นิยม ชี้เงินกู้ 5 แสนล้าน ไม่โปร่งใส ห่วงทุจริต-ตรวจสอบยาก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา วิพากษ์วิจารณ์การกู้เงิน 500,000 ล้านบาทโดยอ้างว่าขาดความโปร่งใส ตรวจสอบยาก และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบการใช้จ่ายที่ไม่ทั่วถึง รวมถึงการไม่เยียวยาพระภิกษุสงฆ์อย่างเป็นธรรม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบเรียนว่าผมมีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายเงินกู้ตามพระราชกำหนด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงแม้วันนี้ผมนั่งแถวหน้าจะกลัวท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ ขออนุญาต ท่านขู่แล้วกลัว ผมเป็นคนขี้กลัวครับ แต่ว่าด้วยความที่พี่น้องประชาชนเลือก เป็นผู้แทนมาเพื่อให้ตรวจสอบ เพื่อให้ดูแลเรื่องงบประมาณที่สำคัญ รัฐบาลกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็มีความคิดเหมือนท่านวิสารว่าเราเป็นผู้แทน ถึงแม้ท่านจะบอกว่า ไม่ได้ ไม่ชี้แจง ท่านชี้แจงขู่ด้วยแบบนี้ผมกลัว แต่เนื่องจากต้องทำหน้าที่ เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ท่านกู้มาแล้วพี่น้องประชาชนทั้งประเทศร่วมเป็นหนี้ด้วย เป็นผู้ค้ำประกันไม่ใช่เงิน ของผู้ใดผู้หนึ่ง ถ้าหากว่ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์กู้เองไม่เป็นอะไร ผมไม่แตะ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าเงิน จำนวนนี้จริง ๆ การกู้เงินถ้าหากกู้เงินแล้วจะไปถึงพี่น้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ติดใจนะ เพียงแต่ว่าผมวันนี้ไม่เชื่อมั่นว่าการกู้เงินวันนี้ซึ่งท่านแบ่งเป็น ๓ ก้อน หลายท่านก็พูดไปแล้ว สาธารณสุข ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เยียวยาฟื้นฟู ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านแบ่งเรียบร้อย ผมไม่แตะ เพราะว่าหลายท่านพูดไป ผมจะพูดในส่วนที่ว่าวันนี้เอกสาร ทุกชิ้นทุกท่านเห็นแล้วว่ามันมีแค่ ๔ หน้า รายละเอียดไม่มีเพราะฉะนั้นเงินกู้แบบนี้ถ้าเรา ไม่ดูแลไม่เข้าไปตรวจสอบมันเท่ากับเงินนอกระบบ ไม่ใช่งบประมาณปกติ ไม่ใช่เงินเกิดจาก พระราชบัญญัติ มันเป็นการเสี่ยงที่จะมีการทุจริตหรือโกงได้ท่านประธาน จะเห็นว่าหลายคน บอกตีเช็คเปล่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปใช้ได้ ถึงแม้จะมีรูปแบบที่ท่านรัฐมนตรี กระทรวงการคลังได้ชี้แจงไป อันนั้นก็เป็นภาพรวม ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าใช้อะไรบ้าง ดังนั้นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่ให้ตรวจสอบ ไม่ให้ ถามไม่ได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอาล่ะรักษามารยาท มีเกียรติ ก็ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีดูแลประเทศ ท่านประธาน ถ้าท่านชี้แจงไม่ได้ ตอบไม่ได้ท่านก็ออกไป อันนี้คือ ระบบในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเห็นว่า เงินกู้ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ๑ ล้านล้านบาท วันนี้ไปถึงไหน ก็ไม่ไปถึงไหน ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเริ่มจาก คสช. มาถึงวันนี้เกือบ ๘ ปี งบกู้ กู้ กู้ แล้วก็ขาดดุลทะลุมาตลอด ผมนับตรวจสอบดูแล้วบวกลบ คูณหาร ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มาถึงครั้งนี้ ปี ๒๕๖๔ ขาดดุลทะลุ ๓.๘ ล้านล้านบาท ท่านประธาน แบบนี้จะให้พวกเรา ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านนั่งหลับหูหลับตาได้อย่างไร ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ก็เห็นว่ามอบให้กระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ ในเรื่องวัคซีน ๔.๕ หมื่นล้านบาท วันนี้วัคซีนก็เห็นกันอยู่แล้วว่าขาดบ้างไม่พอบ้าง บังคับให้ ชาวบ้านใช้อยู่ ๒ ชนิด ให้เขาคิดหน่อยไม่ได้หรือ เงินนี้ไม่ใช่เงินในกระเป๋าใคร แต่เป็นเงินที่ทุกคน ร่วมรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นผมในฐานะเป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ ผมถึงยืนยันว่า เงินจำนวนนี้ถึงจะกู้ไปแล้ว ๔.๕ หมื่นล้านบาท แล้วแบ่งมาเป็นเงินเยียวยา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เบิกยังไม่หมดท่านประธาน เบิกใช้จ่ายไปแค่ ๑.๓ ล้านล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ผมต้องยืนยันว่าเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ล้มเหลว เสื่อมถอย หนี้ล้น ไม่มี ประสิทธิภาพรัฐบาลนี้ ไม่ให้เราพูดไม่ได้ ผู้แทนมีหน้าที่ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าวันนี้ท่านเยียวยามันก็ไม่ทั่วถึง ท่านกู้เงินมาเพิ่มเติมผมจะเชื่อได้อย่างไรว่า ท่านจะกู้เงินแล้วจะเยียวยาทั่วถึง เพราะพี่น้องประชาชนในบ้านผมยังไม่ได้รับวัคซีน แบบสมบูรณ์แบบเลยท่านประธาน ท่านรู้ไหมว่าวัคซีนที่ท่านฉีดอยู่เดี๋ยวนี้ทั้งหมดมีทั้ง ประเทศ ผมเก็บดูมาจากข่าวสารต่าง ๆ นี้ได้ฉีดแล้วเพียง ๔ ล้านคนเท่านั้น ๔ ล้านคนเศษ ๆ ท่านประธานเพราะฉะนั้นที่เหลือคน ๖๕ ล้านคนยังมีเวลาแค่นี้จะทันไหมอย่างที่ท่านบอก ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่าด้วยเวลาอันสั้นผมว่ารัฐบาลนี้ล้มเหลว เสื่อมถอย มีล้นไม่มีประสิทธิภาพ อันสุดท้ายซึ่งผมไม่พูดไม่ได้ท่านประธาน จากการที่เยียวยาพี่น้อง ประชาชนหลายรอบหลายหน ๓ รอบ ส่วนพระภิกษุสงฆ์ผ่านมาแล้ว ๒ รัฐมนตรีที่กำกับดูแล สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ วันนี้ไม่ได้รับการดูแล ๖๐ บาท เงิน ๖๐ บาท ๙๐ วันผ่านมาแล้ว ทั้งท่านรัฐมนตรีเทวัญ ทั้งท่านอนุชา วันนี้ทราบว่า ครม. อนุมัติไปถึงคณะกรรมการพิจารณา เยียวยาบอกไม่ให้ เพราะไม่เข้าเกณฑ์ ๓ ระลอก สาหัสสากรรจ์ พระสงฆ์ไม่ได้รับเงินเยียวยา นั้นเนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาลงความเห็นว่าคณะสงฆ์มีความพร้อม ได้รับปัจจัยต่าง ๆ อยู่แล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงมีเพียงไม่กี่วัดที่มีความพร้อม พูดง่าย ๆ แต่ในวัดเล็กวัดน้อย ตามหมู่บ้านต่าง ๆ วันนี้ก็ยังลำบากอยู่ จริง ๆ พระเหล่านั้นให้ความร่วมมือแก่ภาคราชการ เงิน ๖๐ บาท ๙๐ วัน เป็นเงินตกรูปละ ๔,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง วันนี้ไม่ได้ ๓ รอบแล้ว ประชาชนได้ รอบที่ ๓ เพราะฉะนั้นผมก็ยังเป็นความหวังว่าเงินที่เหลือใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้นก็ยังไม่จ่ายนะครับ ไม่จ่าย ผมไม่มั่นใจว่าเงินจำนวนนี้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่าน จัดสรรมาให้ในส่วนของเงินเยียวยาและฟื้นฟู ไม่ว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี้จะมีโอกาสถึงพระเจ้าพระสงฆ์อีกหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน