มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หารือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รอบที่สามที่ทวีความรุนแรงจากคลัสเตอร์ต่างๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของมาตรการรัฐ การกระจายตัวของแรงงานต่างด้าว การขาดแคลนเตียงรักษาผู้ป่วย และการล่าช้าในการจัดการวัคซีน รวมถึงเรียกร้องให้รัฐเร่งสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ด้วยวัคซีน mRNA และพิจารณาการล็อกดาวน์อย่างเด็ดขาดพร้อมแผนเยียวยาที่เพียงพอ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งวันนี้กระผม จะขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง มาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาและผลกระทบ จากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จากสถานการณ์การระบาดโควิด (COVID) ภายในประเทศไทย รอบ ๓ ณ วันนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ จนถึงวันนี้ เนื่องจาก คลัสเตอร์ (Cluster) ทองหล่อ ทั้งแรงงานต่างด้าว นักการเมืองฝั่งรัฐบาลไปเที่ยวแล้วก็มาติด รัฐมนตรีจนระบาดไปทั่วประเทศ จนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อวันนี้ ๗,๐๕๘ คน ตาย ๗๕ คน ติดเชื้อ สะสมประมาณ ๒๗๙,๓๖๗ คน รักษาหาย ๒๐๘,๗๒๓ ราย เหลือที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาล รัฐและเอกชนประมาณ ๗๐,๖๔๔ ราย ตายสะสมประมาณ ๒,๔๖๒ ราย ถ้าติดเชื้อสะสม ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ก็คือ ๓๐๘,๒๓๐ ราย การติดเชื้อเพิ่มจนถึงทุกวันนี้ ที่มากถึงทุกวันนี้ จริง ๆ ตั้งแต่รอบ ๓ ก็เกิดมาจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้ประชาชนกลับบ้าน ช่วงสงกรานต์ นั่นคือช่วงหนึ่งนะครับ ช่วงที่ ๒ คือช่วงการปิดแคมป์ (Camp) คนงาน เดิมที ก่อนปิดแคมป์ (Camp) คนงานคือคนงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมายจำนวน มากตามตะเข็บชายแดนตลอดแนวทาง ๔,๘๐๐ กว่ากิโลเมตร มีเข้ามาจำนวนมาก หลายแสนคน จะสังเกตว่าเมื่อปิดแคมป์ (Camp) คนงานไปประมาณ ๔๐๐ แคมป์ มีคนที่อยู่ ในแคมป์ (Camp) ที่รับการเยียวยาจากรัฐบาลประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนหนีกลับต่างจังหวัดหมด รวมทั้งแรงงาน ต่างด้าวที่ติดโควิด (COVID) เพราะฉะนั้นแล้วแรงงานนี้ได้กระจายเชื้อไปยังต่างจังหวัด เอาง่าย ๆ ออกไปประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ๑ : ๑๐ คน ก็ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นในระยะเวลาอีก ๑ สัปดาห์หรือ ๑๐ วันจะมีผู้ติดเชื้อมากกว่า ณ ปัจจุบัน อีกจำนวนมาก แล้วปัจจุบันประเทศไทยเราได้ฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ ๑๑,๓๐๐,๐๐๐ โดส โดส (Dose) แรกประมาณ ๘,๒๔๕,๒๙๗ โดส โดสที่ ๒ ประมาณ ๓,๐๒๘,๗๔๖ โดส โดยส่วนใหญ่แล้วมี ๒ ยี่ห้อด้วยกัน ก็คือยี่ห้อซิโนแวค (Sinovac) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ส่วนน้อย ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ยังส่วนน้อย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ซิโนแวค (Sinovac) ทั้งหมด ถ้าเปรียบเทียบผู้ติดเชื้อประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศ อินเดีย ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนการประชากร ถ้าประเทศไทยมีประชากรเท่ากับประเทศ สหรัฐอเมริกาหรือประเทศอินเดีย ณ ปัจจุบันนี้เราแซงหน้าเขาไปหมดแล้วทั้งติดเชื้อรายวัน และตายรายวัน เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมาผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ ช่วยเหลือประชาชนร่วมกับพรรคไทยศรีวิไลย์ ตั้งศูนย์ประสานงานในการช่วยเหลือผู้ป่วยติด เชื้อโควิด (COVID) กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ ๒๙ จนถึงปัจจุบันก็รับเคส (Case) มาทั้งหมด ๑๓๘ เคส ส่งโรงพยาบาลไปได้ประมาณ ๑๒๒ เคส ยังรอเตียงอยู่ประมาณ ๑๕ ราย แล้วรอรถอีกประมาณ ๑ ราย เสียชีวิตระหว่างทางไป ๒ รายด้วยกัน คือเมื่อวันก่อน ผู้ติดเชื้อรอเตียงทนไม่ได้ หายใจไม่ออก แล้วก็สิ้นเนื้อประดาตัว ก็พกปืนปากกา แล้วก็ ไปกระโดดสะพานที่สะพานซังฮี้เพิ่งเจอศพเมื่อเช้านี้ อันนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว รายที่ ๒ คือเป็นคุณแม่อายุประมาณ ๗๐ กว่าปี เป็นโรคประจำตัว ผมก็พยายามส่งไปที่โรงพยาบาล กว่าจะได้เขาต้องรอเป็น ๑๐ วัน รอเตียงเป็น ๑๐ วัน สุดท้ายส่งไปแล้วประมาณ ๓ ชั่วโมง เขาเสียชีวิตทันที เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แล้วก็ที่ท่านรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องรอเตียง ไม่เกิน ๕ วัน จริง ๆ แล้วมันเกินครับ มันร่วม ๒๐ วันไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น สถานการณ์ตอนนี้ระบบสาธารณสุขเราไม่น่าจะรองรับได้ เมื่อไม่น่าจะรองรับได้แล้วทำให้ ผู้เสียชีวิต ณ ปัจจุบันประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าคน ถ้าเราจัดการได้ดีกว่านี้ ๒,๕๐๐ ชีวิตนี้ เขาก็คงได้อยู่กับครอบครัวของเขาอีกนาน ไม่ตายก่อนเวลาอันควร สิ่งที่สำคัญ ณ ปัจจุบันนี้ ที่ประเทศอินโดนีเซียมีแพทย์ พยาบาล เสียชีวิตไปประมาณ ๓๖ คนด้วยกันเนื่องจาก รับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ไป ๒ โดส แต่ก็ติดโควิด (COVID) อีกรอบหนึ่ง ผมก็กลัวว่า แพทย์ พยาบาลด่านหน้าของประเทศไทยจะเป็นเช่นนั้น ก็อยากให้ทางรัฐบาลรีบฉีดไฟเซอร์ (Pfizer) วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ให้กับพวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้มาปกป้องพวกเรา แล้วก็เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือกึ่งล็อก หรือล็อก ประมาณครึ่งหนึ่ง ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีคิดให้หนักนะครับว่าการล็อกดาวน์ (Lockdown) ครั้งนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่ามีเงินในกระเป๋าพอถึง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนขายพันธบัตร ออก พ.ร.ก. เงินกู้ไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีเงินพอให้ตัดสินใจล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปเลยครับ เพราะถ้าไม่ตัดสินใจตอนนี้ มันจะสายเกินไป เพราะว่าพี่น้องประชาชนจะตายเป็นผักปลา เป็นใบไม้ร่วง เพราะฉะนั้น แล้วในสถานการณ์ปัจจุบันมันเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเคยพูดไปแล้วหลายรอบด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านนายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจอะไรก็รีบตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจแล้วหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้น หรือจะทรง ๆ ในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก แล้วก็ไปบวช สัก ๑-๒ พรรษาเพื่อชดเชยความผิดที่ทำให้ประชาชนตายกว่า ๒,๕๐๐ คน เพราะคนตาย ๒,๕๐๐ คนมากกว่าสงครามปราบคอมมิวนิสต์ของประเทศไทย ๑๘ ปี เพราะตอนนั้น ตายยังไม่ถึง ๒,๐๐๐ คน ก็พอที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวจะมีคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป ถ้าท่านอยู่ท่านก็จะเป็นภาระของประเทศชาติ และประชาชนไทยต่อไปไม่รู้จบ ก็ขอให้ท่านไปดี ขอบคุณครับ