ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการบริหารจัดการปัญหาวิกฤติโควิด-19 โดยวิจารณ์การบริหารของนายกรัฐมนตรีและเสนอแนะวิธีการแก้ไข โดยเน้นการบริหารจัดการวัคซีนให้อยู่ในความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
กราบเรียนท่านประธานสภผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะชี้ให้เห็นว่าในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) รอบ ๓ นี้ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้รวบอำนาจไว้ที่ท่านได้บริหาร ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชี้ให้เห็น ก็คือ
ข้อ ๑ ตัวเลขคนป่วยรายวันยืนระดับ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ มาหลายวัน วันนี้ น่าตกใจครับท่านประธาน ยอดผู้ป่วยใหม่ขึ้นหลัก ๗,๐๐๐ เศษ
ข้อ ๒ ตัวเลขคนตายยืนระดับ ๕๐-๖๐ คนขึ้นไปมาหลายวัน มาวันนี้คนตาย ขึ้นไปถึง ๗๕ คน และลำดับผู้ป่วยหนักของประเทศไทยเราอยู่ลำดับที่ ๑๒ ของโลก
ข้อ ๓ ระบบสาธารณสุขในการรองรับการระบาดรอบนี้น่าห่วงใย ทั้งจำนวน เตียง ทั้งเครื่องช่วยหายใจ สุ่มเสี่ยงไม่เพียงพอ หากจำนวนคนป่วยมีแต่เพิ่มขึ้น ๆ ไม่ลดลง ก็น่าเป็นห่วงระบบสาธารณสุขของไทยเรา
ข้อ ๔ วัคซีน นับจากวันดีเดย์ (D-day) ให้ฉีดวัคซีนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมา ประเทศไทยเราฉีดวัคซีนโดส (Dose) แรก ๑๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ๒ โดสเพียง ๔.๔ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าวัคซีนไม่มาตามกำหนด จนบุคลากรทางการแพทย์ ออกมาโวยวายว่าหมอพร้อมแต่วัคซีนไม่พร้อม ท่านประธานครับ ปัญหาของวัคซีน มีมากกว่านั้น ความไม่พร้อม ความไม่เพียงพอเป็นปัญหาที่เห็นชัดเจนอยู่แล้ว ยังมีชนิดของ วัคซีน ทั้งวัคซีนหลัก วัคซีนทางเลือก ก็เป็นปัญหาที่ประชาชนแม้กระทั่งหมอก็คลางแคลงใจ ในความโปร่งใส ในการบริหารจัดการซื้อวัคซีนเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในแวดวงวิชาการที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้ หมายถึงวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเปิดเผยจากนักวิชาการ ท่านหนึ่งว่าวัคซีนหลักที่รัฐบาลใช้อยู่ในขณะนี้มีราคาแพงกว่าที่ขายให้ประเทศอื่น หมายความว่ายี่ห้อเดียวกันนี้แต่ประเทศไทยไปแพงกว่าประเทศอื่น ยกตัวอย่าง ประเทศไทย ซื้อในราคาโดส (Dose) ละ ๕๔๒.๕๐ บาท แต่ประเทศอินเดียซื้อ ๔๓๙ บาทต่อโดส ประเทศฟิลิปปินส์ซื้อ ๔๒๖ บาทต่อโดส ประเทศอินโดนีเซียซื้อ ๔๔๐ บาทต่อโดส จึงมีคำถามว่าทำไมประเทศไทยซื้อแพงกว่าประเทศอื่น ๆ ที่กล่าวไปแล้ว
สิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือ ข้อ ๕ การปิดแคมป์ (Camp) คนงาน ในเขต กทม. และปริมณฑล โดยไม่ตรวจเชิงรุกก่อนเป็นวิธีการที่ผิดพลาดอย่างมาก ทำให้ คนงานแตกเป็นผึ้งแตกรัง กลับไปแพร่เชื้อยังจังหวัดบ้านเกิดตัวเองทั่วประเทศ เชื้อไวรัส สายพันธุ์อินเดียเลยแพร่ไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว แทนที่จะตรวจเชิงรุก ซีล (Seal) แต่ละ แคมป์ (Camp) ทุกแคมป์ (Camp) ตรวจพบคนไหนมีเชื้อก็รักษา จะส่งกลับไปยังจังหวัด ตัวเองก็ได เพื่อหาเตียงให้พอ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมก็เพิ่งประสานที่โรงพยาบาลนาแก จะมีพี่น้องของเรากลับไปตายรัง ก็คงจะต้องให้คุณหมอที่นั่นหาเตียงให้ แต่ทำอย่างไร เราถึงจะมีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่กทม. และปริมณฑลให้มากที่สุดก่อน
ข้อ ๖ หมอเป็นนักรบด่านหน้า ปกติแล้วคนไทยจะเห็นกันว่าหมอก้มหน้าก้มตา ทำงานในหน้าที่ ไม่มายุ่งเกี่ยว ไม่มาเคลื่อนไหวอะไรเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในบ้านเมือง แต่วิกฤติโควิด (COVID) ครั้งนี้หมอออกมาเรียกร้องหาวัคซีนคุณภาพ ออกมา สอบถามหาความโปร่งใส เป็นสิ่งที่ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น
ในประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน รวบอำนาจไว้ที่ตัวท่าน กฎหมาย ๓๑ ฉบับ เอาไว้ที่ท่าน แต่ขณะเดียวกันทำไมขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่มีอำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่สามารถดำเนินการได้ ทำไมท่านทำได้เฉพาะในส่วนที่จัดการกับเด็ก แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับ ขั้นตอน พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ท่านไม่ใช้อำนาจตรงนี้
ประเด็นสุดท้ายในส่วนของข้อเสนอแนะ
๑. ต้องบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพโดยด่วนที่สุด และประชาชน ต้องได้รับวัคซีนฟรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ วรรคสาม และมาตรา ๕๕
๒. ต้องตรวจสอบชี้แจงการจัดซื้อวัคซีนเพื่อความโปร่งใส
๓. ต้องตรวจสอบเชิงรุก คัดกรองให้เพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน
๔. งบความมั่นคงในการซื้ออาวุธต้องชะลอในทันที ขณะนี้กำลังพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ในชั้นกรรมาธิการ ควรมีนโยบาย ในเรื่องนี้โดยด่วน
๕. เรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งเป็นยาฆ่าไวรัสโควิด (COVID) แผนการซื้อและแผนการผลิตเองโดยองค์การเภสัชกรรมมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด แค่ไหน อย่างไรหรือไม่
คงจะต้องรบกวนท่านประธานนำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ นำเรียนรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไป ขอขอบคุณครับ