วรรณวิภา ไม้สน ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากการล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมโควิด-19 โดยเฉพาะการปิดแคมป์คนงานที่ส่งผลรุนแรงต่อแรงงานต่างด้าวในกรุงเทพมหานครและภาคใต้ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การจัดการที่ล้มเหลว ขาดมาตรฐานในการกักกันและการดูแลสุขภาพ จนทำให้แรงงานขาดสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐาน เธอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อมูลอย่างโปร่งใสและเร่งเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยย้ำว่าแรงงานทุกคนไม่ว่าสัญชาติใดล้วนมีศักดิ์ศรีและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ปีกแรงงาน ท่านประธานคะ ตั้งแต่เกิดโควิด (COVID) ระบาดในระลอกแรกจนปัจจุบันนี้ ไม่รู้ระลอกที่เท่าไรแล้ว หลายคนหลายกลุ่มหมดเงินเป็นหนี้เป็นสิน สิ่งที่หวังว่าจะเป็น ประโยชน์และเป็นมาตรการช่วยเหลือให้กับประชาชนได้ก็คือการตัดสินใจและการบริหาร ของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงนี้ก็คือนายกรัฐมนตรี แต่การตัดสินใจในแต่ละอย่างที่ออกมานั้น นอกจากจะไม่ได้ช่วยเยียวยาประชาชนแล้วยังกลับเป็นการช่วยซ้ำเติมประชาชนอีก ในกลุ่มอื่น ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วดิฉันจะไม่ขอพูดถึง ดิฉันขอเอ่ยถึงในกลุ่มล่าสุด ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) และปิดแคมป์ (Camp) คนงาน ทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดภาคใต้ แค่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีถึง ๕๗๕ แคมป์ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มิถุนายน จนถึงวันนี้ ๑๑ วันแล้ว ตอนนี้แยกผู้ป่วย ถึงไหนแล้วคะ มีแคมป์ (Camp) ไหนบ้างที่ติด แคมป์ (Camp) ไหนบ้างที่ไม่ติด แล้วผู้ติด ไปรักษาหรือยัง มีจำนวนเท่าไร ยังไม่ได้รับการชี้แจงจากรัฐบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วนเรื่องการเยียวยาไม่ต้องพูดถึง รัฐบาลล้มเหลวตั้งแต่ครั้งแรก ท่านมี ประสบการณ์ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงระลอกนี้ ท่านไม่มีวิวัฒนาการที่มันดีขึ้นไปกว่านี้ เลยหรือคะในเรื่องของการเยียวยา การสั่งปิดต้องมาพร้อมกับการเยียวยา ประชาชน จะได้มั่นใจว่าหลังจากที่ปิดแล้วทุกคนผ่านกันเจ็บร่วมกันแล้วจะฟื้นมาทำงานได้เหมือนเดิม แต่กลายเป็นว่าแม้ แม้แต่อาหารที่ท่านเคยบอกว่ามีอาหารให้ ๓ มื้อ ท่านลองไปดูนะคะ ผลงานท่านที่ท่านขังแต่ละคนไว้ในแคมป์ (Camp) ปิดแคมป์ (Camp) แทนที่จะเอาแพทย์ เอาหมอมาลง คัดแยกคนป่วยออก กลับเอาทหารมากั้น ตกลงนี่ท่านสร้างการควบคุมหรือว่าที่กักกันคะ พวกเขาเป็นแรงงาน ไม่ใช่นักโทษ เป็นคน สร้างเมือง สร้างแม้กระทั่งรัฐสภาหลายหมื่นล้านบาทแห่งนี้ เพราะฉะนั้นการมีรัฐบาลที่มอง ประชาชนหรือมองแรงงานไม่เหมือนเป็นคนเลยเวลาท่านทำกับเขา ล่าสุดดิฉันได้รับแจ้งมา ตอนนี้ไม่ต่ำกว่า ๒๐ แคมป์ที่มีปัญหา ๑. ด้านของอุปโภคบริโภค จากคนที่ป่วยบ้าง ไม่ป่วยบ้าง ตอนนี้อยู่แคมป์ (Camp) เดียวกันกลายเป็นจะป่วยยกแคมป์ (Camp) แล้วค่ะ ตกลงท่านสกัดกั้นกันอย่างไร บางคนคนป่วยนอนพื้นปูน กางเต็นท์หลังเดียวนอนอัดกัน ๗๐ คน พื้นปูนกลางวันร้อน กลางคืนหนาวจับขั้วหัวใจ ไม่ได้พักบ้านหลวงเหมือนท่านนะคะ แล้วแถมฝนตกลงมาอุปกรณ์ทุกอย่างพังหมด รัฐบาลไม่ได้ช่วยอาหาร ปล่อยให้นายจ้าง เป็นคนดูแล นายจ้างก็ดูแลตามสภาพที่มี บางที่ดีหน่อย มีฐานะหน่อยก็ดูแลดีหน่อย บางที่ ที่ไม่พอจะมีกำลังก็ปล่อยไปตามยถากรรม อาจจะช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้หลายแคมป์ (Camp) ได้กินข้าวแค่วันละ ๑ กล่องนะคะ วันละมื้อ โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่นอกระบบ ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แค่ในระบบมีไม่กี่หมื่นคน จนป่านนี้เงินประกันสังคมที่ท่านว่า จะจ่ายทุก ๕ วัน จ่ายหรือยังคะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอนนี้ก็ยังไม่มี การเยียวยา และที่อยู่นอกระบบอีกเป็นแสนนะคะคนงานก่อสร้างนี่ คนเป็นแสนเหล่านี้ไม่ได้รับ การเยียวยาเลยถ้าไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่สัญชาติไทย แม้คุณจะอยู่ในระบบประกันสังคมก็ตาม เพราะเงื่อนไขที่รัฐบาลเยียวยาคือต้องมีสัญชาติไทย ทำไมท่านกล้าทำกับเขาเหมือนไม่ใช่ มนุษย์ขนาดนี้ ขังเขาไว้ไม่พอ ออกไปไหนกินอะไรไม่ได้ ไม่ได้ค่าจ้าง ไม่ได้กินข้าว กินน้ำก็มี ตกลงนี่ช่วยเหลือ เยียวยา หรือซ้ำเติมเขากันแน่ สิ่งที่รัฐควรทำมันง่าย ๆ เลยระหว่างที่รอ วัคซีนมา คัดแยกคนป่วยออกกลับไปรักษา ตอนนี้มากกว่าเรื่องการป่วยก็คือสภาพจิตใจ ของเขาที่อยู่ในนั้น โทรศัพท์จองเตียงไม่มีเตียง โทรศัพท์หาหมอไม่มีคิว ทุกวันนี้เขายังไม่รู้เลย ว่าตัวเองป่วยอยู่ระดับไหนแล้ว ลงปอดหรือยัง ป่วยมาเป็นอาทิตย์ ๒ อาทิตย์แล้ว เรื่องนี้ต้องรอ ให้เกิดกับครอบครัวท่านก่อนหรือคะถึงจะเข้าใจ แรงงานก็คนนะคะ แล้วรัฐบาลไม่สามารถ ที่จะปฏิเสธได้ไม่ว่าแรงงานข้ามชาติหรือแรงงานประเทศไทย เพราะว่าในภาวะที่ท่าน ขาดแคลนคนงานทั้งหลายเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นด้านประมง ด้านเกษตร ด้านก่อสร้าง ท่านต้อง พึ่งเขาไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่การที่ท่านไปทำกับเขาแบบนี้ก็ไม่แปลกใจค่ะทำไมรัฐบาลโดนตัด จีเอสพี (GSP) ทั้งแรงงานที่ไม่เป็นสากลในมาตรฐานแรงงาน รวมถึงโดนลดระดับเรื่อง การค้ามนุษย์อีก ก็ท่านปฏิบัติเหมือนเขาไม่ใช่มนุษย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐควรทำง่าย ๆ เอาที่ ฝ่ายค้านอภิปรายหรือที่พูดไปทำบ้างเถอะค่ะไม่มีใครว่าอะไรท่านหรอก เผลอ ๆ ประชาชน จะรักท่านด้วย ในขณะที่ท่านกักตัวอยู่บ้าน ท่านเอาเวลาปิดทองหลังพระไปอ่านตามโซเชียล (Social) บ้างว่าเขาพูดถึงอะไรกับท่านบ้าง แล้วถ้าท่านอยากจะทำบุญจริง ๆ ท่านลาออกไปเลย ทั้งคณะ แล้วให้คนใหม่เขามาบริหาร ถ้าคิดว่าทำได้แค่นี้เต็มที่แล้ว พอแล้ว จะเอาอะไรอีก ก็ช่วยเหลือแล้ว เยียวยาแล้ว ถ้าทำได้แค่นี้ให้คนใหม่มาทำค่ะ แล้วนั่นก็ถือว่าเป็นบุญของ ประชาชนและประเทศชาติ ขอบคุณค่ะท่านประธาน