นิยม เสนอเยียวยาเกษตรกร หลังลัมปีสกินระบาดหนัก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา หารือปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในโคกระบือและโรคพีอาร์อาร์เอสในสุกรที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการควบคุม ป้องกัน และเยียวยาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจและอาชีพเกษตรกร

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยคณะ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสเนื่องจากได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติภัยใหม่ ซึ่งเป็นภัยพิบัติของ โค กระบือและสุกร ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ในหลายประเทศ ซึ่งโรคนี้ เริ่มระบาดเข้ามาในประเทศไทย เมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ซึ่งเริ่มทีเดียวจากในประเทศภูฏาน เนปาล ศรีลังกา ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม และเมียร์มาร์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ จนเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้โค กระบือ ที่ทราบจาก เหตุการณ์ว่าเริ่มที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้โค กระบือที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดล้มป่วย อย่างมหาศาล ตายไปแล้ววันนี้จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ๗,๐๐๐ ตัว ทำให้เกษตรกรได้รับ ผลกระทบและเกิดความเสียหายต่ออาชีพปศุสัตว์ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ไม่สามารถที่จะปล่อยให้ดำเนินการตามปกติได้ เพื่อให้เป็นการรักษาความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านปศุสัตว์ สังคม และสาธารณสุขของประเทศ ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติอย่างเร่งด่วนโดยปากเปล่าเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาเป็นภาระด่วนที่จะหาทางป้องกันรักษา เยียวยาให้เกษตรกรที่ ได้รับผลกระทบจากโรคภัยไวรัสใหม่นี้ ซึ่งเขาเรียกว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนประธาน ซึ่งต่อไปจะมีพี่น้อง ส.ส. ในหลายพื้นที่ ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นพิจารณาเพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ท่านประธานครับ ผมขอนำเสนอรายละเอียดเป็นเบื้องต้นว่าเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสในโค กระบือ หรือเป็นที่รู้จักกันคือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ ดังนั้นผมจึงต้องขอกราบเรียนว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดระบาดในโค กระบือ ซึ่งตอนนี้กำลังลุกลามมาถึงสุกรเป็นโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทย ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ระบาด อย่างรวดเร็ว เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งจะพบในโคกระบือและสัตว์เลี้ยงที่เคี้ยวเอื้อง เกิดขึ้น ในประเทศไทยเป็นวิกฤติหนักของเกษตรกร ท่านประธานครับ ตอนนี้พบแล้วใน ๖๒ จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากรายงานต่าง ๆ วันนี้ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ทราบว่าตอนนี้มีสัตว์ โคกระบือได้รับ ผลกระทบแล้วไม่น้อยกว่า ๕๙,๖๖๕ ตัว มีโค กระบือที่ล้มป่วยและตายบ้างกว่า ๗,๐๐๐ ตัว โดยมีพาหะนำโรคเป็นแมลงวันดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน ยุง ท่านประธานครับ สำหรับ สถานการณ์ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่บ้านผม คือจังหวัดสกลนคร ซึ่งต่อไปจะมีเพื่อนสมาชิกขึ้นมาอภิปรายในส่วนของจังหวัดของแต่ละบุคคล จังหวัดสกลนคร ของผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกษตรกร ติดตามการรายงานจากปศุสัตว์จังหวัดด้วย มีตัวเลขน่าตกใจท่านประธาน เป็นโรคระบาดที่ยังไม่สามารถที่จะเข้ารักษาได้อย่างจริงจัง ถ้าหากรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ไม่ดูแลอย่างเอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์บ้านผมมีปัญหา ตอนนี้ของจังหวัดสกลนครเองทราบว่าล้มป่วยตายแล้ว ๓,๕๑๕ ตัว โดยแยกเป็นโคเนื้อ ๓,๔๐๐ ตัว โคนม ๙๐ ตัว กระบือ ๒๕ ตัว ส่วนสุกรเดี๋ยวผม จะรายงานต่อไป ท่านประธานครับ เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขยายวงกว้างทั้งในจังหวัดสกลนครและจังหวัดข้างเคียง ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ พื้นที่ผมเห็นชัดเจนคือในพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งผมทั้ง ๕ อำเภอ ไม่ว่าอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย อำเภอภูพาน อำเภอเมือง ซึ่งผมก็เห็นอยู่ใกล้เคียง ตอนนี้พี่น้องเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสสากรรจ์ แล้วโรคหนึ่งซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น แล้วเกิดขึ้นแล้ว ถ้าหากภาคราชการ ซึ่งรัฐบาลกำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานคือกรมปศุสัตว์ ซึ่งวันนี้ยังดำเนินการ มะงุมมะงาหราอยู่นี้ท่านประธาน ผมจึงคิดว่าปัญหาจะตามมา โรคสุกรซึ่งพี่น้องลูกหลาน ประชาชนในเขตเลือกตั้งผมเห็นชัดเจน ที่เรียกว่าโรคเพิร์ส (PRRS) อะไรนี้ หรือโรคตัวเชื้อ ที่ว่าพีอาร์อาร์เอส (PRRS) ที่เป็นโรคระบาดอย่างร้ายแรงในสุกรในบางคอก บางพี่น้อง บางประชาชนบางคน ตอนนี้ได้รับผลกระทบแล้ว เริ่มมีการตายเกิดขึ้นของสุกร อันนี้ผมจึงเห็นว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ท่านประธาน ปล่อยไม่ได้ ราชการต้องเข้ามาดำเนินการ อย่างเฉียบขาด ท่านประธานครับ ที่ผมถือว่าเหมือนกับผีซ้ำด้ำพลอย ซึ่งเกิดขึ้นในเกษตรกร พี่น้องประชาชนบ้านผมในวันนี้ นอกจากโควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องประชาชนโดนแล้ว อันนี้ถึงแม้จะรักษาได้ แต่เรายังไม่รักษา ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มันเป็นเรื่องที่ รักษาได้ แต่เราไม่ดำเนินการแบบเฉียบขาด เท่าที่ผมทราบรัฐบาลมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย เยียวยาให้เกษตรกร ในราคา ๖,๐๐๐ บาทถึง ๒๒,๐๐๐ บาทต่อตัว ที่สำคัญเจ้าของ รายหนึ่งถ้าเกิดโคหรือกระบือตายจะให้ได้แค่ ๒ ตัวเท่านั้นครับ ท่านรัฐมนตรีผมมานั่งอยู่นี้ ท่านรับฟังผมไป แล้วทราบว่าท่านไปแล้วล่ะ ไปบ้านผมมาแล้ว แต่ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้ ๒ ตัว ถ้าเกิดมันตาย ๓ ตัว ๔ ตัวไม่ได้รับการเยียวยา นี่คือเป็นปัญหาซึ่งผมต้องมาพูดในสภา แล้วเป็นอัตราที่ต่ำที่ผมว่านี้ ๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ โคขุนโพนยางคำ บ้านผม ตัวหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดตายให้ ๖,๐๐๐ บาท ผมไม่รู้จะพูด อย่างไร พี่น้องบ้านผมเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรซึ่งตั้งสหกรณ์ เขียนว่า สหกรณ์โคขุนโพนยางคำ ท่านประธาน ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสสากรรจ์ นอกจากพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงโคทั่ว ๆ ไป คือโคขุนโพนยางคำเป็นโคขุนที่มีสมาชิกมาก เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย คือมีถึงขนาด ๒๑ กลุ่ม รวมแล้วมีสมาชิกเป็นครัวเรือน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัวเป็นสมาชิก นี่ล่ะคือปัญหา คือโคขุนโพนยางคำนี้ เขามีมาตรฐานสากลว่าโคที่จะเอาลงชำแหละได้นี้ต้องผ่านการตรวจสอบ คือขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน ท่านประธาน ต้องขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน แล้วการตรวจสอบเขามาตรฐาน จริง ๆ มีเจ้าหน้าที่ มีนักวิชาการ จึงจะนำมาชำแหละได้ คือไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน วันนี้ โคขุนโพนยางคำนี้ เป็น ๒๑ กลุ่ม มีไปทั่วทั้งจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนครมีมากที่สุด จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในกลุ่ม ๒๑ กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีสมาชิกของตัวเอง ๑๐๐ ๒๐๐ ๓๐๐ ว่ากันไป แต่ตอนนี้ในรหัสนี้มีไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัว นั่นล่ะคือเป็นปัญหาใหญ่ที่ผมต้องพูดต่อไปคือว่าเมื่อโคขุนโพนยางคำ ๑๕ เดือนได้เวลาที่จะลง เขาเรียกว่าลงเข้าห้องชำแหละ มีการตรวจสอบผ่านขั้นตอน ตามวิธีการ วันนี้ชำแหละไม่ได้ ท่านประธาน เนื้อขายไม่ออก หรือในช่วงเป็นโรค สหกรณ์ ก็เข้มงวด ไม่ชำแหละ หรือชำแหละแล้วขายไม่ได้ เพราะสื่อทั้งหลาย ทั้งกระแสหลัก กระแสต้าน ทั้งหลายออกมาว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี่พี่น้องประชาชนไม่กล้า ไม่กล้าจะบริโภค มันเลยกระทบไปถึงสมาชิกผู้เลี้ยงโคขุนทั้งหลายว่ายังไม่ชำแหละ ปัญหาตามมาคือหลังจาก ครบกำหนดก็ต้องยืดเวลาออกไปอย่างน้อยก็ ๕-๖ เดือน ๕-๖ เดือนถ้าฟังดูก็เป็นเรื่อง ธรรมดา ท่านประธาน แต่ถ้าคนขุนวัวแบบท่านไพจิต ขุนเป็นอาชีพนี้ จะรู้สึกว่าเจ็บปวดเลย ๕-๖ เดือนต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะวัวที่ขุนจะต้องกินหัวอาหารทุกวัน ไม่ได้กินหญ้าปกติ หญ้านั้นเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญคือต้องหัวอาหาร น้ำตาล กากน้ำตาล ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นแทนที่จะขายได้ในราคาที่พออยู่ได้ พอเลี้ยงครอบครัวได้ วันนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธาน อันนี้ล่ะผมจึงนำเรียนมาในสภาแห่งนี้ว่าถึงเวลาที่สภาจะช่วยกันคิด แล้วรัฐบาลต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผมไม่มีแนวคิดที่จะให้ตั้งกรรมาธิการ มีแนวคิดว่าให้พี่น้องแสดงความคิดเห็น แล้วรัฐบาลโดยวันนี้ต้องขอบคุณรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านมารับรู้เรื่องแล้วต้องนำไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะต้อง ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับที่ผมกล่าวมานี้เป็นเครื่องยืนยันว่าพี่น้องบ้านผม แล้วก็พี่น้องในหลายจังหวัดมีปัญหาคล้าย ๆ กัน ที่ผมต้องยกสหกรณ์โคขุนโพนยางคำก็เพราะ เป็นองค์กรใหญ่ที่อยู่มา ๕๐-๖๐ ปี เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว บางคนมีโคขุน อยู่ ๒ ตัว ลงทุนกู้เงิน ธ.ก.ส. ไปซื้อโคขุนมาเพื่อจะขุน ก็เป็นความหวังว่าขายโคขุน ๒ ตัว จะมีกำไรเหลือบ้างเล็กน้อย หักต้นทุน หักราคาโคออก เพราะอย่างน้อยซื้อตัวหนึ่งก็ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ขุน ๑๕ เดือนก็ขายได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เหลืออยู่หักค่าอาหาร ก็เป็นทุนให้ลูกให้หลานเสียค่าเทอม เห็นไหมเปิดเทอมเมื่อกี้นี้ก็หวังจะขายโคนี่ล่ะ ให้อีแดง มันได้เรียนหนังสือ ให้บักหำได้เรียนหนังสือ แถวบ้านผมบอก แต่วันนี้ไปไม่ออกครับ ท่านประธาน ไปไม่ออกแล้ว ขุนแล้วขายไม่ได้ ไม่ได้ลง ต้องเสียเงินขุนต่อ ก็พอยืดหยุ่นไปได้ ตรงที่ว่าสหกรณ์เขาให้สมาชิกกู้เบิกอาหาร จ่ายไปก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงินสด นี่คือหายใจได้ แต่ว่าเบิกไปก่อนนั้นไม่ได้หมายถึงว่าเขาให้เลยนะครับ หักเอาทุกบาททุกสตางค์ เพราะ นั่นคือเป็นธุรกิจหนึ่ง ผมจึงต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรี นายประภัตร โพธสุธน ว่าท่านได้มานั่งฟัง ฟังปัญหาแล้วผมไม่อยากได้ยินคำว่า ภาคราชการไม่มีเงิน ไม่มีสตางค์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์วันนี้ต้องเต้น ต้องออกมารบอยู่หน้าศึก เพราะผมเห็นแต่รัฐมนตรี ประภัตรลงไปในหลายจังหวัด หลายอำเภอ ผมยังไม่เห็นกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง มาเต้นมาวิ่งอะไรเลย มีเจ้าหน้าที่ในจังหวัดออกไปร่วมกับ ส.ส. บ้างเป็นบางส่วน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นใจนะ แต่เห็นใจนี่ราชการอย่านอนหลับทับสิทธิ วันนี้ประชาชนกำลัง เดือดร้อน เกิดภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง มันก็เหมือนโรคโควิด (COVID) นี่ล่ะครับ แต่เป็น โควิด (COVID) สัตว์ รักษาได้ แต่ถ้าไม่รักษา ท่านประธานครับ บ้านผมวันนี้ไม่มีอะไร จะรักษาแล้ว หมายความว่ารักษาตามอาการ ผมถามชาวบ้านทำอย่างไรตามอาการ ก็ให้กินยาเขียวบ้าง เอามาดมาทาตรงแผล ผมเอารูปมาให้ดู วัวนอนเป็นตะปุ่มตะป่า เอายาแก้ไข้บ้าง อะไรบ้าง คือไม่มีวิธีการรักษา ไปไม่ได้ ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าวันนี้ทางปศุสัตว์ บอกวัวมันติดโรคแล้วฉีดวัคซีนไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไร แต่ท่านต้องจัดการในการรักษาช่วยเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขารักษาตามบุญตามกรรม เอายาเขียว เอายาแก้ไข้ แล้วก็ปล่อยให้มันตาย บางตัวที่บ้านผมเป็น บอก ส.ส. ตายแล้วมันเป็นอยู่ ๓ วันตาย ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็จะได้เงิน ๖,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทนี่ล่ะ ถ้าตัวเล็ก ตัวใหญ่ มันไม่คุ้มท่านรัฐมนตรี ผมต้อง ฝากท่านด้วย หัวจิตหัวใจของคนที่อยู่กับชาวบ้านว่าถ้าเรายังปล่อยให้เขารักษาตามบุญ ตามกรรม กินยาเขียว ฉีดตามมีตามเกิด พี่น้องบ้านผมได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ก็มากพออยู่แล้ว อย่าให้เขาต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความลำเค็ญกว่านี้เลย ท่านจะมียารักษาอะไร ท่านก็หามา ดำเนินการโดยเร่งด่วน ส่วนสัตว์ที่ยังไม่ติดโรคไวรัสตัวนี้ ท่านจะฉีดวัคซีน ก็ดำเนินการไป ท่านจะบอกยังไม่มี ไม่มา ผมไม่ทราบ แต่ว่าวันนี้มาแล้ว ผมได้รับการยืนยัน จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคว่านำเข้าจากประเทศเวียดนาม แต่เสียค่านำเข้ารายละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท จากคนกลุ่มที่เอาเข้ามา รัฐบาลเราลงไปดำเนินการเลย รักษา ผมไม่อยากได้ยินคำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ผมไม่อยาก ได้ยินครับ มันเป็นภัยพิบัติ งบกลาง เงินกู้มีเท่าไรว่ามา ให้พี่น้องประชาชนเขากำลังเดือดร้อน เลือดตากำลังจะกระเด็น ท่านประธานอันนี้คือเป็นประเด็น ผมไม่อยากได้ยิน คำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของงบประมาณ แล้วที่สำคัญผมได้ยินมาจาก ภาคราชการว่าให้ท้องถิ่นเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างช่วยแรงหนึ่ง อันนั้นก็ช่วยแรงหนึ่ง แต่ท่าน ต้องเข้าใจว่าท้องถิ่นเปลี่ยนถ่ายนายก เปลี่ยนอะไรบ้าง เทศบาล เงินบางอันใช้ไม่เหลือแล้ว เขาไม่รู้จะเอาเงินส่วนไหนมาให้ เงินสะสมท่าน ผมต้องฝากรัฐมนตรี มันไม่มีเงิน รัฐบาล ต้องเข้ามาจัดการในเรื่องนี้เลย ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าผมขอเปิดประเด็นให้พี่น้อง ส.ส. เราได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้รายละเอียดเท่านี้ และขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่วมกัน แล้วให้รัฐมนตรีรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ผมไม่ได้ มีความประสงค์ให้ไปตั้งกรรมาธิการศึกษา ๒-๓ เดือน ไม่มีความประสงค์ครับ นั่นมันจะช้าไป ไม่ทันการณ์ ขณะนี้ก็ตายไปเกือบ ๗,๐๐๐ ตัวแล้ว ถ้าอีก ๓ เดือน พี่น้องไม่มีข้าวกินครับ บ้านผมลำบากมาก ที่อื่นผมไม่ทราบ ต้องกราบเรียนว่าผมขอให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนได้มานำเสนอ แล้วรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากท่านประธานครับ