สำลี ชี้คำสั่ง 19/60 ทำลายโครงสร้างการศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

สำลี รักสุทธี วิพากษ์คำสั่งที่ทำลายระบบการศึกษาและเรียกร้องคืนอำนาจการบริหารการศึกษาให้ครู เพื่อความเป็นอิสระและยุติการถูกครอบงำโดยฝ่ายปกครอง

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม สำลี รักสุทธี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ คำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งที่ผมจะขอใช้คำว่า ทำลายระบบ การศึกษา ทำลายระบบโครงสร้างของการศึกษาอย่างแท้จริง ท่านครับในฐานะที่ผมเป็นครู อยู่ในวงการศึกษา สอนเด็กมา ๔๐ กว่าปีครับ ขอเท้านิดหนึ่งครับก่อนที่เราจะมาเป็น สำนักงานการประถมศึกษานะครับ ก่อนนั้นครูเราอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ว่าราชการ จังหวัดที่เรียกว่าฝ่ายปกครอง ซึ่งครูในช่วงนั้นถือว่าเป็นข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ข้าคนแรกก็คือข้าของผู้ว่าราชการจังหวัด บ่าวก็คือบ่าวของศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการ อำเภอ ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ครับ นั่นคือข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า การศึกษาประชาบาล ครูอยู่อย่างยากลำบาก อยู่อย่างน้อยเนื้อต ่าใจ เพราะอะไรครับ เพราะครูไม่มีอิสระในด้านวิชาการ ตลอดถึงการดำเนินการต่าง ๆ เราจะอยู่ในกรอบ อยู่ใน ครอบของการปกครองของฝ่ายปกครองคือผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ช่วงนั้นครูต่อสู้ครับ ผมบรรจุใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้ลูกหลานครูไม่รู้หรอกครับว่าก่อนที่เราจะมาถึงปัจจุบันนี้ครูได้ต่อสู้ อย่างไร ผมบรรจุครูใหม่ ๆ เราไปต่อสู้กับกระบวนการที่เรียกว่าฝ่ายปกครองครับ เขากระทำ ทุกอย่างเพื่อที่จะให้ครูอยู่ใต้อำนาจฝ่ายปกครอง ไม่มีอิสระในทางวิชาการ ไม่มีอิสระในการ จัดกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง จะต้องอยู่ในกรอบ ท่านครับในการต่อสู้ที่อยู่ในความทรงจำของ ครูสมัยก่อนนั้นก็คือการต่อสู้เพื่อให้ได้ค่าครองชีพ ๒๐๐ บาท ตอนนั้นก็ตีความหมายว่า ครูไม่ใช่ข้าราชการ ครูเป็นแค่พนักงานของจังหวัดเป็นพนักงานของฝ่ายปกครอง เพราะเงิน ๒๐๐ บาทนั้นเขาให้เฉพาะข้าราชการ ครูไม่ใช่ข้าราชการ ครูจึงต่อสู้ครับต่อสู้จนกระทั่งเราได้ สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ อันที่จริงแล้วครูไม่ต้องการแค่นี้หรอกครับ ครูต้องการเป็นกระทรวงการศึกษาประชาบาลนะครับ ซึ่งผิดกับมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ได้ต่อสู้ อะไรมากมายเหมือนครู แต่ได้เป็นกระทรวงอุดมศึกษาไปแล้วเห็นไหมครับ นี่คือความ เหลื่อมล ้าที่ครูถูกกดทับมาเป็นเวลานาน ท่านประธานครับ อยู่ ๆ เราอยู่ในสำนักงานของเรา ดี ๆ ครูปกครองครูอยู่ด้วยกันอย่างพี่อย่างน้องก็เอามัธยมกับประถมมามัดรวมเข้ากัน ท่านครับ สภาพของครูมัธยม ครูประถม ก็ใช่ครับเป็นครูเหมือนกันแต่ก็เข้ากันไม่สนิท นักเรียนระดับประถมกับมัธยมไปอยู่ด้วยกันก็เข้ากันไม่สนิท ในที่สุดการจัดการศึกษาที่บุคคลอื่นมาจัดให้ในช่วงนั้นก็แตกกันครับ ไปคนละทิศคนละทาง บางคนก็ไปอยู่กับ อบจ. บ้าง บางคนก็ขอแยกเป็นอิสระ ไปเป็นมัธยม มันยังมีปัญหาอยู่ เท่าทุกวันนี้แล้ว คสช. เข้ามาครับ ผมเองก็หวังว่า คสช. จะใช้อำนาจแก้ปัญหาในส่วนที่มันมี ปัญหา แต่กลับมาสร้างปัญหามากขึ้นด้วยการออกคำสั่งที่กระเทือนครูทั้งประเทศครับ ครูเขาพูดไม่ได้ช่วงนั้นเพราะอะไรครับ เพราะอำนาจล้นฟ้าครับ อำนาจ คสช. ไปผ่าตัดเลย ไปผ่าตัดดึงครูกลับไปที่เดิม ท่านครับ ๔๐ กว่าปีแล้ว ที่ครูต่อสู้มา ทำไมถึงดึงครูกลับไปอยู่ใต้ อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมบอกเลยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ประมาท ท่านนะครับ ท่านไม่ลึก ท่านไม่รอบ ท่านไม่ละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา คนที่ลึก คนที่รอบ คนที่เข้าใจการศึกษาอย่างแท้จริงจะต้องเป็นครู ครูก็คือ ผอ. เขต ซึ่งกว่าที่เขาจะไต่เต้าขึ้นมา เป็น ผอ. เขต ท่านคิดดูครับ เขามาจากครูประถม เขาค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมา เขาซึมซับอยู่กับ การศึกษา แต่ท่านก็มาตัดอำนาจเขาไปเลย ผมถือว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่เห็นคุณค่า อยากจะใช้คำนี้เลยครับ ไม่เห็นคุณค่าของครู ไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา ถ้าท่านจะ แก้ปัญหาการศึกษาอย่างแท้จริงท่านจะต้องเอาอำนาจให้มาอยู่ในมือของคนที่เข้าใจ การศึกษาอย่างแท้จริง ท่านครับ ผมฝากกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ แต่ผมก็ได้ขอเสนอคนที่เขาได้ยื่น คนที่เขาต่อสู้อยู่ทางภาคอีสานให้เข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ ให้เข้า ไปแก้ไข กลับคืนอำนาจให้ครูเขาบริหารกันเองเสียเถอะ ท่านอ้างว่า ข้อ ๑ ที่ท่านอ้างนะ ท่านบอกว่าเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตในวงการครู ก็เหมือนกับท่านสฤษดิ์ที่พูดไปแล้วนะครับ ท่านบอกว่าท่านจะแก้ปัญหาหนูตัวเดียวท่านจะไปเผาข้าวทั้งนาเลยหรือ หรือท่านจะ แก้ปัญหาหนูตัวเดียวท่านจะไปเผายุ้งฉางเลยหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านแก้ปัญหาเรื่องการ ทุจริตต้องแก้ที่จุดใดจุดหนึ่งอย่าไปล้มโครงสร้างของเขา ซึ่งกว่าที่เขาจะสู้มานั้นมันยาวนาน ในฐานะที่ผมเคยเป็นครูมาก่อนผมรู้ดี ว่าพวกเราต่อสู้กันมาเพื่อความเป็นอิสระ ตัวแทน ของเราไปจากการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนมันอาจจะมีในด้านการทุจริตมีทุกวงการ แต่เราจะต้อง หาวิธีแก้ไข เพื่อให้ครูเขาได้บริหารของเขาเอง เขาอยู่ร่วมกันอย่างพี่อย่างน้อง เพราะฉะนั้น ในเวลาอันสั้นนี้ก็ฝากอีกครั้งหนึ่งว่ากรรมาธิการวิสามัญจะต้องไปล้างในสิ่งที่มันยังเป็นมลทิน ยังเป็นรอยด่างอยู่ในคำสั่งนี้ให้ครูเขาได้อยู่กันอย่างอิสระและสง่างามต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน