อนันต์ ผลอำนวย หารือปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้คำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 ซึ่งส่งผลให้การบริหารการศึกษาล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และเกิดความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ การดำเนินการทางวินัย และการยกย่องข้าราชการครู รวมถึงปัญหาข้อบกพร่องในการกำกับดูแลและการแต่งตั้งคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขคำสั่งดังกล่าวเพื่อกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษาให้กับระดับพื้นที่อย่างแท้จริงและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต ๓ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดกำแพงเพชรอีก ๔ ท่าน ขอสนับสนุนการแก้ไข คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ จังหวัดกำแพงเพชรเป็น ๑ ใน ๓๕ จังหวัดที่มีการออกไปรับฟัง ความคิดเห็นจากครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา และพวกเราทุกคนก็ได้ สัมผัสกับผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนชุมชน คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มันเหมือนคำสั่ง ที่ทำให้ระบบการบริหารจัดการศึกษาถอยหลังเข้าคลอง เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ต้องขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคที่ได้เสนอแก้ไขเพื่อจะให้ เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน จากผลการออกไปรับฟังด้วยส่วนตัวเองและ ส.ส. ทุกคนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เราได้มีโอกาสสัมผัสกับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหาร การศึกษาในระดับเขตพื้นที่ ทำให้เราพบประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดเป็นอุปสรรคต่อการ กระจายอำนาจในการบริหารจัดการการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาแรกที่เราไปฟัง โดยตรงด้วยส่วนตัวนั้นก็คือเรื่องของการกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลในพื้นที่ ในจังหวัดจะไม่ทราบบริบทของพื้นที่ บุคคลที่เป็นข้าราชการครูและเครือข่ายภาคี องค์กรภายใน นอกพื้นที่ จุดเด่น จุดด้อย ปัญหาอุปสรรค ส่งผลให้การกำหนดนโยบายระดับ พื้นที่เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร ในคณะกรรมการ กศจ. ใน ระดับจังหวัดมีคนที่รู้เรื่องการศึกษาจริง ๆ ไม่เกิน ๔ คน ที่เหลือก็เป็นหัวหน้าส่วนราชการ หรือมาจากศึกษาธิการภาค นี่คือเกิดปัญหาในประเด็นที่ ๑ ให้กับผู้ปฏิบัติ ในประเด็นถัดมา จากผลการไปรับฟังการพิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันเวลา ไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกของข้าราชการครูและบุคลากรที่มาบรรจุแต่งตั้งในพื้นที่ ทำให้การพิจารณากลั่นกรองไม่ละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วน ทั่วถึง เพราะมีผลกระทบกับภาระ งานที่มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สถานศึกษาด้วย ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ บางจังหวัดอย่างเช่นจังหวัดนครราชสีมามี ๗ เขตพื้นที่ การศึกษา จังหวัดกำแพงเพชรมี ๒ เขต บางจังหวัดก็มี ๓ เขต ๔ เขต ๕ เขต จากแทนที่ได้ กระจายลงไปให้มันกระชับพื้นที่ กลับกลายไปเป็นรวมศูนย์อยู่ที่จังหวัดแห่งเดียว ดังนั้น ในประเด็นนี้ก็เป็นปัญหากับผู้ที่ปฏิบัติงาน
ในประเด็นถัดมา การให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับพิจารณาความดีความชอบ เกิดความเหลื่อมล ้าไม่เป็นธรรม ขาดการไม่มีส่วนร่วมของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เพราะไม่มีความเข้าใจใกล้ชิด ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะ นำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการได้อย่างทั่วถึงแล้วก็เป็นธรรม อันนี้ชัดเจน ครูทั้งประเทศก็คงอึดอัดเหมือนกันหมดในกรณีนี้
ในประเด็นถัดมาการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินงานทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ร้องทุกข์สถานศึกษาเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดการมีข้อมูล ในเชิงประจักษ์ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกิดความไม่เข้าใจ ไม่ไว้วางใจในการให้ข้อมูลหรือ บริบทพยานหลักฐานที่จะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินการทางวินัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ประเด็นถัดมา การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจและ เป็นการป้องกันคุ้มครองระบบคุณธรรม การยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง เพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่มีภาระงานมาก และอาจขาดความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาอย่างแท้จริง กศช. ก็ไปใช้อนุกรรมาธิการ ที่ตั้งขึ้นเป็นคนไปรวบรวมข้อมูลมา แล้วก็มาเข้าที่ประชุม กศจ. อย่างนี้มันทำให้ การบริหารงานมันมีโอกาสผิดพลาดได้
ประเด็นถัดมา คือการกำกับดูแล ติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ขาดความเชื่อมโยงในการประสาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน สมาคมชมรม หน่วยราชการในพื้นที่ในการเข้ามาสนับสนุนการศึกษาของสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพ ไม่เท่าเทียมกับ อ.ค.ส. เขตพื้นที่ ถ้าแต่เดิมเราใช้ อ.ค.ส. เขตพื้นที่ มีตัวแทน จากครูผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่เองก็สามารถเข้าใจในเรื่องปัญหาเหล่านี้ ได้อย่างชัดเจน กศจ. จังหวัด เรื่องนี้จะทราบได้น้อยมากแล้วมันเป็นระบบการวิ่งเต้น ก็จะมี คนส่วนน้อยเพียงไม่กี่คนที่มีเส้นมีสายอยู่ใน กศจ. สามารถทำให้ตัวเองผ่านพ้นไปได้ แต่คนอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ไม่มีเส้นมีสายก็ลำบากและเกิดความไม่เป็นธรรม
ประเด็นสุดท้าย อ.ค.ศ จังหวัดเปิดจังหวัดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่เข้ามา มีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการอย่างไม่ทั่วถึงและไม่มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการผู้ที่ มีส่วนได้เสีย เช่นผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ มีจำนวนน้อยเกินไป และรูปแบบ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด ไม่เป็นไปในแนวทางของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้นผมพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชรทุกท่าน ก็ขอสนับสนุน ในการแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน และทุกพรรคในสภาแห่งนี้คงจะทำให้เกิดประโยชน์กับครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา จะได้รับความสุข ถึงแม้ว่าวันนี้มันจะช้าไป แต่ก็ยังดีกว่าที่เราไม่ได้ทำ ผมหวังว่ามันคงจะผ่านไปด้วยดีครับ ขอบคุณมากครับ