สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อภิปรายเรื่องความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด โดยชี้ว่าปัญหาที่รุนแรงที่สุดคือการไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ยังชี้ว่าการตรวจเชิงรุกก็มีปัญหา และรัฐบาลต้องช่วยแก้ไขปัญหานี้ สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เรียกร้องให้มีเบี้ยเพิ่มสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เท่ากับเบี้ยทหาร
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายเกี่ยวกับความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารสถานการณ์การระบาด ของโรคโควิด (COVID) จะพยายามนำเสนอเพื่อที่จะชี้แนะและขอร้องให้รัฐบาลได้แก้ไข สถานการณ์ดังกล่าว เพราะปัจจุบันสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศไทยมีแต่รุนแรง ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเดือนที่แล้วเรามีผู้ป่วยในแต่ละวันเพิ่มขึ้นประมาณวันละ ๓,๐๐๐ คน น่าจะดีขึ้น แต่ตรงกันข้ามครับ ในเดือนนี้เพิ่มขึ้นเป็นวันละ ๕,๐๐๐ คน ๖,๐๐๐ คน วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ขึ้นมาถึง ๗,๐๕๘ คน ตายจากเดิมเดือนที่แล้วประมาณวันละ ๓๐ คน ก็ตายเพิ่มขึ้น จนวันนี้มีผู้ตายจากโรคโควิด (COVID) ในประเทศไทยวันเดียว ๗๕ คน ผมกราบเรียนว่าเป็นผิดพลาด ความล้มเหลวจากที่รัฐบาลรวบอำนาจการบริหารสถานการณ์ โควิด (COVID) มาที่ ศบค. แต่เอาฝ่ายความมั่นคง เอาทหารมาบริหารสถานการณ์โรคติดต่อ ไม่สนใจคำแนะนำจากนักระบาดวิทยาซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการแก้ไข สถานการณ์โรคระบาด ซ้ำร้ายกว่านั้นเกิดความไม่เป็นเอกภาพในการแก้ปัญหา เช่น คำสั่ง จาก ศบค. ก็ขัดแย้ง หักหน้าหักตากับคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข และบางครั้งกับ กทม. ก็เป็นแนวทางปฏิบัติไม่ตรงกัน คำสั่งของระดับกระทรวงสาธารณสุขไปทำให้ผู้ปฏิบัติ ในต่างจังหวัดในโรงพยาบาลเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ สูญเสียกำลังใจ เช่น โรงพยาบาล บางแห่งประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีน แต่ทางกระทรวงบอกว่าจะต้องตั้งคณะกรรมการ สอบสวนโรงพยาบาลใดเลื่อนการฉีดวัคซีน ท่านคงไม่ทราบว่าการเลื่อนการฉีดวัคซีน ของโรงพยาบาลต่าง ๆ นั้นเป็นเพราะว่าวัคซีนไม่พอ นัดผู้ที่มาฉีดวัคซีนมา ๒๐๐-๓๐๐ คน วัคซีนไปเพียง ๕๐ โดส คนที่มารอจะสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สูญเสียกำลังใจ บางคนก่อนจะมาฉีดทั้งคืนนอนไม่หลับนะครับ แต่มาถึงโรงพยาบาลก็เลื่อน เหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำลายขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน ทำลายขวัญกำลังใจของพี่น้อง ประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันปัญหาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คือไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยจากการที่มีผู้ป่วยมากขึ้น ผู้ป่วยหนักก็มากขึ้น คนตายก็มากขึ้น เราพบเสมอว่าจากสื่อมวลชนต่าง ๆ เห็นว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยที่ถูกปล่อยให้ตาย อยู่ที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการที่จะเข้ามารับการรักษา แต่โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่สามารถรับได้ เพราะเตียงเต็ม บอกให้รอ บอกให้รอ รอวันแล้ววันเล่าจนตายที่บ้าน นี่คือความผิดพลาด ความล้มเหลวที่ประจานผลงานของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ การตรวจเชิงรุก เป็นเรื่องสำคัญ แต่ปัจจุบันการตรวจเชิงรุกก็มีปัญหา พอไปตรวจเชิงรุกเจอคนติดเชื้อโควิด (COVID) ก็รายงานทางโทรศัพท์ ไม่กล้ารายงานเป็นเอกสาร จะรายงานเฉพาะคนที่บอกว่า ไม่ติดโควิด (COVID) เพราะว่าถ้ารายงานเป็นเอกสาร ผู้ตรวจ แหล่งสถานพยาบาลที่ตรวจ จะต้องรับผิดชอบในการนำผู้ป่วยไปรับการรักษา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหามาก จนปัจจุบัน หลายแห่ง โรงพยาบาลก็ดี สถานที่ต่าง ๆ ที่รับตรวจก็ไม่กล้าตรวจ เพราะตรวจแล้วกลัวว่า จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของนำผู้ป่วยไปรับการรักษา เรื่องนี้รัฐบาลต้องช่วย ต้องแก้นะครับ เพราะว่าเป็นปัญหามาก ผมได้รับโทรศัพท์ทุกวัน พี่น้องประชาชนที่มีปัญหาดังกล่าว ผมกราบเรียนว่าจังหวัดชัยภูมิเป็นจังหวัดหนึ่งที่ถือว่ามีผลงานดีเด่นทางจังหวัด ผู้ว่าราชการ จังหวัด สาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ ได้จัดให้มีการรับผู้ป่วยที่เป็นคนจังหวัดชัยภูมิกลับไปรับ การรักษาที่จังหวัดชัยภูมิ สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ ชมเชย แล้วก็หลายจังหวัดก็ทำ หลายจังหวัดก็ยังไม่ทำ ฝากให้เป็นภารกิจของรัฐบาลจะต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเวลาจำกัดผมกราบเรียนสั้น ๆ ว่าในเรื่องที่เสนอแนะคือ ๑. รัฐบาลต้องเตรียม เรื่องเตียงให้เพียงพอ อันที่ ๒ วัคซีนขณะนี้ไม่พอครับ จังหวัดชัยภูมิบางอำเภอได้สัปดาห์ละ ๑๐๐ เข็ม แบบนี้ไม่พอครับ เขาสามารถฉีดได้วันละ ๕๐๐ เข็ม แต่ว่าส่งไปให้เขาสัปดาห์ละ ๑๐๐ เข็ม สิ่งเหล่านี้ต้องรีบแก้ไข และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง
ขอฝากเพิ่มเบี้ย เป็นเบี้ยสำหรับ ผู้ที่ปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ เป็น อสม. หรือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ขอให้มีเบี้ยเหมือนกับทหารที่ได้เบี้ยในการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอบคุณครับ