ภาสกร เงินเจริญกุล เสนอแนะการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อให้ประสิทธิภาพและความสำเร็จที่ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์นะครับ ผมอ่านในรายงานของท่าน ปี ๒๐๒๐ นะครับ งบประมาณที่ท่านได้ ในปี ๒๕๖๓ อยู่ ๕๓๐ ล้านบาทนะครับ มีการเบิกจ่ายไป ๔๕๑ ล้านบาท ก็คิดเป็นประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีเหลืออยู่ประมาณสัก ๑๔.๘ นิดหน่อยนะครับ ก็เข้าใจได้ว่ามันอาจจะ เกิดโควิด (COVID) เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ปัจจัยไปนะครับ แล้วก็สำหรับสื่อสร้างสรรค์ก็มีการวางกลยุทธ์ ผมก็เห็นอยู่มีกลยุทธ์อยู่ ๔ ด้าน ส่วนใหญ่ก็จะ เป็นการส่งเสริมนะ ส่งเสริมในด้านต่าง ๆ พัฒนาการผลิต องค์ความรู้ ให้เกิดกลไก กระบวนการคัดกรองและเฝ้าระวัง รู้เท่าทันสื่อ แล้วก็มีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ภาคี ต่าง ๆ ผมก็มาดูในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุน ก็ไปเป็นแนวทางเดียวกันนะครับ มีการรณรงค์ส่งเสริมเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ แต่ผมอยากจะมองแบบนี้ ครับ วันนี้การเฝ้าระวังสื่อผมบอกเลยว่าไม่ง่ายครับ ขนาดเราเป็นกระทรวงผมว่าเขาก็ยัง เฝ้ายากมาก ฉะนั้นวันนี้มันมีทุกอย่างมันวิ่งอยู่บนโซเชียล (Social) มีทั้งสายดำสายขาว อยู่ที่ว่าใครแข็งแรงกว่ากัน ใครมีความชำนาญเรื่องออนไลน์ (Online) มากกว่ากัน แล้วก็ จะส่งพวกสื่อเข้าไป ถามว่าท่านจะรู้ไหมครับ เพราะวันนี้วิธีการรับรู้ของคนรุ่นใหม่ มันไม่ใช่ แบบเดิมนะครับ อันที่ ๑ เขาเห็นปุ๊บเขาเชื่อเลย ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ เชื่อสิ่งที่ตัวเอง อยากเชื่อ ท่านเจอ ๒ อันนี้ผมว่าท่านก็เหนื่อยแล้ว บางครั้งไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่ามันผิดนะครับ แล้วก็ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามันไม่ปลอดภัยด้วย แต่เขาเลือกจะเชื่อแบบนั้น ฉะนั้นวิธีการที่ท่านจะ จัดการหรือส่งเสริม หรือจะเฝ้าระวังหรืออะไร วิธีการมันก็ต้องเปลี่ยนไปครับ ใช้แบบเดิม ไปจ้างเขาทำ ผมว่าบางทีมันก็อาจจะไม่ได้ผล ท่านก็ต้องมีสมาชิก มียูสเซอร์ (User) มีใคร อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในมือท่าน ที่ท่านสามารถที่จะปล่อยออกไปเหมือนกัน ถ้าท่านจ้างหมด ปี ๒๕๖๓ ท่านได้ ๕๓๐ ปีหน้าท่านเอาเท่าไรครับ ในขณะที่เบิกจ่ายแค่ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขก็ต้องขึ้นอีกครับ แต่ก็ใช้ไม่หมด ฉะนั้นท่านต้องมีวิธีในการบริหารจัดการ ในการเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย แล้ววันนี้มันไม่ใช่แค่ในประเทศนะครับ ลองสังเกตว่าหลาย ๆ อย่างมันมีทั้ง นอกประเทศทั้งในประเทศ ท่านมองแค่ในประเทศไม่ได้ วันนี้โลกมันไปเยอะแล้ว เราก็ต้อง มองข้ามไปเหมือนกันว่าสิ่งที่ท่านมีวัตถุประสงค์มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ บางอย่างมันปรับได้ไหม สื่อสารต่าง ๆ ก็ครอบคลุมไปถึงต่างประเทศบ้างดีหรือเปล่า ค่อย ๆ ปรับสัดส่วนไปครับ วันนี้ในประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย แล้วก็เป็นการส่งเสริม เฝ้าระวัง วันนี้เราทำแค่ส่งเสริม เฝ้าระวัง แล้วไม่มีเชิงรุก ยากนะครับ อย่างนั้นท่านต้องทำเชิงรุกด้วย เพราะเฝ้าระวัง อย่างเดียวมันไม่พอ สุดท้ายคือท่านเฝ้า สุดท้ายทุกคนที่ได้รับเขารับไปหมดเรียบร้อยแล้ว มันก็ต้องมีทั้งเฝ้าระวัง ทั้งส่งเสริมสู้กับเขาไป ส่งของตัวเองเข้าไปด้วย ส่งข่าวที่มันถูกต้อง เข้าไปด้วย ตราบใดที่ท่านไม่มีสมาชิกหรือดาต้าเบส (Data Base) ของตัวเองมันยากมาก แล้วท่านไม่เก็บวันนี้ ท่านไม่ทำวันนี้ท่านไม่วางแผนวันนี้ อนาคตก็จะไม่ไหว แล้วก็อาจจะ ไม่ทันคนรุ่นใหม่ อย่าลืมว่าคนรุ่นใหม่มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุก ๆ ปีนะครับ เจนเนอเรชัน (Generation) ที่มีอายุเยอะมันก็หด ๆ ลงไปทุกปีนะครับ วิธีการสื่อสาร วิธีการเฝ้าระวังหรือ วิธีการส่งเสริมมันอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เงินใช้เยอะไม่ได้ประเด็นนะครับ แต่ใช้แล้วมันมีประสิทธิภาพแค่ไหน อันนี้เป็นตัวที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพและความสำเร็จ ที่เราอยากจะทำ เราอยากจะเห็น ผมไม่ได้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์นะครับ ผมเชื่อว่ามันดี แต่ว่ามันดีได้กว่านี้ แค่อาจจะต้องปรับเปลี่ยน บางอย่างให้มันดีขึ้น ให้มันทันกับยุคสมัย วิธีการอาจจะเปลี่ยนไปบ้างตามสมัยก็ว่ากันไป นะครับ อันนี้เป็นความคิดเห็นข้อเสนอแนะที่อยากจะบอกอยากจะสื่อสาร เพราะเราก็ อาจจะไม่ได้มีโอกาสได้คุยกันทุกวัน มีโอกาสวันนี้ได้แสดงความคิดเห็น ก็อยากแสดง ความคิดเห็นให้ทางกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผื่อจะเป็นแนวทาง บางแนวทางที่ท่านอาจเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ขอบพระคุณครับ