นริศ หารือโรคลัมปีสกิน ขอเร่งป้องกัน-จัดหางานวัคซีน 70%

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

นริศ ขำนุรักษ์ หารือสถานการณ์ความเสี่ยงการระบาดของโรคติดเชื้อในสัตว์โลง (Lumpy Skin) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกษตรกรในจังหวัดพัทลุงอย่างรุนแรง เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการป้องกันอย่างทันท่วงที ทั้งการจัดหางานวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของฝูงสัตว์ การเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์ การพักหนี้เกษตรกร การผลิตวัคซีนในประเทศ และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเยียวยาตามความเป็นจริงเพื่อช่วยลดภาระและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าแม้จังหวัดพัทลุง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ยังไม่ระบาดนะครับ แต่ว่า ผมมีความจำเป็นจะอภิปราย เพราะว่าโอกาสของโรคระบาดนี้ที่จะระบาดขยายต่อไป ยังมีโอกาสอยู่

๒. โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้เป็นโรคที่ได้ทำลายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของชาวบ้าน เป็นเศรษฐกิจของเกษตรกร และท้ายที่สุดแล้วก็จะทำลาย เศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง สำคัญก็คือโรคนี้หากไม่ยับยั้งได้ ก็จะเป็นการทำลายความหวัง ทำลายอนาคตของเกษตรกร เพราะว่าการปศุสัตว์ถือเป็นความหวังเป็นอนาคตของ เกษตรกรไทยที่แท้จริง เพราะมันเป็นรายได้ มันเป็นเงินออม มันเป็นต้นทุนที่สำคัญของ เกษตรกร การปศุสัตว์ใช้ที่ดินน้อย แต่ว่ามีรายได้สูง จากรายงานพบว่าโคและกระบือประเทศ เรามีประมาณ ๖ ล้านตัว ขณะนี้ป่วย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว แล้วก็ที่ตายแล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ตัว เกือบ ๔,๐๐๐ ตัว โดยประมาณ ผมจึงมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ ๑. ผมอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนสัก ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโคกระบือที่มีอยู่ ผมคำนวณคร่าว ๆ ก็น่าจะ ตกอยู่ประมาณสัก ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส ไว้สำรองไว้เผื่อสักจำนวน ๖ ล้านตัว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คิดคำนวณเท่ากับวัคซีนไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นะครับ ผมพูดตรงนี้ขออนุญาต ได้ชื่นชมทางรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้สั่งวัคซีนมาทันที จนขณะนี้มีถึง ๓๖๐,๐๐๐ โดส แล้ว ซึ่งวัคซีนนี่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีประเทศใดที่เขาผลิตไว้ในสต็อก (Stock) มาก ๆ หรอกครับ เขาผลิตตามออเดอร์ (Order) ๓๖๐,๐๐๐ โดส ผมคิดว่าทั่วโลกก็มีปริมาณ เท่านี้ ไม่มากกว่านี้ไปมากมาย จึงขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้สั่งมาในจำนวนมากที่สุด ที่หาได้แล้วในขณะนี้ คือ ๓๖๐,๐๐๐ โดส แต่ผมคิดว่าหลังจากเกิดวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น หลายประเทศก็คงจะผลิต แล้วก็รัฐบาลต้องหาทางที่จะหาวัคซีนมา ให้ครบในจำนวน ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโค กระบือที่มีอยู่ นอกจากนั้นก็ขอให้จัดหาเวชภัณฑ์และสารกำจัดแมลง ซึ่งจะทำให้เป็นการกำจัดโรคนี้ ลงได้โดยสิ้นเชิง

ข้อเสนอข้อที่ ๒ ก็คือขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแก้ไข หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังที่กำหนดอัตราการช่วยเหลือเกษตรกรครัวละ ๒ ตัว ให้แก้ เป็นช่วยเหลือตามความเป็นจริงทั้งจำนวนและราคาโค กระบือ

ข้อเสนอข้อที่ ๓ ขอให้ทางรัฐบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนที่เป็น อาสาสมัครด้านปศุสัตว์ให้ครบถ้วนทุกหมู่บ้าน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ที่มีการทำการปศุสัตว์ หรือให้เปิดตำแหน่ง ทางด้านการเกษตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เกษตร

ประการที่ ๔ ขอให้ทางรัฐบาลได้เข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพราะว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีการ เคลื่อนย้ายสัตว์ โดยปกติจะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าไปเพื่อเชือดพลีตามความเชื่อ หรือกุรบาน จะมีการย้ายสัตว์จากภาคกลาง ภาคอีสานเข้าไปเชือดในพื้นที่ของพี่น้องมุสลิม ผมจึงขออนุญาตเรียกร้องให้มีการเข้มงวดต่อเรื่องดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการระบาดเกี่ยวกับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พร้อมทั้งขอให้เข้มงวดในการนำสัตว์เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ ก่อนที่จะ เชือดก็ต้องมีการตรวจโรคอย่างเข้มงวด

ประการที่ ๕ ขอให้สถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ได้มีมาตรการ พักชำระหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่กู้มาเพื่อเลี้ยงสัตว์ แล้วก็ให้มีมาตรการในการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ ขยายเวลาผ่อนชำระไปสัก ๓๐ ปี เพราะว่าขณะนี้ถือว่าพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในภาวะวิกฤติที่รุนแรงมาก รวมทั้งหากทางรัฐบาลจะได้ส่งเสริมโครงการจัดทำ ประกันภัยภาคสมัครใจให้กับพี่น้องที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์นั้น โดยรัฐบาลได้สมทบ เป็นบางส่วนก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในขณะนี้

ประการที่ ๖ ขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งผลิตวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาแล้วหลายสถาบัน เราควรจะผลิตเองให้ได้และเราควรมีสต็อก (Stock) เองได้ เพราะว่าการควานหาจากสต็อก (Stock) ต่างประเทศทำได้ยากในวันที่เรามีวิกฤติ

สุดท้ายจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีจีดีพี (GDP) ทางด้านปศุสัตว์ขณะนี้ เท่ากับด้านพืชแล้ว ผมหวั่นมากว่าหากเราไม่สามารถที่จะยับยั้งโรคระบาดนี้ได้ก็จะทำให้ รายได้ของจังหวัดพัทลุงหายไปครึ่งหนึ่ง เราจึงมีความหวังกับด้านการปศุสัตว์ และเรามี ความหวังว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหาให้กับเราเพื่อที่จะบรรลุการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ