พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือประเด็นการจัดการวัคซีนโควิดอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยเน้นความจำเป็นในการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน พร้อมเสนอให้จัดงบประมาณช่วยเหลือโดยตรงผ่าน พม. โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนซ้ำซ้อน และเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนงบประมาณแก่ อปท. อย่างเพียงพอในช่วงวิกฤต พร้อมผลักดันให้ระบบงบประมาณและนโยบายภาครัฐมีความคล่องตัว โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนโดยตรง เหมือนตัวอย่างการตัดขั้นตอนราชการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปราย เสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการเรื่องวัคซีน เรื่องของโควิด (COVID) นี้ ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าภาครัฐ รัฐบาลและทุก ๆ คนก็พยายามอย่างเต็มที่ทุกภาคส่วนนะคะ ซึ่งวันนี้เราเจอวิกฤติของโรค สงครามโรค ดิฉันเชื่อว่าในฐานะที่เป็นคนไทยทุกคนก็ต้องตั้งใจดูแลให้ประเทศไทย และคนไทยทุกคนนี้ปลอดภัย แต่ดิฉันคิดว่าข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดิฉันจะเสนอวันนี้ที่เป็นผล จากการที่ดิฉันลงพื้นที่ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดข้างเคียงน่าจะเป็นประโยชน์กับการปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างตรงจุด ดิฉันมีสิ่งที่จะเสนอประมาณ ๓ ประเด็นให้รัฐบาล ผ่านท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาค่ะ
เรื่องแรก เรื่องกระบวนการฉีดวัคซีนควรทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและคืนซึ่งศรัทธาต่อรัฐบาล ตอนนี้เรามีโจทย์ใหญ่นะคะ ว่าวัคซีนในเดือนกรกฎาคมนี้จะไม่มาตามนัด ต้องมีการจัดการใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ ประชาชนได้เห็นว่าเชิงรุกในพื้นที่สีแดงเข้ม ๑๐ จุดนี้ เราจะกระจายให้อย่างไร เราจะ กระจายให้กับผู้ป่วยติดเตียง คนเดือดร้อน คนพิการอย่างไร หรือเราจะมีการกระจายให้กับ ประชาชนที่รอคอยอยู่จากการลงทะเบียนหมอพร้อมอย่างไร ดิฉันเชื่อว่าถ้าเราปล่อยให้ ข้อมูลนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสประชาชนเองก็มีความสบายใจ และดิฉันเชื่อว่าคนไทยรับฟัง เหตุผลค่ะ
ข้อ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่ในพื้นที่ดูแลคนเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์ดูแล พม. คนเปราะบาง ทั้งเปราะทั้งบางไม่สามารถรองรับปัญหาในยาม วิกฤตินี้ได้ ท่านประธานคะ เวลาเราล็อกดาวน์ (Lockdown) จังหวัด ล็อกดาวน์ (Lockdown) หมู่บ้าน คนเปราะบางนี้มีปัญหาหนักมาก เนื่องจากลูกหลานไม่สามารถ ทำมาหากินได้ ค่าแพมเพิร์ส (Pampers) ค่าอาหาร ค่าดูแลตัวเองของคนเปราะบาง คนพิการ คนติดเตียง คนชรานี้ควรจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี คำถามคือ พม. ทำอะไรอยู่ พม. ทำงานหนักมากค่ะ แต่ว่าประมาณ พม. เองก็น้อยมากโดยเปรียบเทียบกับวิกฤตินี้ พม. มีเงินจัดสรรให้ ๒,๐๐๐ บาท แต่ต้องมีการสอบเคส (Case) อย่างละเอียดเนื่องจาก เงินรัฐต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้เสมอ ดิฉันจึงขอว่าเป็นไปได้ไหมคะว่าใด ๆ ทุกครั้ง ที่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ให้เจียดเงินหรือจัดงบประมาณตรงลงมาที่ พม. ซึ่งเรามั่นใจว่าการลงทะเบียนผู้เปราะบางทำไว้แล้ว จัดลงไปเลยค่ะ ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ คน ที่เปราะบาง ๑ ครอบครัว เพราะเมื่อล็อกดาวน์ (Lockdown) ปุ๊บ เขาจะได้สบายใจว่าเขามี ข้าวกิน เขามีค่าแพมเพิร์ส (Pampers) แล้วเขาก็มีชีวิตที่อยู่โดยสภาพที่ผ่านไปอีก ๒๑ วัน หลังจะมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) เสมอ ถ้าไม่มีเงิน ลองใช้เงินจากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้สิคะ เพราะมันใช้ได้น้อยมาก ตอนนี้น่าจะเหลือพอที่จะจัดสรรลงให้ พม. ลงไปสู่ผู้เปราะบางได้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอย้ำค่ะ เปราะ บาง เบาบางมาก วันสองวันก็ไปไม่ไหวแล้วค่ะ ดิฉันขอ ความกรุณาเสนอสิ่งนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ
เรื่องที่ ๓ เรากระจายเงิน เรากระจายเงินหรือไม่ แต่เรากระจายงาน ภารกิจ ทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีอาจจะกระจายอำนาจออกไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ว่าภาระหนักที่สุดคือ อปท. ค่ะ อปท. เดือดร้อนมาก ในพื้นที่ดิฉันซึ่งดิฉันคิดว่า เป็นปรากฏการณ์ทั่วประเทศ ในพื้นที่ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อมของดิฉันมีวิกฤติ หนักมาก อปท. ไม่มีเงินคืน ค่าโลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) ๒-๓ ล้านบาท ถึงแม้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะช่วยดูแลบางส่วนแล้ว แต่เงินก้อนนี้มันไม่พอค่ะ เพราะชาวบ้าน ก็เดือดร้อนมาก อปท. มีหน้าที่มากมาย ตั้งแต่เอาถุงยังชีพไปให้ชาวบ้าน ดูแลทุกข์สุข พาชาวบ้านไปโลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) ส่งข่าว ส่งน้ำ ส่งนม ส่งแพมเพิรัส (Pampers) ให้กับชาวบ้านที่อยู่ที่โรงแรมที่โลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) ดิฉัน จึงหวังว่าเมื่อกระจายอำนาจมาแล้วอย่าผลักภาระนี้ให้ อปท. จัดเงินบางส่วนให้ อปท. ไปด้วย จังหวัดดิฉันมีพื้นที่ คือโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนเอกภาพ มีการติดเชื้อถึง ๑,๐๐๐ คน ท่านประธานคะ เริ่มตั้งแต่ ๑๙ คน ๒๐๐ คน วันนี้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งโรงเรียน แล้วก็หวังว่าจะจัดการตรงนี้ได้ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดของดิฉัน หม่อมราชวงศ์ พลโท กิติบดี ประวิตร ก็เก่งมาก ท่านนายอำเภอไพศาลก็เก่งมาก ทำงาน อย่างขะมักเขม้นร่วมกับนายกเทศมนตรี นายสมรัก ทองรัตน์ ก็เก่งมาก แต่ท่านประธานคะ เงินมันไม่มี ทุกคนต้องบริจาค แต่มันคิดอย่างไรคะ วันนี้เด็กที่อยู่ในปอเนาะต้องมีชีวิตอยู่ อย่างโดดเดี่ยว ๑,๐๐๐ คน อาหารที่ต้องทาน เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก ผู้ปกครองที่ตกใจ ดิฉัน จึงขอว่าช่วยกระจายอำนาจและกระจายเงิน กระจายโอกาสไปให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงาน สมศักดิ์ศรีนะคะท่านประธาน
ท่านประธานคะ ดิฉันขอยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้น ดิฉันอ่านข่าวที่อเมริกามา ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้ดีมากค่ะ คือเรื่องของเรสเทสต์ (Raise Test) คือตอนที่มีไฟไหม้ที่อเมริกา ท่านประธานาธิบดีของอเมริกาคือ โจ ไบเดน (Joe Biden) บอกเลยว่าระเบียบแผนปัจจุบัน หยุมหยิมเกินไป ไม่ต้องมีระบบราชการ ตัดข้ามมันไปเลย ขอให้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ ภายใน ๑ เดือนเรื่องงบประมาณที่ทำนี้ โจ ไบเดน (Joe Biden) สามารถกู้ให้ชาวฟลอริดา มีความสุขคืนมาได้ โดยการตัดหน่วยข้าราชการระบบที่หยุมหยิมต่าง ๆ และกระจายอำนาจ ลงตรงไปผู้ปฏิบัติการและสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ ท่านประธานคะ ดิฉันย้ำ อีก ๑ ครั้งว่าระบบนโยบายทุกงบประมาณที่จัดสรรต้องตรงตามความต้องการของประชาชน มีความเป็นธรรม โปร่งใส ตกลงที่ประชาชนเท่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันฟังแล้วสะท้อนใจ ประชาชนบอกว่า ประชาชนบอกนะคะว่าระบบราชการนี้มีข้าราชการ มีทีมงานเป็น ผู้กำหนดนโยบาย รัฐบาลทำตาม แต่ระบบราชการก็ปกป้องข้าราชการเป็นอย่างดี ทุกคน มีเงินเดือน จะคุมเข้มอย่างไรก็ยังเดือดร้อน แต่ไม่เท่ากับประชาชนตาดำ ๆ ที่วันนี้หาเช้ากินค่ำ ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดจากโรคโควิด (COVID) อย่างไร และจะอยู่ต่อในโลกของวันพรุ่งนี้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานค่ะ