บุญฐิณ ประทุมลี ชี้ประเด็นจากคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 โดยวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคด้านการศึกษาตลอด 29 ปี พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโครงสร้าง อ.ก.ศ. ให้โปร่งใสและเชื่อมโยงกับครูอย่างแท้จริง เสนอแก้ไข พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคเข้าในกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการคืนอำนาจสู่เขตพื้นที่เพื่อคุ้มครองสิทธิของครูตามรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมจะมาขออภิปรายคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไปทั้งหมด ผมก็จะมาเพิ่มเติมให้ข้อมูลสภาพปัญหา ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อให้เป็นข้อมูล สำหรับเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรที่ใช้ในการตัดสินใจให้การสนับสนุน ในฐานะที่กระผม เคยรับราชการครูมา ๒๙ ปี ในตำแหน่งสายการสอน ๑๐ ปี สายผู้บริหาร ๑๙ ปี ทั้งครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ และผู้อำนวยการโรงเรียน เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการครูสามัญประจำจังหวัด หรือ อ.ค. จังหวัด ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘-๒๕๔๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอสไลด์ (Slide) นะ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมจะขอย้อนไปดูประวัติของการ พัฒนาการปฏิรูปการศึกษา เราเริ่มพัฒนาการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ออกจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ ด้วยการรองรับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๒๓ แล้วก็การกำหนดตำแหน่งท่านคงจำได้ไม่กี่ปีนะครับ มีตำแหน่งที่ขึ้น แล้วก็มีการ บริหารโดยองค์คณะบุคคล ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการครูในตำแหน่งที่เห็นนะครับ คือปี ๒๕๒๓ ผมจะขอพูดถึงจุดอ่อนจุดแข็งของการบริหารองค์คณะบุคคล ก่อนอื่นพูดเรื่อง สายการบังคับบัญชาก่อน ผมขอทำความเข้าใจว่าการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้คือ องค์คณะบุคคลที่เป็น อ.ค. จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน อันนั้นคือ พ.ร.บ. ๒๕๒๓ ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมาธิการ ผมขอพูดว่าการบริหารราชการนั้นก็คือบริหาร ตามสายการบังคับบัญชา การพิจารณาโทษหรือการแต่งตั้ง ลด ปลด ย้าย เป็นหน้าที่ของ ผู้บังคับบัญชา แต่เห็นชอบโดยองค์คณะบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ผู้ว่าราชการ จังหวัดไม่มีสิทธิที่จะไปทำโทษครู ให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ในองค์คณะบุคคล แต่ว่าเป็นประธาน เป็นกรรมการ เพื่อกลั่นกรองการทำงานของผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือตามลำดับไป ดังนั้น จุดแข็งของการบริหารบุคคลก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการที่จะดำเนินการทุกอย่าง ในการบริหารบุคคล ทั้งลด ปลด ย้าย หรือทำโทษต่าง ๆ แล้วก็จะให้องค์คณะบุคคลนั้น ได้อนุมัติ อันนี้คือหลักการจริง ๆ ต้องเข้าใจตรงนี้ ทีนี้มาตรง พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการปฏิรูป การศึกษาอีกครั้งหนึ่งโดยที่รวบรวมโรงเรียนประถมและมัธยมเข้าด้วยกัน ภายใต้การรองรับ ของ พ.ร.บ. การศึกษาครู กฎหมายครู และบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ แล้วก็จะมี องค์คณะบุคคลเหมือนกัน อันนี้คือที่มาองค์คณะบุคคล สไลด์ (Slide) ที่ ๖ ก็จะมีผู้แทนครู ก.ค.ศ. ๑ คน ผู้แทนคุรุสภา ๑ คน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่เป็นอนุกรรมการและ เลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๓ คน ผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓ คน จากผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา อันนี้คือในมาตรา ๒๓ ของครู ๒๕๔๗ ทีนี้เลื่อนไปครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าเกิดปัญหาอะไร คำสั่ง ที่ ๑๙ ที่เขาให้ยึดอำนาจจาก อ.ก.ศ. เขตมาเป็นของ จังหวัด เพราะเขาเห็นสภาพปัญหาว่าด้านโครงสร้างขององค์กร ด้านระบบบริหารจัดการ ด้านบุคลากร แล้วก็ให้มีศึกษาธิการจังหวัด แล้วก็ให้มี กศจ. ปัญหา ๓ ด้านนี้ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ผ่านมาก่อนที่จะใช้มาตรา ๑๙ มันได้เกิดปัญหาจริง ๆ โดยเฉพาะองค์กร ผมเห็นว่า จากที่มาจากผู้แทนคนที่เขาให้เลือกประธานกันเองจากของ อ.ก.ศ. เดิม ที่ ก.ค.ศ ดำเนินการ ในมาตรา ๒๓ นั้น แต่ก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แต่ตอนนี้มาจากผู้แทน ก.ค.ศ. ผู้แทนคุรุสภา ใน ๒ ตำแหน่งนี้ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งตรงนี้ แล้วก็จะมาเลือกประธานกันเอง แล้วก็จะมีการเรียกผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นเฉพาะบางเขตนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เขาเห็นโครงสร้างนี้ ตามหลักคนที่เป็น ผู้แทนครู ตัวแทน ก.ค.ศ. หรือคุรุสภาจังหวัดก็อยู่ในจังหวัดเป็นผู้แทนครูก็มี แต่ว่า พอคณะทำงานกลั่นกรองมาร่วมทำงาน ที่จริงเขาให้เป็นบอร์ด (Board) ใหญ่ เขาให้ผู้แทน ครูแต่ละด้านมาทำงานกลั่นกรองเพื่อที่จะเสนอบอร์ด (Board) ใหญ่ แต่บางครั้งในหลักการ มันผิด ที่เห็นที่ผ่านมาที่เกิดปัญหา จนมีคำสั่ง คสช. ยุบ ต้องยอมรับเกิดปัญหาจริง ๆ มีการเรียกผลประโยชน์ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ตำแหน่งเหล่านี้ตำแหน่งผู้แทนครู ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ข้าราชการประจำไม่มีเงินเดือน มีเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง คนที่ไม่ได้เป็น ข้าราชการก็จะมีเบี้ยประชุมเหมือนสภาของเรา ก็ไม่มากเท่าไร แต่ว่าข้าราชการครูนั้น ก็จะมีเบี้ยเลี้ยงแล้วก็ค่าเดินทางเท่านั้น ฉะนั้นคนที่เสนอตัวเข้าเป็นอนุกรรมการข้าราชการครู ใน อ.ก.ศ. จังหวัด ถ้าไม่ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ก็ทำเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง ตามทฤษฎีของมาสโลว์ ๕ ขั้น ก็คือขั้นที่ ๔ การยอมรับแล้วก็ความสำเร็จ แต่ส่วนมากก็ไม่ประสบความสำเร็จหรอก เพราะติดปัญหาต่าง ๆ อันนี้ก็ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งแนวเสนอแนะครับ อันนี้ขอนิดหนึ่ง ต่อไปสไลด์ (Slide) ที่ ๘ ผมจะวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี จุดอ่อนดูดี ๆ นะครับ ข้อ ๙ (๑) เขาให้มี อกศจ. มันไม่ยึดโยงกับครูเลยครับ เพราะว่าดูผู้แทนสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วก็ดูข้อที่ว่าข้าราชการครูในจังหวัดเป็นอนุกรรมการไม่มี คำว่า ผู้แทน อันนี้คือจุดอ่อน เพราะว่าครูนั้นจะต้องยึดโยงกับของครู กฎหมายครู เพราะว่าถ้าเกิดการ ทุจริตสารตั้งต้นก็คือครูที่เป็นผู้แทน แต่อันนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผมก็เสนอแนะไว้นะครับ ต่อไปสไลด์ (Slide) ที่ ๙ คือเป็นข้อเสนอแนะ ผมคงไม่มีอะไรอภิปรายมาก เพราะได้ยินเสียง ออดเขาใช้เวลา ผมปกติก็ไม่อภิปรายเกินอยู่แล้ว อันนี้ขึ้นไว้เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะ เป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็คือเปลี่ยนจาก อกศจ. จังหวัด เป็น อกศจ. เขตเลย ก็ใช้เหมือนเดิม แต่ว่าไปเปลี่ยนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ศึกษาธิการจังหวัดแทนผู้แทน ก.ค.ศ. นะครับ แล้วก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ตัวเดิมก็เหมือนเดิม อันนี้ครูพอรับได้
ต่อไปข้อสังเกตข้อสุดท้าย ผมเสนอแนะว่าต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ โดยยกเลิก คำสั่ง คสช. มาตรา ๔ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมด โดยเพิ่มเติมตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค ใน พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหมวด ๓ ทำไมถึงเพิ่มเติม เพราะว่า ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ตำแหน่งศึกษาภาคมันงอกมาจาก คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ไม่มี พ.ร.บ. รองรับเป็นคำสั่งเถื่อน เห็นไหม นี่คำสั่งของคณะปฏิวัตินะครับ ต่อไปหน้า ๒๑ ก็ไปดู หน้า ๑๑ ใน (๕) (๖) (๗) ไปเพิ่มเข้าไปตรงนั้น โดยที่มันก็จะมีที่อยู่ แล้วก็จะยกเลิกกฎหมาย ต่าง ๆ มันยกเลือกไม่ได้ เพราะมันมีตำแหน่ง ๒ ตำแหน่งนี้ แล้วก็กฎมาตรา ๒๑ ในการแก้ ตรงที่มาของผู้แทนอนุกรรมการ ผมอยากให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอนุกรรมการ เพราะว่าเขาไม่มีผลได้หรอก มาเป็นประธาน แต่ละเขตก็มี เพราะว่าไม่ได้มีผลอะไร ไปหลายเขตก็ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองศึกษาธิการไปก็ได้เวลาประชุมนะครับ ส่วนมากก็คืน อำนาจให้กับเขต ผมเห็นด้วยนะครับ ทั้ง ๖ ร่างนี้ที่เห็นด้วยกับการคืนมา แต่ผมวิเคราะห์ จุดอ่อนจุดแข็งให้ดู
ข้อสุดท้ายนะครับ สรุปแล้ว สรุปก็คือให้รัฐบาลที่ผ่านมานี้มาตรา ๑๙ เป็นยาแก้ปวด แต่ถ้าอยากให้หายจริง ๆ เรื่องนี้ ผมอยากให้รัฐบาล โดย ครม. เป็นผู้เสนอ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ เป็นเรื่องด่วน ในประเด็นที่เสนอแนะ โดยตั้งกรรมาธิการร่วมเต็มสภา ๓ วาระ หรือฝ่ายกฎหมายของ รัฐบาล มีวิธีการอื่นดีกว่านี้ก็รีบดำเนินการ ผมสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกร้องสิทธิที่พึงมีได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะว่าคนที่ก่อก็คือรัฐบาลที่ตั้งมาตรา ๔๔ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เป็นคนดำเนินการ อันนี้ฝากเป็นข้อคิดไว้ ขอขอบคุณมากครับ