ไพบูลย์ นิติตะวัน อภิปรายสนับสนุนพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 ทั้งในส่วนของวงเงิน 500,000 ล้านบาทและ 170,000 ล้านบาท โดยเห็นว่าเป็นการดำเนินการฉุกเฉินที่จำเป็นและทันต่อสถานการณ์ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้โดยตรง พร้อมชื่นชมความกล้าตัดสินใจของรัฐบาลในการใช้มาตรการเร่งด่วนแทนการรอพิจารณาตามขั้นตอนปกติ และย้ำถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการวัคซีนรวมถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนในภูมิภาค จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมสนับสนุนเพื่อให้เม็ดเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็ว ท่ามกลางความมั่นใจว่าสัดส่วนหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตามกฎหมายการเงินการคลัง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับในวันนี้ผมขอมาอภิปรายสนับสนุน พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ พระราชกำหนดฉบับนี้ได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เป็นเรื่อง ที่จำเป็นครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่ ๒๕ พฤษภาคม ต้องให้มีผลบังคับใช้ จะไปรอออกเป็น พระราชบัญญัติหรือรอเป็น พ.ร.บ. งบประมาณมันเป็นไปไม่ได้ครับ มันช้า นาน ไม่ทันที่จะ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของท่านประชาชนได้ เหตุผลในการประกาศพระราชกำหนด ฉบับนี้เพราะว่าการระบาดมีความต่อเนื่องและรุนแรงเป็นรอบที่ ๓ ครับ ซึ่งมีผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน แก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศและป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ดังนั้นคณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนด ฉบับนี้ถูกต้องแล้วครับท่านประธาน ซึ่งพระราชกำหนดฉบับนี้เมื่อมาให้สภาก็ให้ ความเห็นชอบ เพื่อกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นำไปช่วยเหลือประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งประชาชน ในขณะนี้กำลังประสบกับความทุกข์จากผลของการระบาดของไวรัสโควิด ๒๐๑๙ (Virus COVID 2019) อย่างมากมาย ซึ่งก็ทันกับสถานการณ์ที่รุนแรง ไวรัสโควิด ๒๐๑๙ (Virus COVID 2019) รอบนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายสิบล้านคน ดังนั้น พระราชกำหนดที่ออกมานั้น ท่านประธานครับ มีข้อดีที่ผมเห็นไม่น้อยกว่า ๖ ประการ
ในประการที่ ๑ การออกพระราชกำหนดเงินกู้ฉบับนี้ต้องขอชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะว่ามีเสียงคัดค้านต่าง ๆ มากมาย แต่ท่านก็ได้แสดงถึง ความสามารถความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน ขอชื่นชมนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล้าตัดสินใจ เป็นนักปฏิบัติที่เน้นการใช้กระบวนการกฎหมายออกพระราชกำหนดมาบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนให้ทันท่วงที หลายฝ่ายอ้างว่าทำไมไม่ไปรอพระราชบัญญัติ งบประมาณ ถ้ารอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีกว่าจะออกได้เดือนตุลาคม ครับท่านประธาน ต้องรอไป ๕ เดือน ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่จะทำอย่างไรครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราต้องเห็นใจประชาชนที่เดือดร้อน ประชาชนที่เดือดร้อน เขารอความช่วยเหลือซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านเห็นปัญหา ท่านก็เข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่กลัวเกรงต่อคำครหาใด ๆ ก็ใจทำดีเสียอย่างครับ ไม่ต้องไปกลัวครับ
ประการที่ ๒ พระราชกำหนดนั้นออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกสาขา อาชีพ โดยมีการให้การเยียวยาช่วยเหลือประชาชนโดยตรงถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นกระจายเงินไปให้ประชาชนเพื่อเป็นเงินใช้ยังชีพ เป็นกำลังใจ ในการจะต่อสู้กับวิกฤติไวรัสโควิด (Virus COVID) ครั้งสำคัญนี้ ประชาชนที่ได้รับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านท่านไม่ได้เงินจากส่วนนี้ แต่ประชาชนที่เขา เดือดร้อนจริง ๆ เขาได้รับ เขารู้สึกมีกำลังใจครับ หลายสิบล้านคนครับ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็จึงไม่หวั่นเกรงต่อเสียง วิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองที่อาจจะกลัว เป็นห่วงครับ ห่วงว่านายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ ประชาชนมากเกินไปแล้ว คะแนนเสียงของเขาจะได้น้อยลง ผมว่าอย่าเอาการเมืองมาใช้กับ การช่วยเหลือประชาชนเลยครับทุกฝ่ายต้องร่วมกัน
ในประการที่ ๓ เงินตามพระราชกำหนดนี้เพื่อใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรควัคซีน การพัฒนาวัคซีนในประเทศ รวมทั้งการปรับปรุง ต่าง ๆ นั้นจำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นตรงไปที่วัคซีนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้วัคซีนในปัจจุบันนี้สถานการณ์เราดีเยี่ยมครับ ผมขอชื่นชมการตัดสินใจของท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สนับสนุนให้มีการผลิตวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ของแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ เป็นการมองไกล มองเพื่อสร้างความมั่นคงของประเทศทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตในการต่อสู้กับสงครามไวรัสโควิด (Virus COVID) ซึ่งระบาดต่อเนื่องและเรายัง จะเป็นเลิศในภูมิภาคเอเชียเมื่อมีการผลิตวัคซีนอยู่ในประเทศไทย ท่านประธาน ข่าวล่าสุด สถานการณ์การผลิตเรื่องเกี่ยวกับวัคซีนนั้นทางรัฐบาลยืนยันแล้วว่าได้วัคซีนครบ ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) แล้วนะครับ แต่ว่าทยอยส่งเข้ามา โดยท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้จัดซื้อ วัคซีนทั้งยี่ห้อไฟเซอร์ (Pfizer) ที่อยากได้ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ๒๕ ล้านโดส (Dose) ก็จะทยอยเข้ามา แต่ที่สำคัญแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ตอนนี้ท่านประชาชนทั้งหลายต้องการมากครับ แล้วก็เป็นวัคซีนที่ผลิตอยู่ ในประเทศไทยด้วย ผมว่าเป็นอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่นะครับ แล้วก็นอกจากนั้นขอให้กำลังใจ กระทรวงสาธารณสุขที่ต้องพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้วัคซีนกระจายไปถึง ประชาชนทุกคน เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ประกาศไปเลยครับว่า ท่านประกาศว่าวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ดังนั้นเราจะพ้นจากวิกฤตินี้ไปได้อย่างแน่นอน อันนี้เป็นประการสำคัญ เพราะว่า ท่านประธานครับ ในขณะนี้ข้อมูลล่าสุดในวันที่ ๙ มิถุนายน ก็คือวันนี้ ทั้งโลกครับมีประชากร ๗,๙๒๐ ล้านคน มีจำนวนผู้ติดเชื้อไปแล้ว ๑๗๔ ล้านคน มีจำนวนผู้เสียชีวิตไปแล้ว ๓,๗๐๐,๐๐๐ คน ในจำนวนผู้ติดเชื้อมีสถิติคำนวณ ต่อประชากร ๑ ล้านคนแต่ละประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ของทั่วโลกเท่ากับ ๒๒,๐๐๐ คน จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร ๑ ล้านคน เฉลี่ยของทั่วโลกคือ ๔๘๓ คน แต่ท่านประธาน ครับประเทศที่มีความก้าวหน้าที่สุดอย่างสหรัฐอเมริกาซึ่งมีประชากร ๓๐๐ กว่าล้านคนนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อถึง ๓๔ ล้านคน มีจำนวนผู้เสียชีวิต ๖๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งถ้าเฉลี่ยจำนวน ผู้ติดเชื้อต่อประชากร ๑ ล้านคนนั้น เป็นจำนวนถึง ๑๐๒,๘๘๘ คน เป็นจำนวนผู้เสียชีวิต ต่อประชากรถึง ๑,๘๔๒ คนครับ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ประเทศไทยมีประชากร ๖๙ ล้านคน มีจำนวนผู้ติดเชื้อต่อประชากร ๑ ล้านคน เพียง ๒,๖๔๗ คน เทียบแล้ว เกือบ ๑๐ เท่าครับ ประเทศสหรัฐอเมริกากับเรา แล้วก็มีผู้ติดเชื้อผู้เสียชีวิตต่อประชากร ๑ ล้านคนมีเสียชีวิตเพียง ๑๙ คนเท่านั้น ๑๙ คนในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑,๘๔๒ คน ส่วนประเทศอื่นผมจะใช้เวลาเกินไป ก็เปรียบแล้วไม่ว่าแม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นยังมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยต่อประชากรแล้ว ๑๐๘ คน ของเรา ๑๙ คนเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าการดูแลของประเทศไทยนั้นนำหน้าอย่างมาก แม้กระทั่งประเทศมาเลเซีย ประเทศ อินโดนีเซีย ในภูมิประเทศเราล้วนนำหน้าทั้งสิ้นนะครับ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการบริหารจัดการ ของท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นนักปฏิบัติครับ แต่ผมคิดว่าฝ่ายโจมตีก็โจมตีกันไป แต่ทั้งหมด พิสูจน์กันด้วยข้อเท็จจริง กราบเรียนท่านประธานต่อมาว่าในเรื่องวัคซีนนั้นประเทศไทย ประชากรคนไทย เราชนะแน่ ในสงครามไวรัสโควิด (Virus COVID) เราจะเป็นประเทศที่อยู่ในชั้นแนวหน้า มีทั้ง โรงงานผลิตวัคซีนในประเทศที่มีคุณภาพดีเยี่ยมติดอันดับโลก
ดังนั้นผมขออนุญาตพูดถึงผลดีของ พ.ร.ก. ในประการที่ ๔ ซึ่งประการที่ ๔ นี้ ก็สามารถใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปในเรื่องที่ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ยกระดับการจ้างงานของ ผู้ประกอบการ กระตุ้นการลงทุน การบริโภคในประเทศซึ่งไม่สามารถรอเงินจาก พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายได้ และในประการที่ ๕ ท่านประธานครับ ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ แล้วเมื่อรวมกับเงินกู้ของกระทรวงตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้วก็ถือว่า ไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง คือไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถือว่า ต่ำมากครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เปรียบเทียบไปแล้ว อย่างประเทศญี่ปุ่นไปถึง ๒๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ในสภาวะสงครามไวรัสโควิด (Virus COVID) ครั้งนี้เป็นวิกฤติโลกครับ วิกฤติของทุกประเทศ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่เรา ยังคุมสัดส่วนเงินกู้ได้อยู่ในระดับปกติ อันนี้สุดยอดครับ ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ชื่นชม คณะรัฐมนตรี
สำหรับในประการที่ ๖ นั้น การออกพระราชกำหนดนี้เป็นโอกาสอันดี ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ ประชาชนที่เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด (Virus COVID) โดยลงมติให้ ความเห็นชอบกับพระราชกำหนดฉบับนี้ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่และอำนาจของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ห่วงใยประชาชน
ท่านประธาน มีคำกล่าวครับ เมื่อกี้ที่ผมพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับทำไมไม่ใช้เงิน พระราชกำหนดไปในเรื่องของ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย คำกล่าวที่ว่าน้ำไกลไม่อาจ ดับไฟใกล้ได้ อันนี้สำคัญครับท่านประธาน การออกพระราชกำหนดฉบับนี้ก็เพื่อให้มีน้ำก็คือเงิน ที่ใกล้ไว้ดับไฟ ไฟก็คือความทุกข์ร้อนของประชาชนหลายสิบล้านคนที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) เป็นไฟที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้อย่างรุนแรง มัวแต่รอ พ.ร.บ. รายจ่ายก็คือน้ำไกลครับ อีกตั้ง ๕ เดือน แล้วประชาชนที่เดือดร้อนท่านจะอยู่อย่างไรครับ ผมอยากจะเรียกร้องไปยังเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องตระหนักครับ ท่านไม่รู้หรือท่านแกล้งไม่รู้ว่าประชาชน ทั้งประเทศหลายสิบล้านคนล้วนแต่รอความช่วยเหลือเม็ดเงินที่จะไปเป็นกำลังใจที่จะส่งไป ให้เขา ถึงมือเขาทุกเม็ดทุกบาททุกสตางค์ สิ่งเหล่านี้ พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้จะช่วยทำให้เกิดขึ้น ประชาชนรอ ซึ่งเราได้พบในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ โควิด ก็ได้ติดตามตลอดครับท่านประธาน ถ้าเราไม่มี พ.ร.ก. เงินกู้มา ประชาชนตอนนี้จะอยู่ อย่างไร ดังนั้นทั้งหมดที่ผมอาจจะกราบเรียนเรียนต่อท่านประธานในข้อดี ๖ ประการไปนั้น ผมก็อยากจะกล่าวไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ตาม จากนักการเมืองด้วยกัน ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตระหนักว่าประชาชนทั้งประเทศเขา ส่งใจ เขาส่งกำลังใจ เขามีความหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือจากท่าน แล้วก็เขาได้รับ การช่วยเหลือมาก่อนหน้านั้นแล้ว ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ถ้าท่านไม่ท้อถอย ถ้าท่านมุ่งมั่นอยู่ อย่างนี้ ตั้งใจจริง เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเป้าหมายที่จะต้องแก้ไขให้หมดสิ้นไป ท่านทำเพื่อประชาชน ท่านไม่ต้องไปกลัวใครครับ คนดี ทองแท้ ไม่กลัวไฟ ดังนั้นก็หวังว่าท่านจะเป็นกำลังใจให้กับท่านทุก ๆ ประการ แต่พร้อมกันนั้นผมก็อยากจะอีก ครั้งหนึ่งก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ในฐานะที่ท่านต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน ท่านช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันออกเสียงลงมติ เห็นชอบพระราชกำหนดที่เราจะพิจารณานั้นก็คือให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน