สกุณา สาระนันท์ หารือปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในโคกระบือซึ่งสร้างความเสียหายต่อเกษตรกร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการป้องกันควบคุมโรคอย่างทั่วถึง รวมถึงการจัดหาวัคซีนและการฉีดพ่นสารควบคุมพาหะโดยไม่มีข้อจำกัดระยะทาง พร้อมทั้งหารือแนวทางการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ระบาดและสนับสนุนงานวิจัยยาแผนโบราณจากมหาวิทยาลัยเพื่อขยายผลใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ สกุณา สาระนันท์ ยังเสนอมาตรการเยียวยาและชดเชยความเสียหายจากโรคระบาดในปศุสัตว์ โดยชี้ว่าอัตราและราคาชดเชยปัจจุบันไม่เพียงพอและไม่มีการอัปเดตมาเกิน ๑๐ ปี จึงเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติเพื่อใช้งบประมาณกลางในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนแทนการพึ่งพิงงบประมาณท้องถิ่นที่ไม่เพียงพอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค กระบือ ได้สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง แม้ว่าตัวเลขความเสียหายที่ได้รับการรายงาน จากภาครัฐจะคลาดเคลื่อน และนำเสนอตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง แม้กระนั้นก็ตามค่ะ ตัวเลขนี้ก็ได้สะท้อน ก็มากพอที่จะทำให้เราจินตนาการถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ในช่วงนี้คือเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรทั่วไป โดยเฉพาะในเขตภาคอีสาน ก็จะต้องดำนาค่ะ ซึ่งเฉพาะภารกิจการทำไร่ ไถนาก็หนักหนามากพออยู่แล้ว วันนี้แรงงาน บางส่วนของเกษตรกรก็ต้องแบ่งมาดูแลวัวที่เป็นโรค สภาพที่ดิฉันลงพื้นที่ในอำเภอวานร อำเภอบ้านม่วง พบว่าลูกวัว แล้วก็วัวเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวของเกษตรกร แล้วอาการป่วยที่หนักหนาสาหัสแล้วไม่รู้ว่าอาจจะต้องรักษาด้วยอะไร ทิศทางการรักษา ก็ไม่ชัดเจน อันนี้เป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของเกษตรกรค่ะ ท่านประธานคะ ข้อมูลที่ น่ากังวลไปมากกว่าตัวเลขที่วัวล้มตาย นั่นก็คือดิฉันได้อ่านข้อมูลจากบทความของ ดีพาร์ตเมนต์ ออฟ แอกริคัลเจอร์ ฟอเรสตี แอนด์ ฟิชเชอรี (Department of Agriculture Forestry and Fisheries) ของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งเขาเป็นประเทศที่ประสบปัญหา โรคระบาดนี้มาก่อนนะคะ เขารายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของโรคนี้ว่า การระบาดอาจเกิดได้ มากถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ และอัตราการตายอาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ในสัตว์ ๑๐๐ ตัวก็จะสามารถเกิดโรคที่เป็นแผลพุพองได้ถึง ๔๕ ตัว แล้วก็มีโอกาสที่จะตาย ได้ถึง ๕ ตัวค่ะ มากไปกว่านั้นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี จะทราบข้อมูลนี้หรือไม่ว่า โค กระบือที่ติดโรคนี้ไปแล้วถึงแม้ว่าจะรักษาหาย สัตว์เหล่านั้น อาจจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ได้อย่างถาวร นั่นหมายความว่าโค กระบือ ที่เป็นโรคนี้รักษาหาย แล้วก็จะเป็นหมัน เพราะฉะนั้นที่จังหวัดสกลนครของดิฉันเป็นโค สายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) บ้าง สายพันธุ์ที่มีราคาสูงก็จะมีมูลค่าลดลงค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ น่ากังวล ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วการแก้ปัญหาโรคระบาดนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนใด ๆ เลยค่ะ แนวทางการแก้ปัญหาก็สามารถทำได้อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมาที่ใคร ๆ เขาก็ คิดได้ ดังที่หลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว นั่นก็คือในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด รัฐก็ต้องรีบสกัด และป้องกันโดยทำการสำรวจปูพรมค้นจุดที่มีความเสี่ยงสูง ตรงไหนที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อนี้แล้ว ก็ต้องฉีดพ่นสารควบคุมพาหะ ก็คือแมลงนำโรคต่าง ๆ และกระจายการฉีดลงไปอย่างมี แบบแผน วันนี้รัฐบาลยังไม่ทำแบบนั้น อย่างเช่นเมื่อสักครู่ ส.ส. ท่านอนุรักษ์ บุญศล ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ก็ได้บอกแล้วว่าวัคซีนที่กระจายลงไปที่จังหวัดสกลนคร ก็ไม่สามารถฉีดได้ เพราะว่าข้อจำกัดก็คือในระยะทาง ๕-๕๐ กิโลเมตรที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อ ไม่สามารถฉีดได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งทั้งหมดนั้นแม้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ควรจะสามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้ภายในเวลาไม่มากนัก ๑ เดือนก็น่าจะฉีดวัคซีน กระจายไปได้ทั่วนะคะ
ข้อที่ ๒ ในพื้นที่ที่มีการระบาด ก็ต้องมีกำหนดแนวทางการรักษาให้ชัดเจน และจัดหายารักษาตามอาการได้อย่างทั่วถึง วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ทำค่ะ แต่ละพื้นที่อย่างที่ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายก็ได้รายงานว่าก็ต่างหาวิธีการไปตามยถากรรม ที่จังหวัดสกลนคร ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานก็ได้กรุณาช่วยนำสูตรยาแผนโบราณที่สมัยก่อน ใช้ในการรักษาเซลล์ที่ผิดปกติ อย่างเช่นเซลล์มะเร็ง เป็นต้น โดยใช้สูตร มีดินประสิว มีสารส้ม มีจุนสี มีเกลือก็เอามาผสม ปรากฏว่าก็รักษาได้ผลเป็นอย่างดีนะคะ อันนี้ก็อยากจะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่างานวิจัยที่ดี ๆ เหล่านี้อยู่ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ท่านก็ควรจะ รวบรวมข้อมูล แล้วก็รีบเอาเงินลงไปสนับสนุนให้เขาได้ทำวิจัยต่อยอด ให้ขยายผลได้ใช้ ประโยชน์ได้ค่ะ
ข้อ ๓ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ต้องมีมาตรการเยียวยา สำหรับ วัวที่ตาย ส่วนวัวที่หายจากโรคก็ต้องประเมินความเสียหาย อย่างเช่นที่ดิฉันได้เรียนมาแล้ว เมื่อหายไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ต่อไปแล้ว แล้วเราจะต้องชดเชยเขา อย่างไร ท่านประธานคะมาตรการที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ให้การชดเชยมากที่สุดแค่ ๒ ตัว ต่อเกษตรกร ๑ ราย ราคาชดเชยที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่เพียงพออย่างที่เราได้พูดกันนะคะ อัตรานี้ เหมือนไม่มีการอัปเดต (Update) มามากกว่า ๑๐ ปีค่ะ เพราะวันนี้ราคาลูกวัว เฉพาะลูกวัว ก็ทะลุเกินหมื่นบาทไปแล้ว ดิฉันก็สงสัยนะคะว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ชดเชย ความเสียหายให้สัตว์ทุกตัวในราคาที่เป็นปัจจุบัน ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในขณะนี้เกิดจากการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยโรคนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เข้าเดือนที่ ๓ แล้ว ปัญหาถูกปล่อยปละละเลยและปกปิด แล้วทิ้งบาปให้กับเกษตรกรและบุคลากรในพื้นที่ เมื่อได้ลงพื้นที่ดิฉันรู้สึกเห็นใจบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างมากค่ะ เพราะทุกคนรู้ว่าปัญหานี้ควรจะจัดการอย่างไร แต่ว่ามันไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มาก ไปกว่า ก็ทำไปตามยถากรรมค่ะ ท่านประธานคะ การแก้ปัญหา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่างที่ พูดไปแล้วนั้น ต้องขับเคลื่อนด้วยงบประมาณค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้สถานะในพื้นที่เหล่านี้ เป็นแค่เขตสาธารณภัย ทำให้ต้องพึ่งพิงได้เพียงงบประมาณจากท้องถิ่นเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่เพียงพอ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดวิ่งวุ่นนะคะ ช่วยเกษตรกรตามมีตามเกิด ไปร้องของบประมาณจากส่วนท้องถิ่น อย่างนี้เป็นสภาพที่น่าเห็นใจมาก ๆ ท่านประธานคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะต้องได้รับความดูแลโดยตรงในระดับกระทรวงและระดับประเทศ จึงขอให้ทางกระทรวงประกาศให้ทางภาคอีสานและทั่วประเทศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อสามารถ นำงบประมาณจากกระทรวง หรือว่าเอางบกลางมาใช้ได้อย่างเร่งด่วนค่ะ
ท่านประธานคะ นอกจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ มีรายงานว่า เกิดการแพร่ระบาดได้สูงสุดถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ การตายเกิดขึ้นได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะทำให้วัวควายสูญเสียผลิตภาพแล้ว สัตว์ที่ติดโรคยังมีโอกาสเป็นหมันถาวร ดิฉันห่วงใยในจุดนี้มากค่ะ โดยเฉพาะวัวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่มีมูลค่าสูง ท่านประธานคะ การระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มิได้เป็นเพียงเรื่องของวัวควายนะคะ แต่เป็นเรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชน ประชาชนนับหมื่นคนที่จังหวัดสกลนคร ประชาชน หลายแสนคนในภาคอีสาน ท่ามกลางการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เมื่อตกงาน ก็ควักเงินสะสมลงทุนด้านการเกษตรเพื่อหวังจะอยู่รอด เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ อย่างที่ท่านชวลิตได้กล่าวไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะ ที่บอกว่าวัวนี้เป็นเงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกรค่ะ สถานะทางการเงินของพี่น้องที่ขัดสนก็ยิ่งทรุดตัว มีความง่อนแง่น ไปมากกว่าเดิม พี่น้องเหล่านี้ต้องดำเนินชีวิตกระทำทุกการตัดสินใจอย่างระมัดระวังยิ่งค่ะ เพราะคนเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงในชีวิตที่มากเกินกว่าพวกเราในที่นี้จะจินตนาการได้ค่ะ ท่านประธานคะหากความมั่นคงอันเปราะบางของชีวิตพี่น้องเหล่านี้ต้องมาพังทลายลง เพียงเพราะการบริหารจากรัฐบาลคุณภาพต่ำเช่นนี้ นับว่าเป็นความอยุติธรรมที่ยากต่อการที่ จะยอมรับได้ค่ะ ดิฉันหวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีคำอธิบาย ให้กับความเสียหายที่ถูกละเลยมามากกว่า ๓ เดือน ดิฉันหวังว่าท่านรัฐมนตรีคงจะระลึกได้ ว่าตำแหน่งแห่งที่ของท่านนั้นต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน อย่างไรบ้าง ขอขอบพระคุณค่ะท่านประธาน