ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในโคกระบือที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างรุนแรง เรียกร้องให้รัฐเร่งควบคุมโรค จัดการวัคซีนให้เพียงพอ เปิดเผยข้อมูลจำนวนสัตว์ป่วยตายอย่างโปร่งใส เพื่อรองรับการเยียวยาที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับมูลค่าความเสียหายจริง รวมถึงตรวจสอบวัคซีนและยารักษาที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของสัตว์เลี้ยงเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สาเหตุที่พวกกระผมจำเป็นต้องยื่นญัตติด่วนต่อ ท่านประธานสภาในวันนี้ เพราะโรคระบาดสัตว์ในโค กระบือครั้งนี้เกิดความเสียหาย ในวงกว้างจริง ๆ โคเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มากมาย ทั้งป่วย ทั้งตายจำนวนมาก กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร ซึ่งยากลำบากอยู่แล้วจากปัญหา โควิด (COVID) ยังมาพบปัญหาโคจะตายอีกต่างหาก นอกจากนั้นตลาดโค กระบือ พลอยได้รับผลกระทบมหาศาล เพราะเมื่อเกิดโรคระบาดก็ต้องมีการประกาศห้ามเคลื่อนย้าย สัตว์ ตลาดโคกระบือก็นิ่งสนิทไปด้วย กระทบไปยังพ่อค้าแม่ค้ามากมาย การยื่นญัตติด่วน ในวันนี้เพื่อสอบถามมาตรการของรัฐบาลในการระงับยับยั้งโรคระบาด และมาตรการในการ เยียวยาพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งจะได้มีข้อเสนอแนะซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกร ให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับทราบข่าวการเกิด โรคระบาด ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่สมพงษ์ วงค์ตาเทพ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ ตำบลพิมาน อำเภอนาแก แจ้งข่าวเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมรับทราบข่าวก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ ไปดูเห็นสภาพตามภาพที่ปรากฏในสไลด์ (Slide)
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ก็จะเป็นที่น่าเวทนา ที่วัวเป็นโรค ตะปุ่มตะป่า เป็นท้าวแสนปม แล้วก็ทรมานร่างกายอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเขาเจ็บป่วยอย่างยิ่ง ก็คงเจ็บปวดเหมือนมนุษย์ เพียงแต่พูดกับเราไม่ได้ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเป็นโรค อุบัติใหม่มาจากแอฟริกา แต่มาถึงบ้านเรา แล้วในประเทศของเราเกิดมาแล้วหลายเดือน พวกเราจึงประมาณการกันว่ารัฐบาล ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่า ช้ามากในการตั้งรับ ป้องกัน รวมทั้งน่าจะมีการปกปิดตัวเลขการเจ็บป่วย การตายของโรค ซึ่งมีมากในพื้นที่ แต่กระผม ก็เข้าใจดี เข้าใจเจ้าหน้าที่นะครับว่าเกรงว่าจะเกิดความแตกตื่น ถ้าได้บอกตัวเลขว่ามีการเจ็บ การป่วย การตายเท่านั้นเท่านี้ แต่จะว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดไม่มิด เดี๋ยวนี้เป็นวัวตาย ทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดมันก็ไม่มิด มันถึงมีพี่น้อง ส.ส. จำนวนมากจำเป็นจะต้องยื่นญัตติด่วน ในวันนี้ ก็อยากจะเดินหน้าร่วมกันครับ จากนี้ไปจะต้องร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหาให้ พี่น้องเกษตรกรของเราอย่างไร กระผมมีประเด็นที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรี รวมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกรดังนี้
ข้อแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รวบรวมตัวเลขจำนวนโคกระบือ ที่ป่วยที่ตายแต่ละจังหวัด ตั้งแต่เกิดโรคระบาดจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโคที่ป่วยเท่าไร ตายเท่าไร ขอข้อมูล ถ้าได้ด้วยวาจาก็ดี เป็นเอกสารแจกให้ ส.ส. แต่ละจังหวัดด้วย เพราะเวลาเยียวยา ถ้าตัวเลขไม่ตรงกันรัฐบาลจะเบิกงบอย่างไร ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลข ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ให้ตัวเลขตัวหนึ่ง แต่พี่น้องเกษตรกรมีตายจำนวนมาก เราจะเยียวยากัน อย่างไรให้ตรงจุด ตรงนี้กระผมก็มั่นใจว่าเท่าที่ฟังเพื่อน ส.ส. นั่งคุยล้อมวงกัน ตัวเลขตาย ไม่น้อยครับ ไม่ตรง ไม่ตรงกับสิ่งที่ทางราชการได้ให้ข้อมูล ผมเข้าใจเอาว่าคงจะกลัว การแตกตื่น แต่ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลขนั้นไม่ตรง กลับจะยิ่งเสียหายในการที่จะดูแล พี่น้องเกษตรกร
ในประการที่ ๒ มาตรการในการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน กรมปศุสัตว์ ได้รับงบประมาณน้อยมาก รอบแรกเพียง ๖๐,๐๐๐ โดส รอบ ๒ ทราบว่าจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ โดส ในขณะที่โค กระบือมีนับล้าน ๆ ตัว รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความไม่พอเพียงอย่างไร ได้ รายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อของบกลางมาดูแลพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
ในประการที่ ๓ มาตรการในการเยียวยาวัวที่ตาย น้อยมาก ขอดูภาพ มาตรการในการเยียวยาครับ อายุน้อยกว่า ๖ เดือน เพียง ๖,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปี ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปี ๑๖,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ๒๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ วัวตัวหนึ่งตัวหลายหมื่นบาท บางตัวเป็นแสนบาท และในขณะเดียวกันให้แค่ ๒ ตัวเท่านั้น การเยียวยา แม้ว่าในครอบครัวนั้นจะตายกี่ตัวก็ตามแต่ แต่ให้ไม่เกิน ๒ ตัว พี่น้องเกษตรกร ขอร้องมาว่าอย่างน้อยได้ครึ่งหนึ่งของราคาจริงก็ยังดี แล้วก็เป็นไปตามความเสียหาย จำนวนตัวที่ตายจริง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ชื่นชมท่านจริง ๆ ท่านลงพื้นที่ทันทีหลังจากที่พวกผมได้ให้ข่าว ได้ให้ข้อมูลต่อสภา ท่านลงพื้นที่ทันที ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่ง มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ท่านก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ อย่างน้อยลงไปเยี่ยมไปให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณ ต้องชื่นชมรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน
ในประการสุดท้ายครับ เพื่อประหยัดเวลาในส่วนของผม อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะโคเปรียบเสมือนเงินออมก้อนสุดท้ายของเกษตรกร ผมใช้คำว่า เงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกร การสูญเสียเงินออมก้อนสุดท้ายมันคือความเจ็บปวด เพราะเป็นเงินที่จะเอามา ใช้จ่ายในยามจำเป็น เช่น ช่วงเปิดเทอม เป็นค่าเทอมของลูกหลาน ค่าชุดนักเรียน เงินเยียวยาดังกล่าวไม่เพียงพอนะครับ
และในประการสำคัญ ขณะนี้วัคซีน วัคซีนเถื่อนรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา วัคซีนเถื่อน ยาเถื่อนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร เล่ากันเป็นตุเป็นตะนะครับ ท่านประธานว่าประเทศเพื่อนบ้านเกิดโรคระบาดมาก่อนเรา อย่างน้อย ๒ ปี จนเขาผลิต วัคซีนเองได้ ผมไม่เชื่อนะครับข่าวนี้ แต่พี่น้องประชาชนเชื่อ ซื้อกันเกลื่อนตลาด ก็อยากจะ ถามทางรัฐบาลว่าทราบไหมว่ามันมีวัคซีนตัวนี้ แล้ววัคซีนนี้มีการรับรองไหม ตำรับยาอย่างไร ได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่ายาดังกล่าวใช้ได้หรือไม่ เป็นยาที่เป็นตำรับของใคร ได้รับ การขึ้นทะเบียนแล้วหรือยัง ทำไมมีวัคซีนมาจำหน่ายกันเกลื่อนตลาด แต่ในส่วนของเราเอง ไม่มี รวมทั้งยาด้วยนะครับ กระผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ