บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเกี่ยวกับบทบาทและเป้าหมายของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเน้นความจำเป็นในการส่งเสริมวิจารณญาณต่อสื่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค พร้อมเสนอให้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมสื่อทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อคุ้มครองเด็ก เยาวชน และสังคมโดยรวม
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธานและท่านสมาชิกได้อภิปราย ประกอบการรับทราบรายงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปี ๒๕๖๓ ผมต้องขอ ออกตัวว่าผมก็เพิ่งทราบว่ามีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อได้อ่านรายงาน ดูแล้ว กองทุนนี้ก็ตั้งตาม พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ส่วนหนึ่งที่เพิ่งจะรับทราบก็อาจจะเนื่องจากว่า อย่างสื่อต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้นมันมากมาย เหลือเกินนะครับ แม้กระทั่งองค์กรที่ทำเกี่ยวกับสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ยังไม่ผุดขึ้นมา ให้ทุก ๆ คนได้รับรู้ว่ามีหน่วยงานนี้ เปรียบเสมือนว่าเป็นเครื่องกรองชนิดหนึ่งก็ได้ ถ้าเครื่องกรองให้เกิดความบริสุทธิ์ เขาก็เรียกว่า เพียวริฟาย (Purify) เครื่องกรอง เขาก็เรียกว่า ฟิลเตอร์ (Filter) มี ฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter Purify) หรือเครื่องฟอกอากาศ อันนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นเครื่องฟอกสื่อต่าง ๆ ที่ล่องลอยไปให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนในสังคมจะได้รู้ว่าอะไรคือปลอดภัย อะไรคือสร้างสรรค์ ผมได้ดูในมาตรา ๓ ของพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปี ๒๕๕๘ ซึ่งปรากฏอยู่ท้าย รายงานของกองทุน คำว่า สื่อ หมายความว่าสิ่งที่ทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร เครื่องหมาย ภาพหรือเสียง ไม่ว่าจะได้จัดทำในรูปของเอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี รูปภาพ การโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ การแสดง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือได้จัดทำในรูปแบบอื่นใดตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง ในวรรคต่อไปสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์หมายความว่าสื่อที่มีเนื้อหาส่งเสริม ศีลธรรมจริยธรรม วัฒนธรรมและความมั่นคง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทักษะ การใช้ชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี ในครอบครัวและสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคี และสามารถใช้ชีวิต ในสังคมที่มีความหลากหลายได้อย่างเป็นสุข พ.ร.บ. นี้ก็สำคัญที่มาตรา ๓ นี้ล่ะ คำว่า สื่อ ถ้าตีความหมายตาม พ.ร.บ. นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นมาให้เกิดการรับรู้ ผมเชื่อว่ามนุษย์ ทุกคนจิตวิญญาณมีความเป็นสื่อมวลชนกันทุกคน สังเกตดูในสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ไม่ว่าจะเป็นไลน์ (Line) เป็นทวิตเตอร์ (Twitter) อินสตาแกรม (Instagram) อะไรก็แล้วแต่ทุกคนพยายามจะนำเสนอสิ่งที่ตัวเองรับรู้ รับทราบและมีความเชื่อว่าสิ่งนั้นสื่อออกไปแล้วจะมีมรรคมีผล เช่น ให้เขารู้ว่ามีข่าวสารเช่นนี้ หรือให้เขามีความตลก ขบขัน หรือเขาเรียกว่าพฤติกรรมหมู่ ในภาษาจิตวิทยาก็คือว่า ผู้ใดอ่อนแอก็มักจะสร้างม็อบโพรเซส (Mob Process) คำว่า ม็อบโพรเซส (Mob Process) ไม่ได้หมายถึงม็อบ (Mob) หรือพาดพิงม็อบ (Mob) ใดนะครับ เราอ่อนแอ เราไม่มีอาวุธ ในการรบทัพจับศึก แต่เราก็มีความสามารถในการทำม็อบโพรเซส (Mob Process) ก็คือ รวมพวกรวมหมู่ คนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง มันก็ทำให้มีคนเห็นด้วยมากขึ้น ๆ ก็เป็นพลัง อย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นทุกคนมีความสามารถ และมันเป็นสัญชาตญาณของการเป็น นักสื่อสารมวลชน ไม่มากก็น้อย ใน พ.ร.บ. นี้ มาตรา ๓ ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าสิ่งนี้ปัจเจกบุคคล ไม่ใช่เป็นผู้ผลิตสื่อหรือเป็นผู้รับรู้สื่อ ผมถึงอยากจะชวนท่านสมาชิกว่าคิดเหมือนผมหรือไม่ว่า ปัจเจกบุคคลก็ดี ในการผลิตสื่อ ปัจเจกบุคคลก็ดีในการรับรู้สื่อ หรือแม้กระทั่งในครอบครัว กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ต้องเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ไม่ใช่ไปตั้งใจจะไปพัฒนาสื่อ หลัก ๆ หนังสือพิมพ์ หรือข่าวออนไลน์ (Online) หรืออะไรต่อมิอะไรถ้าไปมองเช่นนั้น ผมเชื่อว่าอาจจะไม่ครอบคลุม ผมเลยมาชวนเพื่อนสมาชิกในสภา และผมสื่อไปถึงท่านผู้จัดการกองทุน ท่านผู้บริหารกองทุนว่าสิ่งที่ผมคิดไม่ทราบ ถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องมีสิ่งที่จะต้องฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter Purify) มากมายเหลือเกิน ทำอย่างไรที่มีความยับยั้งชั่งใจในการที่จะปล่อยอะไรออกไปจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของตัวเอง จะเขียนจะโพสต์ (Post) จะแคปชัน (Caption) คำว่า แคปชัน (Caption) ก็หมายถึงว่าเขียนอะไรสรุปจั่วหัวออกไป ต้องคิดว่ามันมีผลกระทบทั้งต่อตัวเอง ทั้งต่อผู้อื่น ทั้งในทางที่ดีและทางที่ไม่ดี บางคนปล่อยอะไรออกไป แทนที่ตัวเองจะดูดีหรือเกิด ภาพลักษณ์ที่ดี บางทีบูมเมอแรง (Boomerang) ย้อนกลับมาทำให้เกิดความเสื่อมเสียได้เป็น อันมาก เช่นเดียวกับคำพูด เมื่อก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด เมื่อพูดแล้วคำพูดก็เป็นนายเรา ผมอยากจะให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ทำให้ ไม่ว่าจะเป็นคน ไม่ว่า จะเป็นองค์กรสื่อได้มีวิจารณญาณ การตัดสินใจที่ดี คนเราหรือคนจะเจริญหรือไม่เจริญ จะปลอดภัย หรือจะเจริญรุ่งเรือง หรือเสื่อม ก็อยู่ที่ความยับยั้งชั่งใจในการปล่อยสื่อออกไป หรือความยับยั้งชั่งใจในการรับรู้ตัดสินใจตอบสนองต่อสื่อสารนั้น ผมก็ฝากประเด็นนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ