กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งเรียกร้องการตรวจเชิงรุก การสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และวิพากษ์การสื่อสารที่ขาดความรับผิดชอบจากรัฐในการดำเนินมาตรการวัคซีน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะนำเสนอข้อเท็จจริง เสนอปัญหาไปยังฝ่ายบริหารตามญัตติของสภาที่เรา พิจารณาวันนี้ให้มีการแก้ไขเพื่อผ่านพ้นวิกฤติที่เรากำลังประสบอยู่นี้นะครับ ผมขอให้กำลังใจ กับพี่น้องที่ติดเชื้ออยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลสนามหรืออยู่ที่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียที่ได้เสียชีวิตจาก โควิด-๑๙ (COVID-19) โดยเฉพาะพี่น้องในเขตพื้นที่ผม วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นายอาสิ อาลี เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด (COVID) และที่น่าเศร้าก็คือว่าสตรีที่เสียชีวิต เมื่อวานที่บ้านไอร์จูโจ๊ะตั้งครรภ์อยู่ ๖ เดือนเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก ท่านประธานครับ โจทย์สำคัญ ที่เราจะต้องมาถกกันในสภาตามญัตติก็คือว่าเราจะอยู่ดำรงชีวิตอย่างไรภายใต้วิกฤติโควิด (COVID) ที่มีมาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓ จนถึงขณะนี้ดูสถานการณ์แล้วยิ่งแย่ลง เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าส่วนใหญ่มองที่การบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล ขาดการวางแผน ขาดการประเมินสถานการณ์หลาย ๆ อย่าง การบริหารจัดการที่ผิดพลาด แต่ผมจะไม่กล่าวซ้ำถึงประเด็นการบริหารจัดการอื่น ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่จะนำเสนอข้อเท็จจริงสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส และเป็นพื้นที่ที่ทางฝ่ายบริหารได้ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๑๐ จังหวัด ในฉบับที่ ๒๕ เป็นพื้นที่ที่เข้มงวดสูงสุด ท่านประธานครับ ทุกคนตั้งความหวังอยู่ที่การบริหาร ของนายกรัฐมนตรี เสียงสะท้อนที่ผมได้รับในพื้นที่ตอนนี้ที่เห็นชัดที่สุดก็คือว่าเรายังขาด การตรวจในเชิงรุก ในพื้นที่บุคลากรหลาย ๆ ท่านได้สะท้อนให้ผมฟังว่าเขาพร้อมที่จะทำงาน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าการตรวจเชิงรุกบางทีคำสั่งมาจากข้างบน มาจากจังหวัด ไม่สามารถที่จะ ตรวจเชิงรุกได้เต็มที่เพราะอุปกรณ์ขาดแคลน ห้องแล็บ (Lab) มีจำกัด โดยเฉพาะจังหวัด นราธิวาสตอนนี้ถ้าตรวจเชิงรุกแล้วห้องปฏิบัติการในการสวอบ (Swab) มีอยู่ที่เดียว คือที่โรงพยาบาลนราธิวาส คำถามมีอยู่ว่าแล้วงบประมาณที่กู้ไปก่อนนี้ทำไมไม่เทลงไปที่ โรงพยาบาลอื่น ๆ ด้วย ที่มีศักยภาพสามารถที่จะตรวจเชิงรุกได้ ผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาลกำลัง ปกปิดหรือกลัวความจริงที่จะเกิดขึ้นว่าถ้าตรวจเชิงรุกจริง ๆ แล้วมันจะเจอคนที่ติดเชื้อโควิด (COVID) มากกว่านี้ นั่นก็คือเป็นการคิดสวนทางกับทฤษฎีของการควบคุมโรคติดต่อ หลักสำคัญที่สุดก็คือการยอมรับความจริง หากมีการปกปิดความจริงปัญหามาตรการ ในการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ก็จะมีมากขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ ท่านประธานครับ เสียงสะท้อนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนักรบด่านหน้า เขาบอกว่าตอนนี้ในพื้นที่ เขาบอกว่า เขากำลังทำสงครามซึ่งไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร เขากำลังทำสงคราม เขากำลังทำงาน โดยไม่รู้ ว่าจะมีทิศทางอย่างไร เขากำลังทำงานอยู่ด่านหน้าจนเขารู้สึกว่าเขาจะหยุดทำงาน เมื่อวันหนึ่ง เขาเองเป็นผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) เงินเบี้ยเลี้ยงตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เดือนละ ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท ไม่เคยได้เลยครับท่านประธาน การติดต่อสื่อสารก็ต้องใช้โทรศัพท์ส่วนตัวเสียค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น จึงมีคำถามฝากถามไปยังฝ่ายบริหารว่า แล้วที่ใช้สภาแห่งนี้ในการกู้เงิน เงินเหล่านั้น หายไปไหน ทำไมจนถึงขณะนี้เขาเหล่านั้นในฐานะที่เป็นนักรบด่านหน้ายังไม่มีเบี้ยเลี้ยง แม้แต่บาทเดียว ท่านประธานครับ การสื่อสารกับประชาชนพี่น้องในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ เคส (Case) ที่ผมแสดงความเสียใจกับครอบครัว นายอาซิ อาลี อายุ ๖๙ ปีเป็นกรรมการมัสยิด บ้านลาโละ หมู่ ๕ ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลรือเสาะ ปรากฏว่าในระหว่างที่ฉีดเสร็จ หลังจากฉีดเสร็จ อยู่ในระหว่างการพักเพื่อตรวจอาการ ล้มฟุบอยู่ตรงเก้าอี้เลยครับ แล้วพาไปที่โรงพยาบาล นราธิวาสเพื่อไปปั๊มหัวใจ แล้วก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เกิดขึ้นได้จาก การเสียชีวิตในการฉีดวัคซีนซึ่งตามที่เราทราบข่าว แต่ที่ผมหยิบประเด็นนี้ให้ท่านประธาน ได้รับทราบฝากไปยังฝ่ายบริหารเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเคส (Case) นี้เกิดจากการสื่อสารของ ฝ่ายหน่วยงานรัฐที่ไปบีบบังคับเหมือนกับไม่ให้ทางเลือกเขา นั่นหมายความว่าข้อเท็จจริง ที่ผมทราบอำเภอหนึ่งในจังหวัดนราธิวาสมีการกำชับให้คณะกรรมการมัสยิด ทุกมัสยิดต้องไปฉีดวัคซีน ถ้าไม่ไปฉีดวัคซีนแล้วจะไม่ให้มีการประกอบศาสนกิจที่มัสยิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเห็นแล้วคือมาตรการการทำความสื่อสารที่ขาดความรับผิดชอบ แล้วก็ ไปบีบบังคับเหมือนกับไม่ให้ประชาชนมีทางเลือก ผมไม่อยากให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นอีกในพื้นที่ แล้วก็สำคัญที่สุดก็คือการทำความเข้าใจในเรื่องของการฉีดวัคซีนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัด นราธิวาสยังมีความหวาดระแวงอยู่มาก และไม่อยากให้เอาเรื่องการประกอบศาสนกิจ เป็นตัวประกันในการแก้ปัญหามาตรการโควิด-๑๙ (COVID-19) ขอขอบคุณครับ