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษาของลูกหลาน ผมคิดว่าหลายท่านที่อายุเกิน ๔๐ กว่าปีขึ้นไปคงจะทราบว่าการที่คนบ้านนอกได้มาเรียนหนังสือนะครับวัวควายต้อง เสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อที่ขายแล้วได้ไปเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะชี้ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นการพัฒนาสายพันธุ์วัว ควายที่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน ไปดูที่ บ้านผมที่เชียงใหม่ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือว่าหลาย ๆ พื้นที่ วัวขึ้นดอยความชันนี่ผม ว่าสโลป (Slope) น่าจะเกิน ๗๐ องศา ก็ขึ้นไปสบาย หญ้าต่าง ๆ ที่มันมีอยู่นี้ไม่จำเป็นต้อง เป็นหญ้าสายพันธุ์ต่างประเทศอีกแล้ว ต้องมีสูตรอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีครับ ขึ้นดอย อย่างแข็งแรงนะครับ แล้วก็ไม่ต้องจัดการอะไรเยอะ ผมคิดว่านี่คือต้นทุน คือศักยภาพของ ประเทศเรา และผมเชื่อว่าสายพันธุ์วัวพื้นบ้านนี้มีเยอะแยะ ท่านสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่าทาง ภาคใต้มีสายพันธุ์วัวชนที่แข็งแรง สายพันธุ์ที่มีเนื้อเยอะ เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และเคยเกิดขึ้นในอดีตหลายครั้งแล้ว กรณีการนำเข้าสัตว์ เลี้ยงที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อาหาร บริบทพื้นที่มีความแตกต่างกับ ในประเทศเราโดยสิ้นเชิง และมักจะพบกับเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปของผมแล้ว ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ครับว่าเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ผมคิดว่าอันนี้ต้องเร่งตัดสินใจเด็ดขาดเพราะงบประมาณ เร่งกระจายอำนาจในการตัดสินใจให้กับคนพื้นที่และส่วนราชการที่จะต้องตัดสินใจ ในพื้นที่ ที่ยังมีการแพร่ระบาดน้อยหรือว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการแพร่ระบาด ผมคิดว่าถึงแม้ว่าจะเป็นวัว ที่มันไม่ใช่เป็นวัวสายพันธุ์หรือไม่ได้อยู่ในโครงการวัว ๑ ล้านตัวของท่านรัฐมนตรีก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องกันไม่ให้มีการกระจายของเชื้อโรคเหล่านี้ การแก้ปัญหาเชิงรุก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสั่งการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด พร้อมงบประมาณ และกระจาย อำนาจในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่บนดอยที่เขายังมีอาชีพในการเลี้ยงวัวพื้นบ้านอยู่ เพื่อที่จะให้การรักษาสายพันธุ์พื้นบ้าน

สุดท้ายที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมอยากจะเห็นมิติการเห็นคุณค่า ของทรัพยากร สมบัติของชาติที่มันเป็นสมบัติที่อยู่คู่กับบรรพบุรุษได้ถูกพัฒนาและได้นำ สินค้า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นพืช ถ้าเป็นสายพันธุ์สัตว์ก็คือวัวท้องถิ่นที่แข็งแรงอยู่ตาม บนดอยนี่ล่ะครับได้นำสู่การเป็นสินค้าส่งออกและเป็นสินค้าท้องถิ่น ต่างประเทศเขาทำได้ บ้านเราย่อมทำได้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ