สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

เบญจา แสงจันทร์ แปรญัตติตัดลดงบประมาณในกระทรวงกลาโหมลง 25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมหารือเรื่องงบประมาณการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และเรียกร้องให้กรมการคลังตรวจสอบการเบิกจ่ายที่ไม่ตรงตามแผน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกที่จัดสรรงบประมาณเดินทางต่างประเทศโดยไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 และขอให้ปรับลดงบประมาณเหล่านี้

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ดิฉันได้ขอ แปรญัตติตัดลดงบประมาณในมาตรา ๘ ของกระทรวงกลาโหมลง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดิฉัน จะขออภิปรายถึงเหตุผลในการขอปรับลดใน ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ในส่วนของ งบประมาณ ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

งบประมาณก่อสร้างอาคาร ก่อสร้างที่พักอาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพื้นที่บริเวณประชาชื่น ระยะที่ ๑ มีระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด ๕ ปี นับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ จนถึงปี ๒๕๖๗ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ ๙๔๓ ล้านบาท แล้วนับจนถึง เดือนมิถุนายนปี ๒๕๖๔ มีการเบิกจ่ายจริงไปได้เพียงแค่ ๑๔๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นแค่ ๖๘ เปอร์เซ็นต์จะเห็นว่าการเบิกจ่ายล้มเหลวและไม่ตรงเป้า แต่เมื่อดิฉันพิจารณาดูจาก เอกสารปรับลดก็เข้าใจได้ เนื่องจากโครงการนี้ในชั้นคณะอนุกรรมาธิการได้ปรับลดงบลงไป ๒๕ ล้านบาท แต่ไม่ได้มีแค่โครงการนี้ ท่านประธานคะ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมยังมี อีกโครงการที่ชื่อว่าโครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกของ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมบริเวณพื้นที่บางจาก ซึ่งระยะเวลาการดำเนินการก่อสร้าง โครงการนี้มีระยะเวลา ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๖ ภายใต้กรอบวงเงิน ๙๔๓ ล้านบาท ซึ่งราคาใกล้เคียงกับโครงการแรก และในปี ๒๕๖๔ ก็มีการเบิกจ่ายจริงไปได้แค่ ๑๕๕ ล้านบาท เท่ากับเบิกจ่ายไป ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีปัญหาการเบิกจ่ายจริงที่ล่าช้าไม่ตรงเป้าเช่นกัน ไม่ใช่แค่นั้นค่ะท่านประธาน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมยังมีโครงการก่อสร้างลักษณะ เช่นนี้อีกหลายโครงการ มาดูอีกโครงการหนึ่งค่ะ โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยพร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมบริเวณประชาชื่น ระยะที่ ๒ ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินการก่อสร้าง ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปี ๒๕๖๗ ภายใต้กรอบ วงเงิน ๙๔๘ ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ตั้งของบประมาณมาปี ๒๕๖๔ นับจนถึงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายจริงไปแล้ว ๐ บาท นั่นคือไม่มีการเบิกจ่ายเลย สถานะก็ยัง ไม่มีการลงนามใด ๆ ปีที่แล้วก็เบิกจ่ายไม่ได้ แล้วเหตุใดงบประมาณโครงการนี้จึงไม่มี การปรับลด ในขณะที่โครงการอื่นมีการปรับลด จึงอยากถามกรรมาธิการว่าท่านมีวิธีการ พิจารณาอย่างไรและมาตรฐานของการพิจารณาอยู่ที่ตรงไหน ทีนี้มาดูอีกหนึ่งโครงการ ที่มีชื่อโครงการก่อสร้างว่า โครงการอาคารที่พักอาศัยข้าราชบริพาร เป็นข้าราชบริพาร ในพระองค์ เป็นโครงการที่พักอาศัยสูง ๑๓ ชั้น จำนวน ๑๗๕ ห้อง พร้อมที่จอดรถ ตั้งอยู่ที่ ถนนอู่ทองนอก โครงการนี้ขอจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยให้กับข้าราชบริพาร และครอบครัวภายใต้สังกัดส่วนราชการในพระองค์ โครงการนี้ตั้งงบมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึง ปี ๒๕๖๕ ภายใต้กรอบวงเงินพร้อมค่าที่ปรึกษา ๖๔๒ ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการ ก่อสร้าง ๔ ปี ดำเนินการมาเป็นปีที่ ๓ แล้วแต่กลับเบิกจ่ายไปแค่ ๕๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และงบประมาณก็ไม่ถูกปรับลดแม้แต่บาทเดียวนี่หมายความว่าบาทเดียวก็ยังตัดไม่ได้เลย ในขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันหลาย ๆ โครงการถูกปรับลด แต่ว่างบประมาณโครงการนี้ กลับไม่ถูกปรับลดแต่อย่างใด ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอคำตอบจากกรรมาธิการค่ะ ขอให้ท่านช่วยชี้แจงว่าท่านมี มาตรฐานในการพิจารณาอย่างไร นอกจากจะไม่ปรับลดแม้แต่บาทเดียวแล้ว โครงการนี้ยังมี ความเคลือบแคลงน่าสงสัยมากว่าเหตุใดโครงการนี้ยังเป็นภารกิจของสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำไมจึงไม่โอนย้ายไปเป็นภารกิจของส่วนราชการในพระองค์ ทั้งที่โครงการไม่ได้เป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากรในกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด ซึ่งดิฉันก็ได้ ทราบมาว่ากรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลได้มีการตั้งคำถามต่อปลัดกระทรวง กลาโหมในห้องกรรมาธิการ ซึ่งปรากฏว่าคำชี้แจงของปลัดกระทรวงกลาโหมชี้แจงว่า โครงการนี้เริ่มต้นมาก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้นค่ะท่านประธาน ถ้าย้อนกลับไปดูเราจะเห็นว่า โครงการนี้เริ่มต้นขอจัดสรรงบประมาณเข้ามาปี ๒๕๖๒ นั่นหมายความว่าข้อมูล ที่ปลัดกระทรวงกลาโหมให้ต่อกรรมาธิการเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ คล้ายกับอีกโครงการหนึ่งคือ โครงการที่เป็นงบถวายความปลอดภัย ซึ่งถ้าเราจำกันได้ พ.ร.บ. จัดระเบียบบริหารราชการ ในพระองค์กำหนดให้ถ่ายโอนหน้าที่ด้านการถวายความปลอดภัย ทั้งด้านภารกิจกำลังพลไป ไว้ในส่วนราชการในพระองค์แล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับยังมีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้อยู่ใน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ๑,๒๙๖ ล้านบาท ดิฉันได้สอบถามในชั้นอนุกรรมาธิการ ได้รับคำตอบว่างบถวายความปลอดภัยตั้งมาเป็นค่าก่อสร้าง ค่าอุปกรณ์ ค่าเสื้อผ้า ค่าฝึกกำลังพล ซึ่งว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ใช่การตั้งงบที่เกี่ยวกับชื่อโครงการเลย ไม่เกี่ยวกับ การถวายความปลอดภัยแต่อย่างใดเลย และนี่ถือเป็นการแอบอ้างหรือไม่คะ ดังนั้นดิฉัน ก็ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่อาจจะนั่งอยู่ด้านหลังช่วยส่งคำชี้แจงให้ กรรมาธิการช่วยตอบข้อสงสัยนี้ต่อพี่น้องประชาชนด้วยว่าเหตุใดโครงการก่อสร้างอาคาร ที่พักอาศัยข้าราชบริพารในพระองค์ ทำไมโครงการนี้ยังอยู่ในภารกิจของสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำไมจึงไม่โอนย้ายการก่อสร้างนี้ไปเป็นภารกิจของส่วนราชการ ในพระองค์ และดิฉันขอตัดงบประมาณในโครงการนี้ที่เป็นโครงการก่อสร้างอาคาร ๔ อาคารนี้ ลงทั้งหมด ๓๐๐ ล้านบาทค่ะ

ในส่วนของประเด็นที่ ๒ งบประมาณสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขอจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในขณะที่ทุกหน่วยงานปรับลดงบประมาณลง แต่ทราบไหมว่าหน่วยงานปลัดกระทรวง กลาโหมขอจัดสรรงบประมาณเดินทางไปต่างประเทศ ในปี ๒๕๖๓ ท่านขอเบิกเข้ามา ๑๐๑ ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) เมื่อสิ้นปีงบประมาณท่านเบิกจ่ายไป ๕๓ ล้านบาท ในส่วนปี ๒๕๖๔ โควิด (COVID) ยังระบาดหนัก ท่านยังขอจัดสรรงบประมาณ เข้ามา ๔๐ ล้านบาท และนับจนถึงวันที่ ๙ กรกฎาคมก็มีการเบิกจ่ายจริงไปได้ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือคิดเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พอมาถึงปีนี้ท่านยังสอดไส้ เข้ามาอีก ๒๐ ล้านบาท ดิฉันจึงขอปรับลดงบประมาณเดินทางต่างประเทศนี้ทั้งก้อน ๒๐ ล้านบาทค่ะ

ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๓ ในส่วนงบประมาณของกองทัพบกก็เช่นกัน กองทัพบกขอจัดสรรงบประมาณเข้ามา ๒ โครงการที่เกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ ชื่อโครงการว่า โครงการพัฒนาเสริมสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือทางทหาร โครงการนี้ ขอตั้งเข้ามาในปี ๒๕๖๔ ๑๗ ล้านบาท มีการเบิกจ่ายจริง ๐ บาท ก็คือไม่มีการเบิกจ่าย แม้แต่บาทเดียว ปีนี้ยังขอจัดสรรมาอีก ๘.๘ ล้านบาท อีกโครงการหนึ่ง ก็คือ โครงการ ความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบอาเซียน (ASEAN) โครงการนี้ตั้งของบประมาณ ในปี ๒๕๖๔ จำนวน ๒๒ ล้านบาท มีการเบิกจ่ายจริงไปได้ ๒๗๐,๐๐๐ บาท หรือคิดเป็นแค่ ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ และปีนี้ก็ยังจะขอจัดสรรเข้ามาอีก ๑๑.๒ ล้านบาท ท่านประธานคะ ในสถานการณ์เช่นนี้ทั่วโลกเองได้รับผลกระทบอย่างหนัก งบประมาณถูกปรับลด ประชาชน ทั้งประเทศดำรงชีวิตอยู่ด้วยความยากแค้นแสนสาหัส งบประมาณทุกบาทจะต้องใช้เพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน กระทรวงกลาโหมนอกจากจะไม่จัดลำดับ ความสำคัญของงบประมาณแล้ว ยังขอจัดสรรงบประมาณแบบซ ้าเติมความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนด้วย ดังนั้นดิฉันจึงขอปรับลดงบเดินทางต่างประเทศทั้งหมดของทั้ง ๒ หน่วยงานออกไปทั้งหมดเลย และขอคำชี้แจงจากการกรรมาธิการด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ