ประภัตร แจงแผนรับมือโรคลัมปีสกิน ขอเยียวยาเกษตรกรทันสถานการณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

ประภัตร โพธสุธน ชี้แจงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อในสัตว์ โดยเฉพาะลัมปีสกินในวัวและควาย พร้อมเสนอแนวทางการตรวจวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน และการสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้าน ทั้งวัคซีน ยา และการเยียวยาความเสียหาย รวมถึงการเตรียมแผนช่วยเหลือ 15 รายการเพื่อเสนอ ครม. หลังรับฟังข้อมูลจากประชาชนและ ส.ส. อย่างรอบด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกับความต้องการและทันต่อสถานการณ์

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ท่านหยิบยกประเด็นนี้มาเป็นญัตติด้วยวาจา เป็นครั้งแรกที่ได้นำเรื่องนี้เข้ามา ผมภูมิใจมากครับ ผมก็หัวอกผู้แทน ได้เห็นผู้แทนทุกคน ได้แสดงออกถึงจิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนอย่างชัดเจนในวันนี้ ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้อง ประชาชน เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ๔๒ คนครับท่าน ไม่ใช่ ๔๑ ผมโน้ตไว้หมดเลยว่าใครฝาก อะไรไป บ้านไหนมีปัญหาอย่างไร แม้กระทั่งเรื่องวัคซีนท่านพูดด้วยความเป็นห่วง ท่านนิคม ที่ท่านพูดนั้นผมฟังไว้ ๑๐,๐๐๐ บาทนั้นเดี๋ยวจะตอบให้ฟังทีหลัง เพื่อนสมาชิกครับ ทุกคน ซาบซึ้งเข้าใจดีถึงความรันทดใจของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ผมขอกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านมีบัญชาให้ผมมานั่งจดรับฟังไปตั้งแต่ต้น ผมบอกว่าผมมา แล้วครับ ท่านเช็ก (Check) มากับเจ้าหน้าที่สภาว่ามีใครมาฟังบ้าง ใครมารับ ผมบอกว่า ผมมาแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มานะครับ ท่านประชุมอยู่ เราต้องการประเด็นที่ท่านสะท้อนวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไข ต่อการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมไม่ได้มาพูดเอาหน้าหรือมาแก้ตัวแทนท่าน ท่านมีบัญชาตั้งแต่วันประชุมงบประมาณแล้ว ที่ผมตอบไปเกี่ยวกับโรคนี้ ตอนนั้นยังไม่เต็มที่เพียง ๓๐ จังหวัดเท่านั้น ท่านมีบัญชาเลยว่า งบกลางเรามี ประภัตรไปทำเรื่องมาว่าชาวบ้านต้องการอะไรให้ช่วยเหลือ เราต้องนึกถึงว่า จะใช้งบกลางและท่านให้แล้ว ให้ตั้งแต่ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว แต่เราต้องมาทำครับ มาทำ รายละเอียดว่าเราจะเอาอะไร เอาอะไรให้ถึงตัวให้ถูกต้อง ให้ทันการ เงินงบกลางก็เป็นของ พี่น้องประชาชน ท่านก็บอกตลอดเวลา ไม่ใช่เงินของเรา เงินภาษีอากรของพี่น้องทั้งนั้น เอามาแล้วก็เอาคืนไปให้เขา อะไรที่ทำได้ให้เร่งด่วน วันนี้เราทำเสร็จแล้วต้องเอาเข้า ครม. ในวันอังคาร มีทั้งหมด ๑๕ รายการครับที่เราจะเข้าไปช่วยอย่างเร่งด่วน เริ่มตั้งแต่ป้องกัน ที่ ส.ส. ชลน่านพูด เริ่มตั้งแต่การฉีดยา มุ้งเขียว ฆ่าเชื้อ ให้วัคซีน ให้วิตามิน ทั้งหมด ๑๐ กว่ารายการที่ชาวบ้านร้องขอมา แล้วก็ต้องป้องกันให้ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ต้องหยุดให้ได้นะ อย่าให้เขามาโจมตี วันนี้ไม่มีใครโจมตีเลย มีแต่สะท้อนเอาความรู้สึกดี ๆ มาให้ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง ดีใจครับได้ฟังอย่างนี้ อีก ๕ ชั่วโมงก็ไม่เบื่อ เพราะมันเป็น เรื่องจริง ไม่ได้มาเสแสร้ง ไม่ได้มาโจมตีใคร หาทางแก้ไขร่วมกัน ผมได้ประโยชน์จากท่าน มากที่สุดวันนี้ จากที่ผมไม่รู้ เราจะได้บอกทางกรมปศุสัตว์ว่าต้องแก้ตามที่ชาวบ้านต้องการ วิชาการของคุณก็ว่าไป แต่เหตุการณ์ปัจจุบันต้องทำอย่างไรต้องฟังเขา ผมให้มานั่งอยู่นี่ ๕ คน ให้จดอยู่ข้างหลัง จะได้ปลดปล่อยถึงความทุกข์ความยากลำบากของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรเวลานี้อยากฟังมากที่สุด ผมจำต้องลำดับเรื่องนิดหนึ่งว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin ) เป็นชื่อใหม่ที่คนไทยเพิ่งจะรู้จัก และเพิ่งจะมารู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ เมื่อ ๒ อาทิตย์นี้ เพราะเหตุการณ์มันลามอย่างรวดเร็ว วันนี้กลายเป็น ๕๒ จังหวัด มีวัวป่วย แล้ว ๗๕,๐๐๐ ตัว วันที่ผมตอบท่านนั้น ที่ไปจังหวัดมหาสารคาม ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปจังหวัดร้อยเอ็ด ไปหลายจังหวัด วันนั้นเพียง ๕๐,๐๒๑ ตัว เราบอกว่าอย่างนี้เราผิดพลาดแล้ว ถ้าเราจะหยุดเขา ตัวเลขต้องหยุด วันนี้ตัวเลขมันพุ่งมา ๗๕,๐๐๐ ตัว เราต้องหาทางแก้ไข ผมบอกอธิบดีและทุกคนต้องพิจารณาเร่งด่วนว่าเราขาดอะไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้แล้ว ผมก็ปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการบอกเอาล่ะเป็นพันล้านบาทก็ต้องเป็น พันล้านบาท ท่านให้ ท่านไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินเลย แต่ช้าที่เจ้าหน้าที่ ผมว่าเลยที่อยู่ข้างหลัง บอกคุณทำไมทำ ๒ อาทิตย์นี้ไม่จบว่าเขาต้องการอะไร เขาบอกต้องให้สะท้อนมาจากอำเภอ จังหวัด แล้วก็มาถึงกรม เขามีขั้นตอนของเขาเหมือนกัน แล้วผมบอกอย่างนี้ที่วันนี้เขาพูดมา อย่างนี้แล้วจะทันไหม เขาบอกว่าเร็วที่สุดก็วันอังคารนี้เอาเข้า ครม. ท่านที่เคารพครับ อาการของวัวที่เป็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมอยากจะฝากท่านดอกเตอร์นิยมครับ ท่านซื้ออันนี้ไปแจกได้ไหมครับ ที่วัด หมอชลน่าน อันหนึ่งประมาณ ๑๐๐ บาท ผมศึกษามา ว่าจะดูอย่างไรวัวเป็นโรคหรือไม่เป็นโรค

ประการแรก เกษตรกรเขารู้แล้ว แต่เขาขาดเครื่องมืออันนี้ วัวจะเริ่มเซื่องซึม แล้วก็ไม่กินอาหาร แต่เราไม่รู้หรอกว่ามีไข้ มีอาการอะไรไหม จนกว่าเราจะได้ปรอทอันนี้ เหมือนเราที่เราบอกว่าใครที่มีไข้เกินกว่า ๓๗ องศาเซลเซียส อันนั้นเริ่มมีไข้แล้ว ต้องเป็นห่วงแล้ว วัว ควายก็เหมือนกันใช้ปรอทอันนี้เอาไปยัดที่ก้นเขา ไม่เกิน ๓๐ วินาที รู้แล้ว ถ้าเกิน ๔๐ องศาเซลเซียส นั่นคือมีไข้ เพราะเราจะไปจับตัววัวนี่ไม่รู้ ตุ่มก็ไม่เกิด ต้องอันนี้วัดเข้าไป ถ้า ๔๐ องศาเซลเซียสจับแยกได้ทันทีเลย อยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วงแล้ว ถ้ามีเชื้อโรคไวรัสตัวนี้ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถ้ามีไข้ถึง ๔๐ องศาเซลเซียสแล้วอีก ๓ วัน จะมีอาการแล้ว อาการอะไร ขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ตุ่มนี้จะโตไปเรื่อย ๆ ไปถึงวันที่ ๗ ไม่เกิน วันที่ ๑๐ จะขยายเต็มที่ ตรงนี้ล่ะครับที่เราเห็นวัวร้องไห้ อาการตรงนี้เหมือนคน เป็นโรคอีสุกอีใส ปวดแสบปวดร้อน แล้วก็น้ำเหลืองแตก น่าสงสาร น่าสงสารอย่างยิ่ง ผมเห็นกับท่านทุกประการ เรารักสิ่งไหน สิ่งนั้นมีอาการเราก็เสียใจ วัวร้องไห้จริงครับ ควาย บ้านผมก็ร้องไห้ ผมรู้แล้วเขามีอาการ เราเป็นเจ้าของด้วยความรักเราก็เป็นห่วง เราก็ร้องไห้ อันนี้ไม่ได้เสแสร้งมารยาเลย เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ใครก็ไม่อยากให้เกิด เอาล่ะท่านพูดมาถูกอีก สะท้อนให้เห็นเลยว่ากรมปศุสัตว์นั้นไม่ได้เชื่องช้า ๑. เราได้ประกาศปิดพรมแดนมา ตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ท่านบอกว่าเดือนธันวาคมท่านรู้แล้ว จริง เราก็รู้พร้อมท่าน เราปิดด่านอย่างสนิทเลย วันนี้ก็ยังปิดอยู่ อย่างที่ท่านพูด ถูกอีก พ่อค้าก็ต้องการค้าวัว ค้าควาย พรมแดนมันยาวเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แน่นอนครับเล็ดลอดตรงไหน ตรงไหน มีด่านเขาก็ไม่ผ่าน เขาก็ผ่านทางลัด มันอดไม่ได้ เพราะว่าทุกอย่างเป็นธุรกิจ เมื่อเป็นอย่างนี้ การสกัดกั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้เลย ทำไมมันไปโผล่ที่พนมไพร ทำไมกลับมา จังหวัดน่าน ท่านพูดถูกเพราะมันเล็ดลอดมาจากชายแดนก่อน คนภาคอีสานนิยมวัวขาว วัวพม่า ก็เอาไปเลี้ยงที่ภาคอีสาน เพราะมันโตเร็ว ซากเยอะ และสิ่งสำคัญที่สุดคืออดทน ไม่เหมือนวัวฝรั่ง คนอีสานชอบเลี้ยง เขาก็ไม่รู้ ตอนเอาไปนี่มันไม่มีอาการ มันจะออกอาการ อย่างที่ผมบอกแล้ว ๗ วัน ๑๕ วัน และเป็นแล้วรักษาหาย รักษาตามอาการ อย่างที่ หมอชลน่านพูดถูกเพราะเขาเป็นหมอ พวกเราก็รักษาตามอาการ แต่วันนี้โรคนี้เป็นอุบัติใหม่ การเตรียมยาต่าง ๆ ไม่ได้มีพอ ไม่ใช่ว่าไม่มี ไม่มีพอ เมื่อวานซืนผมก็สั่งให้สมาคมผู้ค้ายาสัตว์ ให้ตกลงกันให้ช่วยกระจายเท่าที่มีไปจังหวัดที่มีมาก ๆ เอาไปก่อน เพราะเรารู้แล้ว เมื่อสักครู่ เรารู้แล้วเป็นแล้ว รักษาตามอาการ ฉีดวัคซีนแก้ไข้ ลดความร้อน อะไรสารพัด แล้วก็มา ฉีดยาแก้อักเสบ แล้วก็มาให้วิตามินดี วิตามินบี วิตามินดี ๓ เพื่อให้ร่างกายมันแข็งแรง เหมือนคนเลย รักษาสัตว์เหมือนกัน ต้องให้วิตามิน เหมือนกัน แล้วใช้เวลารักษานานไหม ตามรายงานบอกว่าไม่เกิน ๓ อาทิตย์ แต่ถ้ารักษาทัน ๓ วันหาย แต่ถ้ามีอาการเกิดแล้ว อย่างที่ผมบอกถ้าแตกไปแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ อาทิตย์ ให้ยา เช็ดบ้าง อะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ตาย ไม่ตายแล้วหาย จุดมีบ้าง แต่อย่างที่บอก เขาน้ำตาไหลเพราะมันเจ็บหลังจากนั้น ก็เลี้ยงต่อไปได้ครับ เอาไปขายได้ กินได้ครับ บริโภคได้ นี่เป็นการรับรองขององค์การสุขภาพ สัตว์โรค เขาประกาศเลยโรคนี้รักษาหาย เนื้อบริโภคได้ ไม่ติดต่อถึงคน ตรงนี้เราถึงมั่นใจว่า เอาล่ะต้องช่วยกันรักษา ยาอย่างที่ท่านพูด วันนี้เราเร่งแล้วครับ สมาคมยาที่มียาเยอะแยะ เป็นธรรมดาครับ ของขาดก็ขึ้นราคา เราก็ขอร้องในขณะที่พี่น้อง เดือดร้อนก็อย่าเอาเปรียบกันมากนัก เขาก็ยินดีนะครับ ยินดี มีบางบริษัทให้เอาไปใช้ฟรี ก่อนได้เลย ก็ต้องชมเชยบางบริษัทที่ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คราวนี้หลังจากนั้น เนื้อบริโภคได้ แต่แน่นอนคนที่เห็นตะปุ่มตะป่าอย่างนี้ ในเฟซบุ๊ก (Facebook) มันมีเต็ม ไปหมด ก็ไม่มีใครอยากกิน ก็ไปกระทบเรื่องตลาดซื้อขาย แน่นอนราคามันก็ตก เฉพาะเนื้อ บริโภคนะ วัวเป็นไม่ตก วัวเป็นตัว ๆ นี่ยังไม่ตกครับเพราะปริมาณมันน้อย ดังนั้นเราก็ พยายามอีก วันนี้เราก็จะหาแม่วัว วัวขุนมาเพิ่มเติม เราจะต้องปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม เราจะเอาวัวมาจากต่างประเทศ นี่บอกเลย ราคาไม่แพง เอามาให้พี่น้องได้ขุน แล้วเราก็เอา แม่วัวที่มีลูกมาเลย เอามีลูกมาให้พี่น้องได้เลี้ยง ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาด ตลาดที่ไหนครับ เวียดนาม จีน วันนี้เขายังเชื่อมั่นในการเลี้ยงวัว คุณภาพของคนไทย ราคาตัวเป็นยังไม่ตก เอาล่ะครับ ต่อไปนี้ท่านอยากฟังมากที่สุดทุกคน คือการเยียวยา การช่วยเหลือ ผมตอบท่านแล้วเมื่อตอนงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยเลย ที่การเยียวยาช่วยเหลือต่ำกว่า ๖ เดือน ให้ ๖,๐๐๐ บาท มาจากไหน ไม่มีกฎมีเกณฑ์ ตอนนั้นท่านว่ามา วันนี้ผมรับปากท่าน ผมไปประชุมเอง แล้วให้คณะกรรมการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพิ่งตัดสินกันได้เมื่อวานนี้ สด ๆ ร้อน ๆ แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ ต้องไปผ่านปลัดกระทรวง ประกาศเป็นกฎกระทรวง ออกมาอีก แต่ในเบื้องต้น ประกาศให้พี่น้องเกษตรกร เพื่อนสมาชิกทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยว่า วัวเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ผมฟังท่านผ่องศรีพูดแล้วก็เศร้า เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านนี่เป็นออมสิน เมื่อกี้ ส.ส. ท่านเอารูปวัวตายมีเด็ก ๒ คนมานั่งดู มันสะท้อนครับ สะท้อนทุกคน