อัครเดช แจงปัญหาลัมปีสกิน ขาดแคลนอุปกรณ์-วัคซีน ร้องรัฐเร่งสนับสนุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในโคที่จังหวัดราชบุรี โดยชื่นชมความพยายามของกรมปศุสัตว์ แต่ยังคงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอุปกรณ์ป้องกันที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อ ปัญหาขาดแคลนบุคลากร วัคซีน และยาฉีดสำหรับโคนม จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งจัดสรรวัคซีนและยาให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรทั่วประเทศ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมจะขอ เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องเกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งในเขตจังหวัดราชบุรีของกระผมเองนั้นก็มี พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงทั้งโคนม แล้วก็โคเนื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนม ถ้าพูดอย่างนี้ท่านประธานคงนึกออกถึงสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งผลิตนม ไม่ว่าจะเป็นนมกล่องหรือนมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurize) ในยี่ห้อของหนองโพ ซึ่งเป็นกิจการที่ล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ตอนนี้ก็ประสบปัญหาเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปก็คือการระบาดของโรคระบาดติดต่อในโคเนื้อและโคนม ซึ่งในจังหวัดราชบุรี ก็ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์นั้นไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอบ้านโป่งที่ผมได้สัมผัสในเขตพื้นที่ก็ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ดูแล พี่น้องประชาชนที่เลี้ยงโคได้เป็นอย่างดี นอกจากจะฉีดในเรื่องของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แล้วยังต้องฉีดในเรื่องของโควิด (COVID) ด้วย ถือว่ากรมปศุสัตว์ปีนี้แล้วก็ปีที่แล้ว เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อจากสัตว์ไปสู่คน ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ออกมาช่วยพี่น้องประชาชน ผมในนามของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทุกระดับ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแล กรมปศุสัตว์มา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมโควิด-๑๙ (COVID-19) นอกจากนี้ยัง ไปฉีดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค

เรียนท่านประธานครับ จากที่ผมได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ด่านกักกันโรคสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับปศุสัตว์ อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เขามีปัญหาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเขาขาด ๔ อย่างครับ ๑. เขาขาดเครื่องมือ ผมไปดูเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ เป็นลูกจ้างประจำบ้าง ลูกจ้างชั่วคราวบ้าง ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ต้องควักเงินครับ ท่านประธาน เงินส่วนตัวนี่ครับมาซื้อเครื่องพ่นยา เครื่องพ่นยาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เป็นเครื่องมือ ถ้าท่านประธานเห็นจะเป็นปืนฉีดที่ใช้ฉีดเพื่อให้เกิดหมอกควันในการกำจัด เหลือบไร หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรคของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธาน เชื่อไหมครับที่เจ้าหน้าที่ฉีดไม่ใช่เป็นงบประมาณที่ซื้อโดยกรมปศุสัตว์นะครับ เป็นเงิน งบประมาณของเจ้าหน้าที่ เงินส่วนตัวที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเงินก็น้อยอยู่แล้ว ยังต้องเอา เงินส่วนตัวมาซื้ออุปกรณ์ในการฉีดพ่น อันนี้ก็เรียนให้ท่านรัฐมนตรีทราบ ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีท่านทราบหรือเปล่าว่าเครื่องมือเหล่านั้น บางส่วนผมคิดว่าน่าจะเป็น ส่วนใหญ่ด้วยเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเอง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของทางกรม ปศุสัตว์นะครับ อันนี้คือขาดเรื่องที่ ๑ ก็คือขาดเครื่องมือ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้สนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ดีมาก ๆ เลยครับ น้อง ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับผมในการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ไม่ว่าจะเป็นโคเนื้อ โคนมในอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความเข้มแข็งแต่ขาดเครื่องมือ

ขาดที่ ๒ ครับ บุคลากร บุคลากรไม่เพียงพอครับท่านรัฐมนตรี เรียนท่าน ประธานว่าบุคลากรก็มีจำกัด พื้นที่กว้างใหญ่ การที่เราจะควบคุมโรคระบาด ท่านประธาน ก็ทราบว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่พอเจ้าหน้าที่น้อย การที่ท่านจะควบคุมพื้นที่ให้ได้ท่านก็ ต้องใช้ระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วการที่ท่านทำงานแข่งกับเวลาและบุคลากรน้อย ไม่มีทางที่ ท่านจะควบคุมโรคระบาดได้ครับ เหมือนอย่างวันนี้ที่รัฐบาลกำลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ยิ่งทอดเวลาออกไปผู้ติดเชื้อก็มากขึ้น ๆ การแพร่ระบาดก็มากขึ้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการทำงานแข่งกับเวลา ทำอย่างไรเราจะ ฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด ทำอย่างไรเราจะฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด วัวก็เหมือนกันครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ครับท่านประธาน ต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่เจ้าหน้าที่บุคลากรของกรมปศุสัตว์มีไม่เพียงพอ อันนี้คือขาดที่ ๒ ครับ

ขาดที่ ๓ ท่านประธานครับ ขาดวัคซีน วัคซีนที่นำเข้ามาที่ท่านไปแถลงข่าว เปิดโครงการฉีดวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไม่ได้มาที่จังหวัดราชบุรีแม้แต่เข็มเดียวเลย ทั้ง ๆ ที่จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มีโคเนื้อก็ไม่แพ้จังหวัดอื่น แต่วัคซีนไม่มาแม้แต่เข็มเดียวในจังหวัดราชบุรี ผมฟังแล้วก็ ตกใจครับเพราะว่าก็ไปจังหวัดอื่นหมด ก็บอกว่าที่จังหวัดอื่นมีการแพร่ระบาดมากกว่า แต่วันนี้ที่จังหวัดราชบุรีก็มีการแพร่ระบาดแต่ก็ยังสามารถควบคุมโรคได้ แต่วัคซีนไม่มาเลย และผมคิดว่า ๖๐,๐๐๐ โดส ที่ท่านนำเข้ามามันก็ไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากรวัวที่มีอยู่ ในประเทศไทย ไปจังหวัดเดียวก็หมดแล้วครับ แต่ประเทศไทยนี่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมี แทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ มากบ้างน้อยบ้าง แต่จังหวัดราชบุรีโคนมเยอะติดอันดับต้น ของประเทศเลย ก็เรียนท่านประธานว่าขาดที่ ๓ คือขาดวัคซีน ท่านรัฐมนตรีท่านก็ต้องเร่ง เข้ามาเพื่อที่จะมาฉีดให้กับวัวของพี่น้องประชาชน

ขาดที่ ๔ คือขาดยาฉีดพ่นฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรค ไม่มีครับท่านประธาน ฉีดได้อยู่พักหนึ่งก็ต้องหยุดฉีด ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมหยุดฉีด บอกยาหมด ก็ต้องทำ อย่างไรครับท่านประธาน ไปประสานกับสหกรณ์โคนมหนองโพจังหวัดราชบุรี ขอความ อนุเคราะห์ยาฉีด ซึ่งก็ดีครับ สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ก็สนับสนุนยาฉีดมา ให้ในการควบคุม ซึ่งจริง ๆ แล้วภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ต้องจัดซื้อยาควบคุมฆ่าพาหะที่เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่ น้องประชาชนผู้เลี้ยงโคนมหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้เพียงพอต่อการควบคุมการแพร่ ระบาดของโรค แต่ยาที่พ่นฆ่าเหลือบไรที่เป็นพาหะนำโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็ไม่พอ เรียนท่านประธานครับว่า ๔ ขาดนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านต้องรับไปดำเนินการให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วเพื่อนสมาชิกก็อภิปรายกันว่าตอนนี้โรคระบาดมันก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะเบาบางลง ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์นั้นก็จะต้องไปทำงานแข่งกับเวลา แล้วก็ฝากท่าน ๔ ขาดนี้จัดให้เพียงพอให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อทั่วประเทศ ด้วยครับ ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดราชบุรี แล้วก็ที่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคก็รอในอีกหลายจุด แต่ก็ทำไปได้เยอะแล้ว แต่ก็เรียนกับ ท่านรัฐมนตรีว่าข้าราชการ ตลอดจนลูกจ้างของกรมปศุสัตว์ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ก็เป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ