สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของกองทัพบกและเรียกร้องให้คงมาตรานี้ไว้เหมือนเดิม

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมาธิการ

ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ ผมกราบขออภัยครับ พอดีเมื่อสักครู่ไม่ได้มีเจตนาที่จะก้าวล่วงหรือว่าจะคาดคั้นอะไรกับ ท่านยุทธพงศ์ครับ ผมเองจะตอบคำถามท่านสมาชิกโดยรวมนะครับ เนื่องจากมาตรานี้ เป็นมาตรา ๘ ซึ่งมีท่านสมาชิกได้ให้ความสนใจจำนวนมาก แล้วผมก็ต้องยอมรับว่าในฐานะ ที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งรู้สึกยินดีที่เรามีผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ ข้อมูลที่ท่าน พูดมาบางส่วนนั้นเป็นข้อมูลที่ตรงครับ แล้วผมก็ยอมรับว่าในการทำงานของปีต่อ ๆ ไป พวกเราในฐานะสมาชิกสภาต้องปรับปรุงครับ แต่เรื่องหลักเรื่องหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกก็คือท่ามกลางวิกฤติมากมายของประเทศเรา หน่วยงาน กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่ได้รับการเพ่งเล็งมากที่สุด ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า งบประมาณ ๙๒,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ในมาตรา ๘ แล้วบางส่วนที่ไปอยู่ในมาตราอื่นอีก กระทรวงกลาโหมโดยการปรับลดงบประมาณทั้งในส่วนของกรรมาธิการเอง แล้วก็สำนัก งบประมาณเองมีน ้าหนักที่เป็นเนื้อเงินหรืองบประมาณนั้นมากที่สุดครับ แล้วถ้าไปคิดเรื่อง อัตราส่วนโดยเปรียบเทียบกับจำนวนคำของบประมาณนั้นก็ยังมากที่สุดเช่นเดียวกันครับ ผมคิดว่าทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่าภารกิจของความมั่นคงของประเทศนั้นสำคัญ ผมขอใช้เวลา สั้น ๆ ว่าภารกิจของประเทศนั้นมันไม่ได้จบแค่นี้ครับ เราเองเรียกร้องให้ใช้งบประมาณ อย่างคุ้มค่า เรื่องโควิด (COVID) แต่เมื่อจบโควิด (COVID) แล้วอย่างไรต่อครับ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยนั้นมีการระบาดในระลอกที่ ๔ นี้ช้ากว่าอินโดนีเซีย ๒ เดือน ช้ากว่ามาเลเซีย ๑ เดือน ดังนั้นการระบาดในระลอกที่ ๔ นั้น แม้ว่าระลอกที่ ๑ ระลอกที่ ๒ ระลอกที่ ๓ นั้น ประเทศไทยได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเรามีการป้องกันโรคระบาดได้ดีต้น ๆ ของโลกนะครับ แต่เมื่อระลอกที่ ๔ นั้น แม้ประเทศที่ฉีดวัคซีนที่ยอมรับว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง คือเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) นั้นก็ยังหนีไม่พ้นในการติดนะครับ อย่างสหรัฐอเมริกาเองทุกวันนี้ ติดกัน ๗ วัน โดยค่าเฉลี่ยทุกวัน วันละ ๑๔๔,๐๐๐ คน โดยเฉลี่ย ประเทศเขาได้รับวัคซีนเข็ม แรกอย่างน้อย ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ซึ่งล้วนเป็นไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า คำถามข้อแรกว่าทำไมกองทัพถึงต้องปรับตัว เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่ากองทัพก็ปรับตัวมาตลอด การลดกำลังพลในปีนี้ลดจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลงเหลือประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ โครงสร้าง ต่าง ๆ ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ก็ลดมาเป็นลำดับ มีการปรับลดงบประมาณโดยนัยสำคัญ ทุกส่วน เป้าหมายที่กองทัพจะลดให้ถึงภายในเวลาอันสั้น ก็คือ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือ เป้าหมายอีกนิดหน่อยที่พวกเราต้องช่วยกัน ผมเองขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าทุกส่วนสำคัญครับ อำนาจการต่อรองของประเทศนั้นก็มีความจำเป็นไม่น้อยกับการป้องกันประเทศด้านอื่น การที่มีผู้เสียสละมากมายในภาวะนี้แล้วจ้องจะหาสิ่งที่เราโจมตีได้ง่าย หาสิ่งที่เรา พูดแล้วทุกคนเชื่อถือได้ว่าเป็นความผิดจริงนั้นง่ายดายครับ แต่จะหาคนที่เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องลำบากเช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านสมาชิก ๒ ท่านครับ คือท่านพิจารณ์และท่านศิริกัญญาว่า ถ้าเราเห็นว่าเราพิจารณางบประมาณ ในห้องงบประมาณอย่างไร เราก็จะเข้าใจครับว่าบางส่วนมันเป็นเรื่องขีดความสามารถใน การป้องกันประเทศครับ ถ้าข้อมูลเหล่านี้ถูกหลุดไป ไม่ว่าโดยวิธีใดผมคิดว่ามีปัญหาแน่นอน เราก็จะเห็นว่ากองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ เวลามาพิจารณาทุกคนก็จะมีเล่มคุมครับ สมมุติว่าเขาแจกอยู่ในกรรมาธิการ ๗๒ เล่ม เขาก็จะมีเลขไล่ไปว่า ๑/๗๒ ยันไปถึง ๗๒/๗๒ เอกสารนั้นถูกแจกในห้องประชุมแล้วก็ถูกเก็บกลับคืนครับ เพราะฉะนั้นเมื่อการปรับลดก็ใช้ มาตรฐานเดียวกัน เราปรับลดกองทัพบกปรับลด ๑,๑๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านพิจารณ์ ทราบดีเพราะท่านพิจารณ์เป็นกรรมาธิการกับผม วันนั้นเราก็พูดกันแล้วว่าถึงตัวเลขปรับลด กันมาโดยเหตุโดยผลจนกระทั่งถึงตัวเลขประมาณพันล้านบาท แล้วผมเองเข้าใจว่าวันนั้นมี การพิจารณาหน่วยงาน ๖ หน่วยงาน เราก็บอกว่าเวลาเราจะไม่ทันแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ บอกว่ากองทัพบกรับได้ไหมถ้าจะขอปรับ ๑,๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร เมื่อเทียบกับตัวเลขที่เขาโดนปรับลดมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อประมวลเหตุผลทุกอย่างแล้วขอยืนตามมติกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ คือขอให้คงมาตรานี้ไว้เหมือนเดิม ขอบคุณครับ