รงค์ บุญสวยขวัญ หารือการแก้ปัญหาโควิดโดยเน้นการบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการจัดสรรทั้งระดับกลางและท้องถิ่น รวมถึงการแจ้งแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอให้เพิ่มการเข้าถึงการตรวจโควิดอย่างทั่วถึงผ่านการตั้งหน่วยงานพิเศษ การขยายจุดลงทะเบียน และใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็ว โดยประสานงานกับภาคประชาสังคมเพื่อยกระดับการรับมือวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อญัตติเกี่ยวกับเรื่อง การแก้ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) สัก ๓ ประเด็น
ประเด็นแรกที่ผมจะพูดประเด็นใหญ่ก็คือประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการ วัคซีน ผมเชื่อเหมือนกับที่คุณหมอ เชื่อเหมือนกับที่ ศบค. บอกว่าวันนี้เราต้องได้วัคซีน วัคซีนเป็นทางออก วัคซีนเป็นความหวัง วัคซีนเป็นอนาคตของมนุษยชาติหรือคนไทย ผมก็เชื่อเหมือนกับพี่น้องคนไทยคนอื่น ๆ วันนี้ว่าวัคซีนคือสิ่งที่เขาหวัง เพราะฉะนั้น การบริหารวัคซีนจึงมีเรื่อง ๓ เรื่องที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตฝากไปยังฝ่ายที่ดำเนินการครับ
ประการแรก เวลาพูดถึงการบริหารวัคซีนก็คือการจัดหาวัคซีน วันนี้ การบริหารจัดการวัคซีนที่เรียกกันว่าการจัดหา หามาจากต่างประเทศ ซื้อมา เป็นลักษณะ ของเอกชนมาสู่รัฐ เป็นทางเดียวครับ ผมไม่เรียกร้อง ไม่ตั้งข้อสังเกตว่าจะให้จากเอกชน มาสู่เอกชน ซึ่งมันมีการควบคุมยาก เอกชนต่างประเทศซึ่งเป็นบริษัทผลิตเขาก็ไม่ถนัดที่จะไป ทำงานกับเอกชนภายใน เพราะฉะนั้นจากเอกชนต่างประเทศหรือจากบริษัทผลิตมาสู่รัฐบาล มาสู่รัฐเป็นเรื่องที่นำไปสู่ความมั่นคงและควบคุมได้ ตรงนี้นะครับ กับประเด็นของผม ที่อยากจะเสนอแนะก็คือว่าในการจัดหา ทำอย่างไรจากเอกชน จากผู้ผลิตมาสู่รัฐมีกลไก หรือมาตรการอื่น ๆ ที่จะได้มากขึ้น เพิ่มขึ้น ผมไม่อาจจะคิดได้ในระยะสั้น แต่อยากจะฝาก จากประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าไปหากลไกเพิ่มของรัฐ ในการจัดหามาจากเอกชนมาสู่รัฐให้มากยิ่งขึ้น มากกว่าที่เป็นอยู่ในระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เวลาพูดถึงการบริหารวัคซีนนะครับ เรื่องการจัดสรร อันแรก เมื่อสักครู่จัดหา ต่อไปจัดสรร วันนี้น่าสงสารมากพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยฉีด พูดง่าย ๆ ฉีดตามที่ต่าง ๆ ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่นัดหมายกันไว้ให้ฉีด พี่น้องประชาชนในการจัดสรรตรงนี้ ข้อเสนอแนะนะครับ ขอให้ช่วยลดปัญหาซุบซิบว่าใคร ได้เล่นเส้น ใครได้ กั๊กวัคซีน และกลุ่มนี้ทำไมได้ อีกกลุ่มหนึ่งทำไมไม่ได้ หรือว่ากลุ่มโน้นได้ หัวคะแนนนี้ได้ หัวคะแนนนี้ไม่ได้ นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ต่อไปในการจัดสรร ถ้าหากท้องถิ่น ตอนนี้ท้องถิ่นมีแนวโน้มว่าจะเป็นหน่วยอีกหน่วยหนึ่งที่จะต้องไปจัดสรร ร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลกลางเราก็จะต้องลดสิ่งเหล่านั้น การตั้งข้อสังเกตก็ดี การทึกทัก ของผู้คนก็ดีว่าต่อไปถ้าวัคซีนไปอยู่ที่ท้องถิ่นแล้วให้ท้องถิ่นจัดสรร จะถูกจัดไปอยู่กลุ่ม ที่เป็นอภิสิทธิชน กลุ่มคนที่ใกล้ชิด กลุ่มคนที่มีความสนิทสนมกับผู้มีอำนาจในท้องถิ่น อันนี้ต้องจัดการไว้ ต้องทักกันไว้
อีกประการหนึ่งในเรื่องของการจัดสรร ก็คือทำอย่างไรที่จะทำให้ประชาชน ผู้เข้ารับบริการวัคซีนทั้งหมดเขารู้อนาคตมากยิ่งขึ้น เรื่องการเลื่อน ไม่มีปัญหาหรอกครับ ท่านประธาน มันมีความจำเป็นเลื่อนได้ในสถานการณ์แบบนี้ ในสถานการณ์ที่ตัววัคซีน ก็ยังไม่แน่นอน ในสถานการณ์การเมืองเรื่องวัคซีนว่าวัคซีนค่ายตะวันตกกับค่ายตะวันออก ค่ายจีนกับค่ายพวกยุโรป ค่ายอเมริกาซึ่งเป็นปัญหามากมาย อันนี้ยังไม่แน่นอน แต่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนประการหนึ่งเรื่องการจัดสรรก็คือว่าให้ชาวบ้านเขารู้ อนาคตหน่อยว่าถ้าเลื่อนไปจากเดือนกรกฎาคม มันควรจะไปเดือนกันยายน เดือนตุลาคม นี่คือประการที่ ๒ เรื่องของการจัดสรร
เรื่องที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะซึ่งไม่อยู่ในเรื่องของการจัดหาและการจัดสรร เรื่องวัคซีน ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ไปสังเกตการณ์โดยบังเอิญว่าผู้คนจำนวนเยอะมาก เขาไม่รู้ว่าเขาติดหรือไม่ติด คำถามว่าตัวเองติดโควิด (COVID) หรือไม่ วันนี้ก็ยังเป็นคำถาม ที่ก้องอยู่ หลายคนก็อยากจะรู้ หลายคนก็อยากทำให้ตัวเองประจักษ์ คลายข้อสงสัยให้กับ ตัวเองว่าเราติดไหม ฉันติดไหม ผมติดไหม หรือเธอติดไหม โควิด (COVID) ที่จะเข้ามารอบที่ ๔ มันจะเป็นโควิด (COVID) ที่อยู่ในองค์กร ในหน่วยงาน ในครอบครัว ในคนใกล้ชิด ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ วัคซีนสายพันธุ์ใหม่ติดกันเร็วมาก เราก็ไม่อาจจะบอกว่าไทม์ไลน์ (Timeline) มันอาจจะถูกทิ้งไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขากังขาตัวของเขาเองว่าติดหรือไม่ติด ต้องทำให้มีโอกาส เพิ่มโอกาสในการเข้าไปตรวจ เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเดินเข้าไปตรวจ วันนี้ถ้าบอกว่าผู้ติดเชื้อนิวเคส (New Case) หรือรายใหม่มีอยู่ ๗,๐๐๐ คน เขาก็ ซุบซิบนินทากันตามสื่อหรือตามที่ต่าง ๆ ว่า ๗,๐๐๐ คนนี้อาจารย์รงค์คูณ ๓ เข้าไปเลย ๓ คูณ ๗ ก็ ๒๑ แสดงว่าคนไทยวันนี้ในเรียลลิตี (Reality) ในความจริงก็คืออาจจะติด ๒๑,๐๐๐ คน แต่ตัวเลขคือ ๗,๐๐๐ คน เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าเขาไม่สามารถที่จะให้ ผู้คนที่กังขาสงสัยเข้าไปฉีด ผมเพิ่งเห็นข้อมูลาทางรัฐบาลเรานี้พยายามที่จะเปิดโอกาส ให้พี่น้องเดินเข้าไปตรวจได้
- ๙ ๑ /๑ ตามโรงพยาบาลเอกชนหรือตามที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แล้วสามารถที่เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ อันนี้ปรบมือให้เลยครับ ยิ่งทำครับ แล้วต้องรีบทำให้มากยิ่งขึ้น ตรงนี้เขาเรียกว่าเพิ่มโอกาส ให้กับพี่น้องประชาชนได้ตรวจสอบตัวของเขาเอง เพิ่มหน่วยงานนะครับ ถ้า ศบค. หรือใคร ต่อใครทำหน่วยงานซึ่งมีองค์กรย่อย ๆ ควรจะเพิ่มองค์กรนี้ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะทำเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่อยากจะเสนอแนะต่อเรื่องนี้ก็คือว่าหน่วยงานในพื้นที่ ในเขต ในอำเภอ ในจังหวัด ควรจะมีหน่วยงานที่รับลงทะเบียนหรือรับแจ้งว่าใครต้องการที่จะตรวจ หมายถึงว่าถ้าใคร สงสัยก็เดินมาที่ตรงนี้ จุดนี้ หรือพื้นที่ตรงนี้ หรือองค์กรตรงนี้ แล้วองค์กรตรงนี้ก็จะส่ง ส่ง ส่ง ส่งไปยังหน่วยตรวจตรงนั้น ส่งไปยังหน่วยตรวจตรงนี้ หรือเครื่องมือในการตรวจที่อย่างง่าย แรพิดเทสต์ (Rapid Test) ในรูปแบบต่าง ๆ รีบทำมา ตรงนี้เป็นเรื่องที่อยากจะเสนอแนะ องค์กรพิเศษหรือหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อเพิ่มความรวดเร็วนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับเรื่องขององค์กรพิเศษนี้นะครับ อยากให้การประสานงานระหว่างภาคประชาสังคมที่ทำงานในสถานการณ์โควิด (COVID) ผมเห็นหน่วยงานจำนวนเยอะวันนี้ทำในเชิงสงเคราะห์ อาหารก็ดี การรับพาคนจากบ้าน ไปสู่ที่ต่าง ๆ ก็ดี จากพื้นที่สีแดงเข้มที่กรุงเทพมหานครกลับไปสู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านผมก็ดี สิ่งเหล่านี้มีหน่วยงานทำกันเยอะ ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานของรัฐทำเป็น เครือข่ายสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน แล้วก็จะได้เห็นสถานการณ์ การไหลบ่า การอพยพผู้คนหรือการอพยพผู้ป่วย หรือผู้ที่ติดจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง ตรงนี้ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวัคซีนและบริหารสถานการณ์โควิด (COVID) ในยามวิกฤตินี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพนะครับ
สุดท้ายผมให้กำลังใจทุกฝ่ายทุกหน่วยในการเผชิญกับโควิด (COVID) เราต้อง มีสติ เราให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แล้วก็แสดงความเสียใจไปทุกครอบครัวที่สูญเสียด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน